สืบเนื่องจาก บันทึกของ อ.วัลลา ตันตโยทัย ครับ เรื่อง ป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคเบาหวาน ( click ที่นีครับ ) บันทึกไว้ดีมาก เลยครับ อยากให้อ่าน ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจครับ
ช่วงนี้ มีนักศึกษาพยาบาล มาฝึกงานที่ CMU ห้วยขะยุง ส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานที่ pcu มาแล้วทั้งหมด ( เอ ! ส่วนใหญ่ หรือทั้งหมดกันแน่ เอาเป็นว่าทั้งหมดก็แล้วกันนะครับ ) ผมได้เล่าเรื่องราว เรื่องการทำงานสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เป็น presentation
ช่วงหนึ่งผมถาม นักศึกษาว่า " เชื่อไหม ว่าคนเป็นเบาหวาน จะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ด้วย การออกกำลังกาย และการคุมอาหาร " นักศึกษาบอกว่าเชื่อ พร้อมพยักหน้า งึกงึก ทุกคน
ผมมบอกงั้นถามใหม่ " ถ้าคนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานมากกว่าคนอื่น แต่ยังแข็งแรงดี ระดับน้ำตาลปรกติ การออกกำลังกาย และการคุมอาหาร จะช่วย ป้องกันได้บ้างไหม เพื่อไม่ให้เขาเป็นในอนาคต "
นักศึกษาไม่มีใครพยักหน้า งึกงึก แล้วไม่ส่ายหน้าปฏิเสธด้วย นั่งไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มยิ้ม
ผมเลยถามว่าแปลว่าอะไร ไม่ส่ายหน้า+ ไม่พยักหน้า+ ยิ้มยิ้ม นักศึกษาบอกว่า " มันน่าจะช่วย เพราะมีนโยบายระดับชาติเรื่องการออกกำลังกาย กับการกินอาหาร มี KPI ให้เด็ก 6 ขวบ ออกกำลังกาย มากกว่า 80 % " ( ผมเลยเดาเอาว่า ที่นักศึกษาไม่ส่ายหน้าก็เพราะอย่างนี้ )
แล้วทำไม่ไม่พยักหน้าแบบเมื่อกี้ละ นักศึกษาบอก " ไม่แน่ใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าจริง ๆ มันช่วยได้หรือเปล่า "
คำถามนี้ผมถามเจ้าหน้าที่เป็นประจำ ก็ได้คำตอบทำนองเดียวกัน มาตลอดเลยครับ
เรื่อง KPI เด็ก 6 ปี ต้องออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ของจังหวัด แรก ๆ ก็ไม่สามารถสรุปได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ งงๆ ให้แต่เป้ามา ไม่ให้เหตุผล ไม่ให้วิธีการ ถามอย่างเดียวว่า 80 % หรือยัง ผมถามผู้ประเมิน ว่าทำไมต้อง 6 ขวบ ทำไมต้องออกกำลังกาย ผู้ประเมินบอก มันเป็นตัวชี้วัด KPI ( โอ ! ช่างเป็น คำตอบ KPI ที่วิเศษกระไรนี่ )
พอหาเหตุผลไม่ได้ ตัวเลขก็ไม่ถึง ช่วงหลังผู้ประเมินประชุมกัน เด็กวิ่งเล่นตี่จับตอนพักเที่ยง เด็กเดินมาโรงเรียน ครูทำโทษให้เด็กวิ่งรอบโรงเรียน เด็กช่วยแม่ไถนา เขาบอกว่าให้นับได้หมด มันเป็นการ ออกกำลังกายสะสม
ผมรู้สึกเหมือนว่า เขาปาลูกดอกใปบนไม้แล้วค่อยวิ่งไปวาดวงกลมให้เป็นเป้า ปามั่วๆ ก็เข้าเป้าทุกครั้ง ทุกวันนี้เกิน 80 % ตลอดครับ ก็ดีครับไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยแถมได้เป้าด้วย
ผมเอาข้อมูลที่ได้รับตอนอบรมเรื่องเบาหวาน ครั้งหนึ่ง เมื่อ 2-3 ปีก่อน พอเห็นข้อมูลนี้ก็ รีบจดเลยครับ เพราะผมเองก็สงสัยมานานแล้ว
ผมให้นักศึกษาดูข้อมูล presentation เกี่ยวกับการศึกษา การป้องกันโรคเบาหวาน ที่ได้รับมาวันนั้น
การศึกษาดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่มีคนทำมาก่อน อย่างน้อยก็ช่วยให้ได้รับทราบ ว่ามีการศึกษามาแล้ว ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อต้องพยายามศึกษาต่อไป
นักศึกษาที่ผมเล่ามา เป็นเจ้าหน้าที่ pcu มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่หรอกครับที่จะรายงาน เด็ก 6 ขวบ ออกกำลังกายได้เกิน 80 % ก็เราอยากให้เป็นอย่างนั้นเองนี่ครับ อยากได้ตัวเลข 80% มากกว่าอยากรู้ว่าจะทำอย่างไร เวลาแก้ปัญหา ก็เลยเป็นอย่างที่เล่าให้ฟังนั่นแหละครับ ไม่พยายามหาวิธีการ empowerment ที่ดี ๆ แต่พยายามหาวิธีการให้ได้ตัวเลข
งานสร้างเสริมสุขภาพที่ผ่านมา หลายเรื่อง ไม่มีความรู้ ไม่มีความเชื่อ แต่เขาบอกให้ทำ แล้วก็หลายเรื่องเลยครับ แม้มีความรู้ก็ปราศจากความเชื่อ เจ้าหน้าที่ถูกปลูกฝังอย่างนี้มานาน
เวลาผมเห็นโครงงาน ที่เขียนของบ เรื่องการออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ผมไม่แน่ใจเลยครับว่าคนเขียน เชื่อว่ามันได้ผลจริง ๆ แค่ไหน
Health promotion without believe means nothing.
ระบบงานปัจจุบันเน้นการทำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ ฟังดูก็ OK ก็คือทำงานมีเป้าหมาย แต่ในหลายครั้งก็เน้นตัวเลขจนลืมถึงคุณภาพ+บริบทของงาน ผมเชื่อว่าถ้าคนเราทำงานเต็มที่มี ใช้อิทธบาท 4 ในการทำงานที่เป็นสัมมาอาชีวะ ย่อมจะต้องใฝ่หาหนทางพัฒนางานของตนเองโดยที่บางครั้ง KPI ที่ส่วนกลางกำหนดอาจไม่ดีเท่าสิ่งที่เจ้าของงานกำหนดเอง
เมื่อ จ
ถูกต้องนะ คร้าบ
ยินดี กับหมอจิ้นมากในกุศลที่ได้ร่วมในชุมชนคนทำงานจริง ใช้ปัญญาทำและพัฒนางานให้ได้ผล คนร่วมงานเป็นสุข ยึดคุณค่าของงาน มิใช่ตื่นกลัวตัวเลขKPI ขอให้ตื่นตัวที่ใจ ว่ากำลังทำสิ่งได เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แห่งมหาชน ชาวสยาม มิไช่เพียงเพื่อตนเองเท่านั้น
เพื่อนร่วมรุ่น๙๕
ดีใจจังได้เจอ เพื่อนใน G2K สบายดีหรือเปล่า ว่าแต่ว่า พิพัฒน์ อยู่ blog อะไรง่ะ บอกหน่อยเด่
ขอชอบใจมากที่ให้ความรู้เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคเบาหวาน และผมยังชอบใจการแต่งกรอบรอบ ๆ บล๊อกด้วยครับ หวังใจว่าคุณหมอจะให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีตกแต่งดังกล่าวในเวลาที่สะดวกนะครับ ขอบคุณมากครับ
คุณ เทพ ไฟปรากรถนา ขอบคุณครับ เรื่องการตกแต่ง blog มีใน http://gotoknow.org/blog/tutorial เข้าไปเลือกดูได้เลยครับ มีเรื่องดีดี เยอะเลยครับ
เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องราวที่อาจารย์นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีประโยชน์มากครับ ผมจะนำไปใช้ในการสอนนักศึกษาพยาบาลให้เขาเกิดมุมมองที่รอบคอบ กว้างขวาง
เมื่อ พฤ. 07 มิ.ย. 2550
ยินดีครับ
เข้ามาเยี่ยมค่ะ ได้เรียนรู้ อีกมุมหนึ่ง ของปฐมภูมิ
ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะ อาจารย์หมอจิ้น
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ เป็นเรื่องน่าสนใจและติดตามมากเลยค่ะ ชื่นชมอาจารย์หมอที่เขียนได้น่าสนใจและน่าติดตามอ่าน รวมทั้งมีภาพประกอบด้วยค่ะ
ขออนุญาตเรียนถามคำถามพื้นๆหน่อยนะคะ เรื่อง การออกกำลังกาย 80% เค้าวัดกันยังไงหรือคะ แล้วเอาอะไรเป็นตัวเทียบของทั้งหมดคะ
ขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้านะคะ
สวัสดีค่ะ
ถ้าคนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานมากกว่าคนอื่น แต่ยังแข็งแรงดี ระดับน้ำตาลปรกติ การออกกำลังกาย และการคุมอาหาร จะช่วย ป้องกันได้บ้างไหม เพื่อไม่ให้เขาเป็นในอนาคต "
แล้วโรคเบาหวานป้องกันไม่ให้เป็นได้หรือเปล่าคะ
ทำไมคนชนบท เป็นโรคเบาหวานกันมากนักคะ
แบบเดียวกับทาลาสซีเมียไหมคะที่คนชนบทอีสาณเป็นกันมาก
อาจารย์คะ นอกเรื่องนิด meterที่ติดที่บล็อกนับพวกการดู fileภาพด้วยใช่ไหมคะ
สวัสดีครับอาจารย์ จาการวิจัย นะครับ โรคเบาหวานป้องกันได้ ครับ โดยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย การคุมน้ำหนัก ( แต่มันช่างยากเย็น เสียจริง ๆครับ )
ต่างกับ thalassemia เพราะ thalasemia เป็นโรค ทางพันธุกรรม ที่ ถ่ายทอดมาโดยตรง ถ้าจะเป็นก็เป็นเลยครับ ไม่เป็นก็ไม่เป็นเลย แต่ เบาหวานถึงแม้จะมีความสัมพันธ์ทางกรรมพันธ์ แต่ก็ยังพอมีทาง ชะลอการเกิดได้ พวกนี้เรียกพวกมีความเสี่ยง อย่างผมมีคุณแม่เป็น เบาหวาน เนี่ยก็เป็นพวกเสี่ยง ต้อง ปรับพฤติกรรม ครับ
คนอิสานเป็นเยอะขึ้นทุกวัน ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ ที่ว่าเป็นโรคของคนกินดีอยู่ดี เดี๋ยวนี้เป็นโรคของกินไม่ดี อยู่ไม่ดี ด้วย
ผมลองเข้าไปดู รูป แล้ว เข้าไป check ที่ hisatat meter ก็ไม่เห็น นับว่าเข้าไปดูเลยครับ เดาเอาว่าคงนับ เฉพาะ page ที่เข้าไปอ่านมากกว่าครับ
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนครับ
เมื่อ จ. 18 มิ.ย. 2550
ผมก็สงสัยว่าเขาวัดยังไง แล้วมันมีประโยชน์อะไรเหมือนกัน ครับ จริงๆ แล้ว เขาใช้ฐานประชากร เป็นฐาน แล้ว หาว่ามีประชากรกี่ราย ที่ออกกำลังกาย เอามาหารกันคิดเป็น % ผมก็เลยงง ว่า 80 % แล้วเป็นยังไง แปลว่ายังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน
ยินดีที่ได้รู้จักครับ