ความรัก ความห่วงใย จากคนไกล...ที่คิดถึง
“เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอที่ ฉันรักหมดหัวใจ”
บางคนบอกว่า รักแท้แพ้ใกล้ชิด ระยะทางเป็นอุปสรรคของความรัก แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่ รู้ว่า ถ้าเราไม่อยู่ห่างไกลกัน เราจะรู้จักความคิดถึงได้อย่างไร ความห่วงใยเวลาที่ไม่อยู่ด้วยกัน มันมีค่าขนาดไหน เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่ จะได้เจอหน้า แม้เสี้ยวเวลาก็ยังดี

วันที่เธอ ท้อแท้ สิ้นหวัง อยากให้รู้ว่ายังมีคนอีกคนที่จะคอยเคียงข้าง อยู่เสมอ ไม่ว่าปัญหาที่เธอต้องเผชิญ จะหนักหนาสักเพียงใดก็ตาม คนรัก จะคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอแม้วันนั้นจะเป็นวันที่เขาอ่อนแอที่สุด แต่วันนั้นจะเป็นวันที่เขาเข้มแข็งที่สุดได้ถ้าคุณมีปัญหา ต้องการเขาอยู่เคียงข้าง
สำหรับคนที่ยังไม่มีคู่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ไม่ช้านานคงพานพบ ยังไงถ้าเป็นเนื้อคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกัน แต่ถ้าไม่ใช่ยิ่งวิ่งไล่ยิ่งห่างไกลไปทุกที สำหรับคนที่มีคนรักอยู่ขอให้ดูแล ใส่ใจกันให้มาก ๆ เชื่อว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ความรู้สึกรัก เป็นความรู้สึกที่ต้องออกมาจากใจ ใช่จากปาก การกระทำจะเป็นตัวบ่งชี้
หวังว่าคนรักกันจะไม่ทำร้ายกัน หลอกลวงกัน เพราะมันจะเป็นการทำร้ายคนที่คุณรักอย่างแสนสาหัส และความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน ถ้ามันได้หายไปแล้ว มันจะไม่มีทางกลับมาหาคุณอีก และไม่ขอแนะนำให้คุณพิสูจน์

“ขอบคุณ ระยะทาง ที่ทำให้เราต้องห่างไกล
อยากขอบใจ เธอที่ทำให้ ฉันคิดถึง
ขอบคุณ ช่วงเวลาที่ เคยหวานซึ้ง
และขอบคุณ ทุกห้วงคำนึง ที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า
หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหวจริง จริง”
เป็นกำลังใจ ให้ทุกคน สมหวังในรัก ขอย้ำว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่คนที่ มีความรักจะทุกข์หรือจะสุข เชื่อว่าคุณเลือกได้
จากคนรักที่อยู่ห่างไกล ถึงนางฟ้าในใจของคนที่คิดถึง
มีนิทานเรื่องหนึ่งที่อยากเล่าครับ
เรื่องมีอยู่ว่า มีเพื่อน 3 คนที่สนิทกันมาก รักกันมาก ๆ เพื่อน 3 คนนั้นก็ประกอบด้วย น้ำ ไฟ และความเชื่อใจ วันหนึ่งเพื่อนทั้ง 3 ก็นัดกันไปเที่ยว ก็มีคนเสนอว่าไปกางเต็นท์อยู่ป่าดีกว่า (อาจเป็นทุ่งดอกกระเจียวก็ได้ มีหลายคนอยากไป) พอถึงวันไปทุกคนก็มาเจอกันแล้วเดินทางมุ่งหน้า เข้าสู่ป่า เดินเข้าไป ๆ ป่าเริ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนต่างมองหน้ากัน และน้ำก็พูดว่า "ในป่าลึกอย่างนี้ถ้าหากว่า พวกเราหลงทางและหากันไม่เจอ เราจะทำอย่างไรกันดี" ทุกคนนิ่งคิดไปพักหนึ่ง แล้วไฟก็บอกว่า "เราคิดออกแล้ว เราเป็นไฟถ้าหากเราหลงทาง เราสามารถทำให้เกิดควันได้" น้ำกับความเชื่อใจก็พยักหน้า แล้วบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นเราจะตามหาตัวนายจากการสังเกตดูควันก็แล้วกันนะ" และต่อมา น้ำก็เลยบอกว่า "เราเป็นน้ำ เราสามารถให้ความชุ่มชื้นกับ ต้นไม้ใบหญ้าได้ ที่ใดที่มีเราอยู่ที่นั่นจะเขียวขจี" ไฟกับความเชื่อใจ ก็พยักหน้า แล้วบอกว่า"ถ้าอย่างนั้นเราจะตามหาตัวนายจากการสังเกตดูความชุ่มชื้น ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ก็แล้วกันนะ" และก็เหลือคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้บอกเพื่อนว่าจะให้ตามหาได้อย่างไร น้ำกับไฟก็เลยถามความเชื่อใจว่า "แล้วจะให้พวกเราตามหานายได้อย่างไร" ความเชื่อใจ ก็เลยบอกเพื่อนรักทั้งสองว่า "ถ้าหากว่าเราพลัดหายจากพวกนายไปแล้ว คงไม่มีทางที่เราจะกลับมาเจอนายได้อีกแล้วล่ะ"
จบ.
ตามธรรมดาของนิทาน พอถึงตอนจบ ต้องมี นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แต่ขอสงวนไว้สำหรับเรื่องนี้แล้วกันนะครับ เพราะผมเชื่ออย่างยิ่งว่าทุกท่านคงได้ข้อคิดจากเรื่องนี้ด้วยตัวท่านเอง
ไกลแสนไกลสุดโค้งขอบฟ้า
ไกลสุดตาฟ้ามิอาจกั้นใจ....
ไกลแสนไกลสุดโค้งขอบฟ้า
ไกลสุดตาฟ้ามิอาจกั้นใจ
ไกลเพียงใดใจจะอยู่กับใจ
ไกลหรือใกล้ ใจฉันจะอยู่กับเธอ
ขอขอบคุณ คุณน่านฟ้าทะเลลมมากครับ
นานๆเข้ามาที ขอมีความคิดเห็นบ้างแล้วกัน
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามถ้าความรักนั้นไม่ทำร้ายคนอื่น นั่นรวมถึงคนที่คุณรักและคนที่รักคุณ (รวมทั้งตัวคุณเองด้วย)...บางครั้งความห่างไกลทำเห็นค่ากันและกันมากขึ้น หรือว่าไม่เห็นค่ากันเลย...."หนทางพิสูจน์แรงม้า เวลาพิสูจน์ความรัก"
พี่เราหวานกับเขาก็เป็นด้วย