ความคิดที่ไม่มีความโกธร โลภ และหลง เจือปน ย่อมนำไปสู่ความรู้ ความสามารถ และความประพฤติที่มีคุณธรรม

การประชุมวิชาการ “ใต้ร่มพระบารมี รามาธิบดีเพื่อสุขภาพของปวงประชา” ในเช้าวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐ มีปาฐกถารจิต บุรี ครั้งที่ ๑๘ เรื่องหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU) ฝันหรือเป็นจริง โดย นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นศิษย์เก่าแพทย์รามาธิบดีดีเด่น ปี ๒๕๕๐

นพ.สำเริงกล่าวว่า Primary care เป็นทิศทางที่ สปสช. สธ. และพี่น้องประชาชนต้องการให้เกิดขึ้น ที่กลับไปโคราชเพราะอยากจะทำสิ่งที่ดีสิ่งที่เป็นอุดมคติให้เป็นจริง เนื้อหาที่นำเสนอมี ๔ ส่วนคือหลักการเชิงทฤษฎี เอาทฤษฎีไปปฏิบัติอย่างไร ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และสิ่งที่ได้เรียนรู้

โคราชมี PCU ๔๐๑ แห่ง การบริการที่คาดหวังมีความแตกต่างจาก สอ. และ รพ. สปสช. และ สธ.พยายามทำแต่ยังขาดเอกภาพในความคิด และยังมีปัญหาเรื่องความคิดของบุคลากร ความรู้ความเข้าใจต่อการปฏิบัติเป็นรูปธรรมของ PCU ไม่ชัดเจน โคราชมีบทเรียนและแก้ปัญหาโดย “7 Re” ได้แก่ Research, Re-train, Re-think, Re-design, Re-tool, Resource allocation และ Reassurance

ในเรื่องของการวิจัย เน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อแปลงแนวคิดไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละที่ การ Re-train เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้เกิด Re-think, Re-design และ Re-tool มีการพัฒนา อสม. เป็น พสม. มีการอบรมและผลิตคู่มือสำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานใน PCU ๓ เล่ม ในกระบวนการทำงานได้เอา concept มาแปลงเป็นภาคปฏิบัติ ๘ กิจกรรมหลัก ให้เห็นว่า PCU แตกต่างจาก รพ. และ สอ. เป็นการแก้ปัญหาความคิด

เรื่องคนประจำ PCU คำตอบในช่วงเปลี่ยนผ่านคือพยาบาล ให้ชุมชนส่งไปเรียนเอง เพราะถ้ารอการจัดสรรจะนาน มีการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว ประสานกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เพื่อผลิตแพทย์แนวใหม่ ตลอดจนพัฒนาการมีส่วนร่วมทั้งจากชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้สูงอายุ ปราชญ์ชาวบ้าน

นพ.สำเริงเล่าถึงการพัฒนาระบบ ศาสตร์การบริหาร และมองว่าผู้บริหารต้องคิดสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ผู้บริหารต้องกล้าคิดสิ่งใหม่ มิใช่บุรุษไปรณีย์ และเล่าเรื่องโครงการต่างๆ ของโคราช บอกข้อมูลผลการดำเนินงานให้เห็นชัดเจนทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ปัญหาอุปสรรคและโอกาสการพัฒนา ยังมีอยู่ เช่น ขาดบุคลากรการแพทย์ที่จะไปปฏิบัติงานใน PCU แพทย์ควรเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ประชาชนบางส่วนยังมีความเคยชินที่จะไปพบแพทย์เฉพาะทาง แพทย์อยู่ในชนบทได้ไม่ยาวนานและไม่มีความสุขที่จะทำงานในชนบท นพ.สำเริงกล่าวว่าถ้าไม่ได้แพทย์ทำงานใน PCU ก็ขอเป็นพยาบาลที่ผ่านการอบรม และควรมีเครือข่าย

สรุปว่า PCU ที่โคราชไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นการทำฝันให้เป็นจริง

ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวตอนท้ายว่าปกติ ศ.นพ.รจิต บุรี จะกล่าวสรุปสั้นๆ และให้ข้อคิดสั้นๆ ที่มีความหมายลึกซึ้งให้กลับไปคิดต่อ ในวันนี้ไม่ขอสรุปแต่ขอแสดงความชื่นชมที่ศิษย์อุทิศตนให้กับงานสาธารณสุขมูลฐานของประเทศ ภาคภูมิใจที่รามาธิบดีได้สร้างศิษย์ที่มีแนวคิดด้านสาธารณสุขมูลฐานซึ่งสำคัญต่อประเทศ และมองว่า นพ.สำเริงเป็นต้นแบบอีกแบบหนึ่งคือรักบ้านเกิด ที่แพทย์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะแพทย์ที่รับทุนชนบทควรดูเป็นแบบอย่าง พร้อมอัญเชิญคำกล่าวของ ศ.นพ.รจิต บุรี ที่เป็นคติพจน์เตือนใจศิษย์รามาฯ ดังนี้ “ความคิดที่ไม่มีความโกธร โลภ และหลง เจือปน ย่อมนำไปสู่ความรู้ ความสามารถ และความประพฤติที่มีคุณธรรม”

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐