[บันทึกนี้สืบเนื่องมาจากคำถามที่ได้รับมากค่ะ] 

WHY|ใช้น้ำยาบ้วนปากไปทำไม

  • ป้องกันรักษาโรคฟันผุ และ/หรือ

  • ป้องกันรักษาโรคเหงือกอักเสบ และ/หรือ

  • ป้องกันรักษาโรคปริทันต และ/หรือ

  • ป้องกันรักษาปัญหากลิ่นปาก และ/หรือ

  • ดูแลรักษาแผลหลังการผ่าตัดภายในช่องปาก ป้องกันการติดเชื้อ

หมายเหตุ: การใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นวิธีเสริม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก ม่ใช่วิธีทดแทนการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน

แนะนำให้อ่านบันทึกอ.หมอวัลลภต่อค่ะท่านเขียนสรุปเรื่องการแปรงฟัน  ใช้ไหมขัดฟันไว้ดีแล้ว 

WHAT|น้ำยาบ้วนปากมีกี่ชนิด

  • มีรสหอม ไปกลบกลิ่นปากเฉยๆ ได้ผลระยะสั้น

  • มีตัวยากำจัดสารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก (volatile sulfur compounds)

  • มีสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดปริมาณคราบจุลินทรีย์ (plaque) 

  • มีฟลูโอไรด์ป้องกันฟันผุ

  • มีคุณสมบัติรวมหลายๆข้อดังที่กล่าวมาข้างต้น

การเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากนั้น ข้อแรกคือต้องถามตัวเอง(หรือไม่หมอฟันก็จะบอกเอง)ว่า เราต้องการคุณสมบัติข้อไหน

ตอบได้แล้วก็มาดูกันที่ส่วนประกอบเป็นอันดับแรกค่ะ แล้วก็ค่อยมาดูที่สี กลิ่น รสแล้วก็ราคา มาช่วยประกอบการตัดสินใจ

อ่านที่ฉลากบนขวด ข้างขวด หาว่าเค้าเขียนไว้ว่ามันทำหน้าที่อะไร แล้วก็พลิกต่อไปอ่านว่ามีส่วนประกอบที่เป็นสารออกฤทธิ์ (active ingredient) อะไรบ้าง

----------------------------------------

วันนี้มีโพยมาให้ค่ะ เผื่อเอาไว้เทียบ

พวกที่ 1: น้ำมันสะกัดจากพืช (essential oil) เช่น เมนทอล, thymol, menthyl salicylate, pepermint, clove, eucalyptol พวกนี้มีกลิ่นหอมและฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและบนคราบจุลินทรีย์ที่เกาะบนฟัน

พวกที่ 2: ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น chlorhexidine gluconate, hexetidine, benzalkonium chloride, cetylpyridinium chloride, hydrogen peroxide, tricosan  

พวกที่ 3: ฟลูโอไรด์ (Fluoride) ช่วยป้องกันฟันผุ หรือ รักษารอยผุเบื้องต้นที่ยังไม่เป็นรู แต่เป็นสีขาวขุ่นๆ

พวกที่ 4: มีสาร zinc ion, zinc chloride (ZnCl2) แก้ปัญหากลิ่นปาก ทำหน้าที่เปลี่ยนสภาพสารระเหยซัลเฟอร์ (volatile sulfur compound)  ให้กลายรูปไปไม่ให้เป็นสารระเหยเหม็นๆอีกต่อไป

พวกที่ 5: มีตัวยาที่ไม่ได้ใช้กันในชีวิตประจำวันเช่น Povidone-iodine ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา โปรโตซัว หรือ ยา Mycostatin, Nilstat  ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อรา (ตัวนี้อมแล้วกลืน ต่างจากตัวอื่นที่ให้บ้วนทิ้ง) หรือ allopurinol บรรเทาอาการแผลในปากจากการฉายรังสี/เคมีบำบัด

ตรวจเช็ครายชื่อน้ำยาบ้วนปากที่มีขายในเมืองไทยได้ที่นี่ค่ะ มีส่วนประกอบให้ดูด้วยค่ะ (กราบขอบคุณกรมอนามัยงามๆเลยค่ะ)

----------------------------------------

ยังมีอีกหลายตัวค่ะ โดยเฉพาะยาสมุนไพร ทั้งไทยทั้งเทศ วันนี้ขอละเอาไว้ก่อน เล่าให้ฟังเฉพาะชนิดที่มีงานวิจัยรับรองแล้วก่อนนะคะ

=ว่าด้วยเรื่อง Alcohol=

ถ้ามีทางเลือก มีตัวเลือกควรเลี่ยงยาบ้วนปากที่ผสม alcohol ค่ะ หรือไม่ก็เลือกชนิดที่มี % alcohol น้อยๆ เพราะ alcohol ทำให้ปากแห้ง ในระยะยาวภาวะปากแห้งนี่แบคทีเรียชอบค่ะ นอกจากนี้ยังแสบอีกต่างหาก 

 

WHO, WHEN AND HOW|ใครใช้ ใช้อย่างไร ตอนไหนบ้าง

ผลวิพากษ์งานวิจัยสรุปไว้ว่า

  • ถ้าใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดที่ผสมฟลูโอไรด์ควบคู่ไปกับการแปรงฟัน ด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูโอไรด์ในเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ จะลดโรคฟันผุได้มากกว่าการแปรงฟัน (ด้วยยาสีฟันทที่ผสมฟลูโอไรด์)เฉยๆ 
  • ในเด็กที่ยังควบคุมการกลืนไม่ได้ (ต่ำกว่า 6 ขวบ) ยังไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก
  • เด็กประถมควรมีคนคอยดูเวลาใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดที่ผสมฟลูโอไรด์
  • คนที่ใส่เหล็กดัดฟันแล้วมีรอยฟันเริ่มผุขาวๆขุ่นๆรอบๆตัวเหล็กดัด ก็สามารถได้รับประโยชน์เสริมจากการใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดที่ผสมฟลูโอไรด์เช่นกัน
  • สำหรับคนที่มีปัญหากลิ่นปาก ควรพบทันตแพทย์หรือแพทย์เพื่อตรวจดูว่าเป็นจากในปากหรือโรคอื่นๆเช่น ไซนัสหรือทอนซิลอักเสบ การติดเชื้อในช่องคอ ช่องท้อง ทางเดินหายใจ หรือ โรคทางระบบอื่นๆ
  • ดูแลรักษาในช่องปากไม่ให้มีฝันผุ หรือ เหงือกอักเสบ พยายามลดเชื้อแบคทีเรียในปากด้วยการแปรงฟัน ใช้ไหม แปรงลิ้น (สำคัญมาก) แล้วก็ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมข้อ 1, 2, 4
  •  ส่วนเรื่องการป้องกันโรคเหงือกอักเสบและปริทันต์นั้นส่วนผสมข้อ 1,2 ช่วยได้ แต่ผลงานวิจัยสรุปผลว่าโอเค ได้ผลในทางป้องกัน แต่ถ้าเป็นโรคปริทันต์ขึ้นมาแล้วยังไม่เห็นผลสำเร็จในทางแก้ (cure) ว่าน้ำยาบ้วนปากทำให้หายเร็วเท่าไรนัก จะหนักไปในการใช้เพื่อเป็นการรักษาสภาพ (maintenance) หลังการผ่าตัดภายในช่องปากมากกว่า
  • โดยกลุ่มยาพวก chlorhexidine gluconate, hexetidine นิยมใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด เช่น การผ่าปลูกเหงือก หรือการฝังรากเทียม เป็นต้น นอกจากนี้ 2 ตัวยานี้ยังใช้กลั้วคอ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (strep) ที่ทำให้เจ็บคอ อีกด้วย
  • กลุ่มยาพวก chlorhexidine gluconate, hexetidine  และ ส่วนประกอบพวกที่ 5 นั้นหมอจะสั่งเอง ก็ใช้ตามหมอสั่งค่ะ

----------------------------------------

โดยทั่วไปไม่ว่าเป็นชนิดไหน มักจะใช้วันละ 2 ครั้ง คู่ไปกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน ให้ใช้เป็นประจำ ยกเว้นยาพวกที่หมอสั่งเฉพาะ

สำคัญมาก! ให้อ่านวิธีใช้ข้างขวดดีๆว่าให้กลั้วนานเท่าไหร่ และ ให้บ้วนน้ำตามหรือไม่ให้บ้วน แล้วทานน้ำต่อได้ไม๊

เนื่องจากน้ำยาบ้วนปากมีหลายชนิดมาก ถ้าเขียนแล้วงงก็ถามได้ค่ะ กฎทองคือให้อ่านข้างขวดดีๆแล้วก็ ทำตามที่หมอและหมอฟันประจำตัวสั่งค่ะ

---------------------------------------- 

อ้างอิง:

Cochrane Database of Systematic Reviews

  • Marinho, VCC; Higgins, JPT; Logan, S; Sheiham, A. Fluoride mouthrinses for preventing dental caries in children and adolescents [Reviews] Date of Most Recent Update: 25-February-2004
  • Worthington, HV; Clarkson, JE; Eden, OB. Interventions for treating oral mucositis for patients with cancer receiving treatment [Reviews] Date of Most Recent Update: 21-May-2004
Other Reviews
  • ADA Council on Scientific Affairs. J Am Dent Assoc. Vol 134, No2, 209-214
  • FDI Commission. Mouthrinse and periodotal disease. [Review] Interntional Dental Journal. 52(5):346-52, 2002 Oct.
  • Slots, J. Selection of antimicrobial agents in periodontal therapy. [Review] Journal of Periodontal Research. 37(5):389-98, 2002 Oct.
  • Loesche, Walter J. Kazor, Christopher. Microbiology and treatment of halitosis. Periodontoloyy. 2002. 28:256-79, 2002
  • Walker CB. Microbial effects of mouthrinse containing antimicrobials [Review]. Journal of Clinical Periodontology. 15(8):499-505, 1988 Sep.