ความหมายในมุมมองแบบนักพัฒนาสังคม เป็นการบอกอย่างทางการให้ผู้เฒ่าในชุมชนทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นประโยชน์แก่ชุมชน และให้ชาวบ้านทุกคนทราบ โดยใช้พิธีนี้เป็นสื่อกลาง โดยมีเจ้าที่ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านรับรู้ รับทราบ

ใครจะเข้าไปอยู่อาศัยในหมู่บ้านไทโซ่เป็นระยะเวลายาวนาน เช่น ครูที่ไปสอนหนังสือแล้วจะต้องพักที่บ้านพักครู เจ้าหน้าที่โครงการระดับสนามที่ต้องพักในหมู่บ้าน เหล่านี้จะต้องทำพิธีบอกเจ้าที่ หรือ พิธีครอบ หรือพิธีก๊วบ ให้เจ้าที่ทราบเป็นทางการ เหมือนกับระบบทางราชการไทยที่มีการทำจดหมายส่งตัวให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทราบ  

แม้แต่การปลูกบ้านใหม่ หรือมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เกิดขึ้นก็ต้องทำพิธีก๊วบเช่นกัน โครงการที่ผมรับผิดชอบมีงานสูบน้ำด้วยไฟฟ้าก่อสร้างขึ้นกินพื้นที่ 1500 ไร่ มีอาคารสูบน้ำใหญ่โตเท่ากับตึก 3 ชั้น มีถังเก็บน้ำขนาด 2100 ลบ.ม. มีระบบท่อส่งน้ำฝังอยู่ใต้ดินมีความยาวรวมกันเป็นหลายสิบกิโลเมตร ค่าก่อสร้างตก 40 ล้านเศษ จะต้องทำพิธีก๊วบ บอกเจ้าที่เจ้าทางให้ทราบและให้ดูแลรักษา ให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน  

พิธีนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านทราบเรื่องต่างก็มาร่วมงานมากมาย และจะต้องมีการฆ่ากันตายเซ่นสังเวยเจ้าที่ ผู้ที่ชะตาขาดคือหมูตัวใหญ่ ผู้ทำพิธีคือ เฒ่าจ้ำประจำหมู่บ้าน ผู้ที่ขาดไม่ได้ในพิธีคือ ผู้เฒ่า เจ้าโคตร ทั้งหมดทุกสายสกุลจะต้องมาร่วม งานนี้ผู้เฒ่าดูจะมีศักดิ์ศรีมากกว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน   

 

พิธีก็คือ เอาหมูมาฆ่า เอาเครื่องในต้มไปเซ่นไหว้เจ้าที่ โดยจ้ำและผู้ใหญ่ในชุมชนจะเข้าไปรวมกันที่ศาลเจ้าที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จ้ำจะมีขันธ์ 5 เป็นสื่อแสดงคารวะเจ้าที่แล้วบอกกล่าวถึงวันสำคัญวันนี้ให้ทราบ แล้วก็เอาเครื่องในทุกอย่างของหมูที่ต้มสุกแล้วมาเซ่นไหว้ ให้กินพร้อมรินเหล้าขาว ปล่อยให้กินสักพัก ก็เสี่ยงทายว่าอิ่มหรือยังโดยการโยนไม้สองชิ้นหากหงายหมดก็ถือว่าอิ่มแล้ว หากหงายหนึ่งอันคว่ำหนึ่งอันยังไม่อิ่ม ทิ้งเวลาให้กินต่อไปอีก หากคว่ำทั้งสองก็เอาเครื่องเซ่นไหว้มาเพิ่มเติม  

 

เมื่อการเสี่ยงทายพบว่าอิ่มแล้ว ก็จะมีการบอกกล่าวร่วมกันทั้งหมด เสียงดังเซ็งแซ่ ต่อหน้าศาลเจ้าที่ว่า ลูกหลานมาบอกให้ทราบว่ามีสิ่งก่อสร้างเกิดขึ้นมาบ้านเรา ขอให้เจ้าที่ช่วยดูแลรักษาให้ใช้ประโยชน์แก่ลูกหลานในบ้านนี้ทั้งหมด ช่วยให้ทำงานได้ราบรื่นไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆมาเกิดขึ้น ฯลฯ แล้วก็บอกลาเจ้าที่  

ในระหว่างนั้นชาวบ้านอีกส่วนก็ไม่ได้ไปร่วมทำพิธี แต่จะเตรียมเนื้อหมูเป็นอาหารต่างๆตามต้องการ โดยมากก็คือ ลาบดิบ ลาบสุก ต้ม ลวกเครื่องในจิ้มแจ่ว  เมื่อเสร็จก็ยกเอามาให้ผู้เฒ่าของชุมชน กินก่อน แล้วทุกคนที่มาร่วมงานก็กินตามอัธยาศัย  ในกลุ่มผู้เฒ่าก็จะมีการพูดคุยกันในเรื่องดีเรื่องงามเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างนี้ การใช้ประโยชน์แก่ชาวบ้าน ชุมชน การให้เกิดการราบรื่นในการดำเนินงาน ไม่มีอุปสรรคใดๆ ให้ศีลให้พรตามประสาผู้ใหญ่แก่ลูกหลานที่มาร่วมงานเป็นเสร็จพิธี

  • พิธีนี้จะต้องทำตามข้อเสนอของชุมชน
  • ผู้เฒ่า เจ้าโคตร จะต้องมาร่วมพิธีขาดไม่ได้
  • จะต้องเซ่นไหว้เจ้าที่ด้วยหมูเท่านั้น
  • ทุกคนในหมู่บ้านทั้งหญิงชายมาร่วมพิธีโดยไม่ต้องเชิญ  

ความหมายในมุมมองแบบนักพัฒนาสังคม เป็นการบอกอย่างทางการให้ผู้เฒ่าในชุมชนทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นประโยชน์แก่ชุมชน และให้ชาวบ้านทุกคนทราบ โดยใช้พิธีนี้เป็นสื่อกลาง โดยมีเจ้าที่ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านรับรู้ รับทราบ  

 

ข้อสังเกต ก่อนหน้าที่จะทำพิธีนี้ เกิดการลักขโมยชิ้นส่วนก่อสร้างขึ้นหลายประการ  แต่เมื่อทำพิธีแล้ว ไม่มีการลักขโมยอีกเลยจนถึงปัจจุบัน  และการทำหน้าที่ของแต่ละคน ทำโดยอัตโนมัติ ผมไม่เห็นมีการประชุมแบ่งงานกันอย่างเราคนนอกทำกัน  เหมือนแต่ละคนรู้หน้าที่และไม่ต้องมีใครมาบอกมาสั่ง ทำเอง ทำเลย

นี่คือพิธีตามประเพณีท้องถิ่นไทโซ่ดงหลวงที่ยังปฏิบัติอย่างเหนียวแน่น

(รูปที่แสดงเป็นการ copy มาจาก power point เรื่องนี้เพียงบางส่วน)