ตกแต่งบ้าน,ศิลปะ

สวัสดีครับ  พอดีหายไปนาน ช่วงนี้ฝนฟ้าตกเอามากๆๆ  สิ่งที่ตั้งใจจะมาแลกเปลี่ยนความรู้ ที่ยังค้างไว้  คือเรื่องการตกแต่งภายในบ้าน  ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากคราวที่แล้ว ที่ผมจั่วทิ้งท้ายไว้ว่า  สมมุติว่า ถ้าเราเป็นคนที่ไปซื้อบ้านจัดสรร  คอนโด หรืออาคารพักอาศัยที่สรางสำเร็จรูป  การตกแต่งภายใน จะเริ่มยังไง  อย่างที่ผมเคยเกริ่นไว้ว่า  งานตกแต่งภายในมี 2 ลักษณะ คือ แบบ soft  Construction กับแบบ Hard Construction  ซึ่งบอกตรงๆ ว่า แบบ Soft Construction ผมไม่ค่อยห่วง  คือในการแก้ไขยุ่งยากน้อยกว่า  แต่ถ้าเป็น Hard Construction จะแก้ไขค่อนข้างยาก  สำหรับในกรณีที่  เราไปซื้อบ้านจัดสรร ทั้งที่กำลังจะซื้อ หรือซื้อไปแล้ว  ข้อสังเกต หรือแนวทางในการพิจารณาเพื่อการตกแต่ง ก็มีง่ายๆ อย่างนี้ครับ

1. ลองคิดว่า เราจะใช้พื้นที่ ในแต่ละส่วนอย่างไร ตรงไหน พักผ่อน ตรงไหนทานข้าว ตรงไหนเป็นห้องนอน และเป็นห้องนอนของใคร  จากนั้น ก็ลองทำรายการคร่าวๆ ว่า ในพื้นที่ต่างๆ เราต้องการ เครื่งใช้ไม้สอยอะไรบ้าง เฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง

2. ขั้นที่ 2 ก็ลอง แยกดูว่า เครื่องใช้ไม้สอยเหล่านั้น  อะไรที่ต้อง ใช้ไฟฟ้า อะไรที่ต้องใช้น้ำ อะไรที่ต้องมีท่อ หรือการเดินท่อ จากนั้นให้ดูจากสถานที่จริง ว่า ในพื้นที่เหล่านั้น มีการเดินไฟฟ้าที่มีเต้าเสียบ หรือ ท่อน้ำ ไว้หรือไม่ เพื่อพิจารณาว่าจะตั้ง  เครื่องใช้ไม้สอยเหล่านั้นตรงไหน ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับการไปซื้อเฟอร์นิเจอร์  ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ เช่น ห้องทำงาน แน่นอนครับเดี๋ยวนี้ทุกบ้านจะมีคอมพิวเตอร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์ ก็ต้องใช้ไฟฟ้า จึงต้องมีเต้าปลั๊ก อยู่ในห้องนั้น  ซึ่งส่วนใหญ่บ้านจัดสรร เขาจะวางไว้ใกล้ประตูทางเข้าห้อง ไม่ซ้ายก็ขวา  แต่ถ้าเกิดว่า เราอยากทำงานใกล้หน้าต่าง ซึ่งอยู่ห่างจะเต้าปลั๊ก ถ้าวิธีแบบบ้านๆ ก็ใช้สายต่อที่เป็นม้วนๆ มาต่อ ซึ่งแน่นอนครับระเกะระกะไปหมด  ยังไม่พอ ยังต้องมีอินเตอร์เน็ตอีก ก็ต้องมีสายโทรศัพท์เดินไปยังบริเวณเดียวกันอีก  ซึ่งถ้าเราคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าอะไรจะตั้งตรงไหน  เราก็จะสามารถให้ช่างเขาปรับตำแหน่ง เต้าเสียบปลั๊กต่างๆ ให้สัมพันธ์กับ ตำแหน่งที่เรา อยากวางอุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างลงตัว  ซึ่งควรจะคิดตั้งแต่ตอนบ้านจัดสรรนั้นกำลังจะก่อผนัง เพราะโดยส่วนมากเดี๋ยวนี้ การเดินสายไฟฟ้า จะเป็นการเดินอยู่ในผนัง  เพราะถ้ามาทำตอนบ้านเสร็จก็อาจจะย่งสักหน่อย แต่ก็พอทำได้ครับ  สำหรับท่านที่ไปซื้อบ้านที่สร้างเสร็แล้ว (คือ เขาจะมีอุปกรณ์ที่เซาะผนังออก แล้วฝังท่อเดินสายไฟลงไป แล้วค่อยฉาบปิด)

3. เมื่องานระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถูกเตรียมไว้หมดแล้ว ตอนนี้ละครับค่อยไปซื้อเฟอร์นิเจอร์  ข้อสำคัญ คือควรมีตลับเมตร ความยาวสัก 5 - 10 เมตร ติดตัวไว้  แล้วพยามวัดความกว้าง ความยาวของผนังด้านต่างๆ ของห้อง แล้วจดไว้ แล้วค่อยไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ มีเป็นชุด เป็นเซ็ทให้เลือก  ที่ต้องวัดผนังไป เพราะ  จะได้กะถูกว่า  เฟอร์นิเจอร์ที่เราจะไปซื้อนั้น มีขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่เราจะไปวางครับ  อย่างไม่กี่วันมานี้  หลานผมจะไปซื้อตู้วางโทรทัศน์  ตอนแรกก็ไปเดินดูเฉยๆ ไม่ได้กะว่าจะซื้อ เจอแบบโน้นก็สวยแบบนี้ก็สวย  ราคาก็ พอไหว  แต่ผมก็เบรกๆไว้  บอกว่าให้ไปวัดผนังห้องด้านที่จะวางก่อน  เพราะตู้ที่อยากได้ ยาวประมาณ 2.20 ม. คือถ้ายาวกว่าผนังที่จะไปวางก็เป็นเรื่องคือ  ซื้อไปก็หาที่วางไม่ได้ คือบางครั้งเราใช้การกะเอา ซึ่งเสี่ยงมาก  ถ้าเล็กกว่า ก็ไม่เท่าไร แต่ถ้าใหญ่กว่าก็ใช้งานลำบาก แล้วจะกลายเป็นเกะกะเข้าไปอีก