สวัสดีค่ะ
ได้มีโอกาสไปดู สไปเดอร์แมน 3 มาค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า ไม่เคยดู สไปเดอร์แมน 1 และ 2 มาก่อนค่ะ เพราะเฉยๆกับหนังแนวนี้
ตอนแรกที่เพื่อนชวนไปดูภาคที่ 3 ยังขี้เกียจอยู่เลยค่ะ
แต่ไป เพราะเกรงใจเพื่อน
และ ลองดูเห็นคนเขาฟีเวอร์กันเหลือเกิน
ดังนั้นจึงเปรียบเทียบให้เพื่อนๆ ไม่ได้ค่ะ
ว่าภาคไหนดีกว่า เพราะได้ดูแค่ภาคนี้ภาคเดียว
พอไปดูแรกๆก็เรื่อยๆ ก็เหมือนหนังฮีโร่ทั่วๆไป
แต่ยิ่งดู ยิ่งรู้สึก ดีๆๆๆ และ ไม่ใช่ดีแค่เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สนุก
แต่ดีที่สุดคือ ทำให้ใจของคนดูอย่างเราเติบโตขึ้นตามสไปดี้ไปด้วย
หนังเรื่องนี้ ในแง่ความมันส์ ด้วยโปรดักชั่น โอเคดีอยู่แล้วค่ะ
แต่สำหรับตัวเองที่ชอบมากๆๆ
คือ เรื่องราวที่ทำให้ สไปดี้ ได้เรียนรู้ชีวิต ได้รู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเองและผู้อื่น
จนเป็น Spidy ที่.....เติบโตขึ้น
ซึ่งมีค่ามากมายมหาศาล กับ Spidy และ กับ ตัวเองด้วยค่ะ
ดังนั้นสำหรับตัวเองคุ้มค่าสุดๆๆ ที่ได้ดู
จึงต้องขอบคุณเพื่อนๆที่น่ารักที่สุด ที่ชวนไปดูค่ะ
และ จึงอยากชวนให้เพื่อนๆได้ไปดูกันค่ะ ได้อะไรดีๆมากกว่าความสนุกค่ะ
ต่อไปเป็น SPOILER ALERT นะคะ อาจเฉลยจุดสำคัญของหนังบางส่วนค่ะ
เห็นเป็นประเด็นที่ดีๆ น่าสนใจ
จึงอยากแบ่งปันให้เพื่อนค่ะ
ประเด็นที่ชอบมากๆๆคือ
# ป้าบอกสไปดี้ ว่า
ความอยากแก้แค้นที่ค้างอยู่ในใจ ทำให้คนเราอัปลักษณ์
(ตอนที่สไปดี้กลับมาอวดป้าว่า ฆ่าคนร้ายได้แล้ว)
ตอนนั้นรู้สึกได้สติ ว่าใช่สินะ ความโกรธ เกลียด แค้น
ทำให้คนเราอัปลักษณ์จริงๆๆ และ แม้กระทั้ง การโกรธ เกลียดตัวเอง ก็เช่นกัน
ทำให้เราอัปลักษณ์จริงๆ สไปดี้พอได้ยินป้าเตือนสติ ได้สติเลยค่ะ กลับมาเป็นสไปดี้ที่น่ารักอีกครั้ง
หรือแม้กระทั่งแฮร์รี่ ตอนแรกๆที่ใจเต็มไปด้วยความอยากแก้แค้น
ทำให้เขาอัปลักษณ์ไปเหมือนกัน
(แม้ว่าตอนนั้นหน้าตาจะหล่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆก็ตาม)
# อีกตอนที่ชอบมากค่ะ คือ ป้าอีกเช่นกัน
(ป้าเหมือน นักจิตบำบัด เลยค่ะ ออกมาที่ไร พูดไม่กี่ประโยค สไปดี้มี change เลยค่ะ คือเปลี่ยนเป็นมั่นคงในจิตใจมากขึ้นได้เลยค่ะ ป้า เจ๋งมาก ชอบๆๆๆ)
ที่สไปดี้รู้สึกแย่ที่ตัวเองฆ่าคนร้ายผิดคน และ รู้สึกแย่ๆกับสิ่งที่ตัวเองทำทั้งหมด
รวมทั้งทำร้ายจิตใจนางเอก และ คนอื่นๆด้วย
ขณะที่สไปดี้กำลังจมกับความเศร้าหมอง จากความรู้สึกผิด
ด้วยใจที่อยากจะดี
แต่เมื่อความรู้สึกผิดยังเกาะกุมใจ หัวใจเขาก็ยังถูกครอบงำด้วยเงาดำอยู่ดี
และ สิ่งที่ป้าบอกคือ การให้อภัยตัวเอง สไปดี้ฟื้นขึ้นมาทันที
และ เป็นการเปลี่ยนกลับจากชุดดำ มาเป็นชุดแดงอย่างถาวรตลอดกาลเลย (หันหลังให้กับชุดดำไปเลย)
ป้านี่เก่งมาก ทำจิตบำบัด แค่ 2 ครั้ง Spidy เติบโตขึ้นเลย
ป้านี่ยอดจริงๆๆๆๆ
นับถือ นับถือ ไม่ใช่เฉพาะแค่สไปดี้ ที่เติบโต ด้วยคำพูดของป้า
เราก็เติบโตขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ
เพราะการให้อภัยตัวเอง เป็นสิ่งที่มีค่ามาก
ดูเหมือนง่ายแต่ทำยากที่สุด
เพราะ หลายคนรู้สึกว่าการให้อภัยตัวเอง เ
หมือนการสปอยล์ ตัวเอง
ที่จริงไม่ใช่หรอกค่ะ เราแค่ให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง
การให้อภัยตัวเองจะเป็นสปอยล์ตัวเอง
เมื่อเราทำไปเพื่อเข้าข้างตัวเอง
โดยไม่อยู่บนหลักความจริง โดยไม่เป็นธรรมกับตัวเอง
คือ เอนเอียงเข้าข้างตัวเอง เกินจริง
และ ถ้าเราให้อภัยตัวเองได้
นั่นหมายถึงเรายึดติดน้อยลงด้วยค่ะ
เพราะการที่เราให้อภัยตัวเองไม่ได้
เพราะเรายึดติด ยึดติดดี ยึดติดว่าเราต้องดี
ถ้าเราไม่ดี ทำผิดพลาดไปก็ให้อภัยตัวเองไม่ได้เลย
ลองสังเกตดูสิคะ คนที่ยึดติดอะไรมากๆ
ก็จะให้อภัยอะไรไม่ค่อยได้
แต่คนที่ใช้ชีวิตได้สมดุลมองโลกอย่างเข้าใจ
เขาสามารถให้อภัยได้ เพราะเขาเข้าใจสัจธรรม
(ความจริงแห่งธรรมชาติ) ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
เป็นไปได้ อย่างในเรื่องค่ะ
พอ สไปดี้ ให้อภัยตัวเองได้
สีหน้าเขาก็ดีขึ้น สว่างขึ้น
สิ่งที่แบกไว้ ก็คลายลง
และ ที่น่าแปลกคือ ปกติที่เรามักเข้าใจตัวเองว่า
การให้อภัยตัวเองเป็นการสปอยล์ ตัวเอง
กลับเป็นว่า สไปดี้กลับพ้นจากด้านมืด เขาเติบโตขึ้น เขามั่งคงขึ้นและ ไม่สนใจชุดดำอีกเลยด้วย
นั่นแปลว่า เมื่อเราให้อภัยตัวเองไม่ได้
หรือ ในประเด็นแรกที่เรายังโกรธ แค้น คนอื่น หรือ แม้กระทั่งตัวเองก็ตาม
ทำให้พลังงานเราสูญเสียไป
ทำให้ ศักยภาพในตัวเราถูกขัดขวางการเติบโต ซึ่งควรจะเต็มที่กว่านี้ แต่ยังไงมนุษย์ย่อมต้องการพลัง อยากให้ตัวเองมีพลัง
ดังนั้น ในเรื่อง สไปดี้จึงอาศัยชุดดำ เพื่อให้ตัวเองมีพลังกลับคืนมา
แต่เมื่อเขาได้ทะลายกำแพงที่ล้อมเขาไว้ ทั้งความโกรธ เคียดแค้นผู้อื่น และ ความรู้สึกผิด โกรธตัวเอง ลงได้
เมื่อกำแพงเหล่านั้นได้ถูกทะลายลง
พลัง และ ศักยภาพในตัวเขาก็กลับมาอย่างเต็มที่อีกครั้งหนึ่งค่ะ
โดยที่เขาไม่ต้องอาศัยชุดดำนั่นด้วย ชุดเดิมสีแดงของเขา
ก็ทำให้เขามีพลังในตัวเองได้แล้ว เพราะพลังมาจากใจที่เติบโตขึ้น
และ กำแพงที่เกิดจากการขาดสติ จากการไม่เข้าใจชีวิต ได้ถูกทะลายลง
แล้วเขา Spidy ก็เติบโตขึ้น และเป็นการเติบโตขึ้นจริงๆ เขามั่นคงขึ้นกว่าเดิม
เพราะ เป็นการเติบโตจากโลกภายในของเขา
# อีกประเด็นที่ชอบมากๆๆค่ะ คือ ตอนจบที่ผู้ร้ายฆ่าลุงบอกเขาว่า ยังไม่ต้องให้อภัยเขาหรอกนะ
แค่ให้เข้าใจเขาก็พอ ใช่ที่สุดเลยค่ะ
เพราะ ก่อนที่เราจะให้อภัยใครได้
เราต้องเข้าใจเขาก่อน
แล้วเมื่อเราเข้าใจเขาแล้ว เราก็จะให้อภัยเขาได้ด้วยใจจริงๆ (ไม่ใช่ด้วยปากบอกไปอย่างเดียว)
เหมือนที่สไปดี้ ฟังแล้ว เข้าใจผู้ร้าย สักพัก ก็บอกเขาว่า ให้อภัย และนั่นคือการให้อภัยเขาด้วยหัวใจจริงๆค่ะ
# อีกประเด็นที่ชอบคือ บางทีคนเรามักมีโอกาสเข้าใจผิดคนได้
เพราะเรามักคิดเองเออเองไปก่อน หรือ มีจินตภาพเอง
อย่างที่สไปดี้ตอนแรกพบรู้ว่าลุงถูกคนร้ายฆ่า
ภาพที่คิดขึ้นมาคือการฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทารุณ สะใจ เลยโกรธแค้นมากๆๆ เพราะ รักและสงสารลุงที่ถูกฆ่าด้วยคนใจคอโหดร้าย
แต่แท้ที่จริงแล้ว เมื่อสไปดี้มาฟังเรื่องราวจึงรู้ว่า ผู้ร้ายไม่ได้ฆ่าด้วยความสะใจอะไรเลย
เขาฆ่าด้วยความกลัวต่างหากและไม่ได้ตั้งใจด้วย
และจากที่โกรธ เขา ก็เปลี่ยนเป็นเห็นใจ และให้อภัยได้ในที่สุด
หรือ ที่แฮร์รี่เข้าใจผิดเกลียดสไปดี้มาตลอด
ก็เพราะ เข้าใจผิดว่า สไปดี้ฆ่าพ่อ แต่เมื่อมารู้ความจริงว่าไม่ใช่
ความเกลียดที่เข้าใจผิด จนมาบดบังความรักมาตลอด ก็มลายหายไป
ความรักที่เขามีต่อสไปดี้ก็กลับมาเหมือนเดิม
จนยอมตายแทน เพื่อปกป้อง สไปดี้
นั่นคือการสะท้อนว่า ในบางครั้งเรามักมีมุมมองจากการแต่งเติม
ไปตามความเข้าใจของเราเอง และไปตัดสินคนอื่น
ทั้งแย่เกินจริง หรือ ดีเกินจริง
โดยที่บางครั้งเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า
กำลังเข้าใจเขาผิดอย่างมหันต์
ถ้าเราขาดสติ เชื่อภาพในใจที่เราแต่งเติมเองมากเกินไป
ภาพเหล่านั้นจะบดบังความเป็นจริงและสิ่งดีๆ ไปได้ อย่างน่าเสียดายค่ะ
# เรื่องนี้ดูแล้วสงสารนางเอกเหมือนกัน
เธอเจ็บปวดตลอด เธอถูกทำร้ายทั้งจิตใจ และ ร่างกาย
จิตใจ ทั้งเรื่องงานที่ไม่ได้รับการยอมรับ ออกจะล้มเหลว
แฟนที่ไม่เข้าใจเธอและไปจูบกับคนอื่น
และร่างกาย เธอถูกทำร้ายเยอะๆเหมือนกัน
จากแฮร์รี่ version อัปลักษณ์ (อัปลักษณ์จากภายในที่เคียดแค้น แต่ตอนหลังที่หน้าโดนไฟลวก แต่จิตใจเขาไม่มีความเคียดแค้นแล้ว รู้สึกว่าเป็น version ที่น่ารักกว่ามากๆๆ)
และ ที่ถูกวายร้ายรวมหัวกันทำร้าย
อืม น่าสงสารจังเจ็บตลอด
และสงสารผู้หญิงที่พระเอกควงมาเยาะเย้ยนางเอกจังเลยค่ะ
เป็นเรื่องหนึ่งที่ดู แล้ว รู้สึกว่าได้อะไรดีเยอะๆเลย ค่ะ
Spider man 3 เป็น Spidy ที่เติบโตขึ้น
คนดูก็เติบโตไปด้วยค่ะ
เพื่อนๆ ลองหาโอกาสไปดูนะคะ แล้วเป็นยังไงบ้าง แบ่งปันกันได้นะคะ รออ่านอยู่ค่ะ
dark power dark side of superheroes
คุณ ซันซัน ครับ
เขียนได้ดีจังเลย ชอบทั้ง "ความคิด" "สไตล์" และ "วิธีการเขียน" ครับ
"ความคิด" ที่มองโลกในแง่ดี คิดเชิงบวก
"สไตล์" การเขียนแบบเล่าความคิดที่เป็นธรรมชาติ(มากๆ) มีชีวิตชีวา ใสๆ และไหลลื่น อ่านแล้วเหมือนนั่งฟังคนเขียนพูดด้วยอยู่ต่อหน้า ที่จริงความคิดที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องหนักและยากนะครับ แต่ฟังสบายๆ ฟังแล้วเข้าใจง่ายๆ (สามารถทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย)
"วิธีการเขียน" ที่แปลกดี ขึ้นบรรทัดใหม่ทุกประโยค คล้ายๆ จะเป็น "หนึ่งความคิด หนึ่งบรรทัด" และเว้นบรรทัดด้วย ทำให้ดูโปร่ง และได้ใช้ความคิดไปด้วยในขณะอ่านช่องว่างระหว่างบรรทัด
สุดยอดครับ!!!
ภาค ๑ และ ๒ ก็ดูมาแล้วครับ ภาค ๒ สไปดี้ที่มีความขัดแย้งในตัวเองสูง คนดูหนังดูแล้วอึดอัดไปด้วยกับการตัดสินใจแต่ละครั้งของสไปดี้ เขาไม่เพียงสร้างความงุนงงและบีบคั้นหัวใจแฟนในหนัง ยังบีบคั้นหัวใจแฟนหนังอย่างผมและลูกๆ ที่ดูด้วยกันด้วย
ภาค ๓ นี้จะไปดูตามคำชวนของคุณ ซันซัน ครับ ลูกผมก็ชวนอยู่เหยงๆ ครับ
คุณ Man In Flame
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมกัน และ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ ทีฝากไว้นะคะ
คุณ สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมกัน
และ ขอบอกว่าปลื้มมากๆๆๆๆเลยค่ะ สำหรับคำชมเชย
ดีใจจังเลยค่ะ มีกำลังใจเขียนขึ้นมาเยอะๆๆๆๆๆเลยค่ะ
ยังไงจะหาโอกาสไปดูภาค 2 ให้ได้ค่ะ
น่าจะมีประเด็นที่น่าสนใจมากมาย แน่ๆเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ปล.หวังว่า คุณ สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์ กับครอบครัวจะมีความสุข สนุก กับ spiderman ภาค 3 นะคะ
สวัสดีครับ คุณ
ซันซัน
วิจารณ์ได้ลึกซึ้งจริงๆครับ ผมเองก็เพิ่งไปดูมาพอดีเลย ผมคิดว่าภาคนี้เค้าทำได้ดีกว่าสองภาคที่ผ่านมาครับ (สนุกเพิ่มขึ้นตามลำดับภาคเลย)
คุณ join_to_know
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านกันค่ะ
และ รู้สึกดีจังค่ะ
อืมๆ งั้นซันซันก็โชคดีนะคะ
ได้ดูภาคที่ดีที่สุดเลย อิ อิ
ผมจะไปดูครับเพราะดูมาทั้ง 2 ภาคและรู้ว่าไม่ใช่แค่ฮีโร่ ทำลายล้างหรือพระเอกตลอดกาล
เป็นฮีโร่ที่มีความเป็นคนธรรมดาอยู่มาก เหมือนหนังจะบอกเหมือนกันว่าทุกคนก็เป็นฮีโร่ได้เพียงแค่เชื่อมั่นในความดีงาม
ภาคแรกลุงบอกพระเอกว่า "อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง"
ภาคสองเป็นอย่างคุณสุรเชษฐ ว่าไว้ครับ และดูเหมือนว่าหนังทำให้ฮีโร่คนนี้ดูแตกต่างจากฮีโร่ทั่ว ๆ ไปที่พยายายามสร้างให้มีพัฒนาการของตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งร่างกายและ จิตใจ กลยุทธ์หนึ่งที่ผู้ชมมีส่วนร่วมและเกิดความรักในฮีโร่ในดวงใจตัวนี้อยู่แล้วให้รัก spiderman มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่ใช้ความคิด..............
ผมไปดูแน่ ๆ ครับ ขอบคุณที่แนะนำ
คุณ mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
ยินดีค่ะ
ขอให้สนุกกับภาค 3 นะคะ
ดูแล้วเป็นยังไง เล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ
ว้าว blogger ตัวจริงมาแล้ว !!
เขียนได้ดีจริงๆ ครับ อย่างที่อาจารย์ สุรเชษฐ ตั้งข้อสังเกต จริงๆ แล้ว เราแต่งสี ป้ายตัวหนาอะไรก็ได้นะครับ อย่างเช่นบันทึกBREAKING THE BAD NEWS; GUIDELINE??? ของ Phoenix
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่อง spiderman ที่ผมเคยนึกในใจว่าก็แค่หนัง action hero อเมริกันอีกเรื่องหนึ่งที่มาโดยเงินเด็กบ้านเรา จะมีอะไรลึกปานนี้ หรือเป็นเพราะคุณ ซันซัน เขียนเก่งปานนั้น ^__^ ทำให้พออ่านจบแล้วอยากดูขึ้นมาทันที เหมือนกับที่หลายๆ คนว่า
ก่อนอื่นขอสมัครเป็นขาประจำเลยนะครับ
สวัสดีค่ะ อ. มาโนช
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกัน
เป็นเกียรติมากๆๆเลยค่ะ
และ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
คือ ยังตื่นๆอยู่ เพราะ ยังไม่ค่อยถนัดกับระบบบล๊อกของโกทูโน ค่ะ
แต่ครั้งต่อๆไป รับรองจะใส่สีสัน ให้สุดๆๆ ไปเลยค่ะ
และ ปลื้มๆๆๆ จังค่ะ ที่อาจารย์ ชื่นชม
อิ อิ กินข้าวไม่ได้ไปอีกสามวันแน่ๆค่ะ
และ ถ้าอาจารย์ได้ไปดู ขอเชิญเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอ ซันซัน
สวัสดีค่ะ พี่หนิง
ขอบคุณนะคะ
ใช่ค่ะ อย่าพลาดนะคะ
ดูแล้วเป็นยังไงเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ
ผู้กำกับคนนี้เก่งครับ ไม่ได้นำเสนอด้าน hero อย่างเดียว แต่เสนอการต่อสู้กับตัวตนด้วย ถ้าได้ดูทั้งสามภาคจะเห็นว่า ตัวเอกเป็นแค่คนธรรมดา ต้องทำงานหาเงิน ต้องเรียนหนังสือด้วย ป้าบ้านก็จะโดนยึด โดนไล่ออกจากร้านส่งปิซซ่า ชีวิตต้องต่อสู้จริงๆ ไม่ใช่จะได้อะไรมาง่าย
สวัสดีค่ะ คุณหมอซันซัน
เล่าได้ดีมาก คิดเหมือนพี่มาโนชเลยครับ
เรื่องราวดีมาก สนุกดี ลองแต่งสีสัน กับตัวอักษร จะดีกว่านี้อีก เขียนมาเล่าบ่อย ๆ นะครับ
คุณ dream farm
อืม ๆๆ อย่างนี้ยิ่งน่าดูใหญ่เลยค่ะ
ถ้าดูครบสามภาค คงได้ข้อคิดอะไรดีๆเพียบค่ะ
ขอบคุณนะคะ
คุณ ดอกไม้ทะเล
ขอบคุณนะคะ ดีใจจังค่ะ ที่ชอบ
และถ้าดูแล้วเป็นยังไง มาเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ
คุณ หมอจิ้น
ขอบคุณค่ะ ปลื้มใจจังกับคำชม
แล้วๆต่อๆ จะแต่งสีสันให้สดใสไปเลยค่ะ
ไม่ได้ดูหนังมาหลายปีแล้วครับ
หากมีหนังดีๆอย่างนี้คงต้องหาเวลาไปดูบ้างก็ดีเหมือนกัน
ขอบคุณที่มาชี้แนะประเด็นดีๆครับ
ดูแล้วครับ...
ผมเป็นคนบ้าหนัง เลยได้มีโอกาสดูมาแล้วทุกภาค
ผมแปลกใจนิดนึง ว่าทำไมภาคนี้
จบแบบไม่ทิ้งอะไรไว้ เพื่อที่จะสร้างเป็นภาคต่ออีก...
ถ้าเป็นคนที่อ่านหนังสือการ์ตูน คงจะรู้
ว่าชีวิตของ Spiderman ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่
ทั้งในเรื่องของความรัก เพื่อน หน้าที่การงาน และครอบครัว
ผมชอบประโยคเด็ด ที่คุณตาของ Spiderman พูดไว้กับหลานชายในภาคแรก
“พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”
“พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”
'(^-------------^)'
ผู้ที่ยังเห็นแก่ตัวและทำเพื่อตนเองเท่านั้น จึงไม่มีพลังด้วยเหตุนี้เป็นกฎของธรรมชาติทีเดียว