ผมได้ยินท่านคณบดีเปรยๆ เมื่อปลายเดือนมีนาคม ว่า ท่านจะเป็นเข้าอบรมสันติศึกษาที่ประเทศโรมาเนีย ยังงัยๆ ฝากงานด้วยนะ ผมก็รับครับ แต่เข้าใจว่า คงอีกหลายเดือนท่านจะไป จากนั้นผมกับท่านเกือบจะไม่ได้คุยกันเลย (ในที่ทำงาน) เมษาทั้งเดือนครับ ติดต่อกันด้วย e-mail เพียงอย่างเดียว
จนกระทั่งเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ผมคิดว่าคราวนี้คงจำเป็นต้องโทรศัพท์คุยกันบ้างแล้วละ เพื่อเสนอวาระสำคัญให้ท่านเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารคณะ ปรากฏว่า เมื่อกำลังจะยกหูโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ก็ยกเอกสารมาให้เซนต์ จึงวางโทรศัพท์ลงก่อน (กะว่าเซนต์หนังสือก่อนแล้วค่อยคุยก็ได้) และแล้วหนังสือที่ให้เซนต์คือ ให้รับทราบว่า ท่านคณบดีไปโรมาเนียเรียบร้อยแล้ว ทำงานแทนด้วย ครับ สรุปไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์ เพราะเรียกประชุมได้เองเลย
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำงานกันยังงัย ไม่ได้คุยกัน ง่ายๆ ครับ สิ่งที่ผมทำ ผมคุยไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วครับ โดยเฉพาะในฐานะเป็นรองคณบดี ก่อนเริ่มทำงาน ผมต้องฟังหัวหน้าก่อนว่า มองไปในมุมเดียวกันหรือเปล่า กระบวนการสอดคล้องกันหรือเปล่า และผมมีขอบข่ายความรับผิดชอบเพียงใด
การพบปะพูดคุยกันระหว่างผมกับคณบดี จึงเป็นการรายงานความคืบหน้าของงานที่ผมรับผิดชอบ และรับนโยบายใหม่ๆ หรือการนำประเด็นสำคัญเพื่อปรึกษาหารือ
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผมรับผิดชอบทั้งหมดนะครับ เพราะทุกสิ่งที่ผมทำ ท่านคณบดีก็ยังต้องรับผิดชอบในฐานะที่เป็นหัวหน้าอยู่ดี เพียงแต่ความไว้วางใจที่ท่านให้นั้นมีมากเท่านั้นเอง
แต่ครั้งไหนที่ผมรักษาการแทน สิ่งหนึ่งที่ผมจะบอกท่านทุกครั้งคือ ในช่วงที่ผมรักษาการแทน ผมทำการยึดอำนาจจากท่านมาทั้งหมดนะครับ ดังนั้นกระบวนการทำงานในช่วงที่ผมรักษาการบางทีไม่เหมือนกับที่ท่านกำหนดไว้นะครับ ซึ่งท่านก็ยอมรับและไม่ค่อยมีปัญหาภายหลังครับ
มีหลายหนที่ท่านพูดเวลาคุยกับคนอื่น คือ อะไรที่ท่านรองพูด หมายถึงผมเห็นด้วยแล้ว และเวลาคนกลุ่มนั้นมาถ่ายทอดคำพูดนี้ให้ผมฟัง ผมมักจะตอบกลับไปว่า อีกไม่นานท่านคณบดีจะติดคุกแทนผม ฮะฮะ (บางทีก็ขำไม่ออกครับ)
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผมรักษาการแทนท่านคณบดีในรอบนี้ ผมมีเป้าหมายในการปรับกระบวนการทำงานของคณะหลายเรื่องครับ (เป็นเรื่องที่จะฉวยโอกาสที่ท่านไม่อยู่นี้แหละครับ) อย่างน้อยผมอยากเห็นการปรับปรุบระบบงานของคณะใหม่ และมองเป้าหมายของคณะที่ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเป็นตัวตั้ง ดังนั้นคาดว่า คงต้องมีการประชุมทีมงานไม่น้อยกว่า 10 ครั้งในรอบหนึ่งเดือนนี้ครับ
ผมคุยประจำกับทีมงานว่า คณะของเราเป็นคณะใหม่ หัวใจสำคัญคือวัฒนธรรมในการทำงานที่เราจะต้องร่วมกันสร้างให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเราเริ่มสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่ดีขึ้น อนาคตการไปปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมทำยากครับ
ผมมองว่า แค่เราทำให้สิ่งที่มีอยู่ มีประสิทธิภาพมากขึ้น น่าจะคุ้มกว่าการเพิ่มสิ่งใหม่เข้ามามากๆ แล้วไม่ได้ผลอย่างที่คาดไว้
ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยนะครับ
ปล. ผมยอมรับว่า หลายส่วนที่ผมกับคณบดี มองและทำเหมือนกัน แต่ก็มีบางส่วนที่ผมมองไม่เหมือนท่านครับ และผมก็ใช้โอกาสที่ท่านไม่อยู่นี้แหละครับ ทำในสิ่งที่ผมมองไม่เหมือนท่าน แต่ที่ผ่านมา ท่านไม่โกรธนะครับ ครั้งนี้ก็หวังว่าท่านไม่โกรธเหมือนกัน ออ.คำสั่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยอยากทำแทนท่าน คือการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมชุดต่างๆ ที่มีผู้หลักผู้ใหญ่อยู่มากๆ ครับ ถ้าไม่มีหนังสือระบุให้รักษาการเข้าแทน ผมไม่เคยเข้าแทนเลยครับ อันนี้ยอมรับว่า บางงานคณะต้องหยุดชะงักไปเมื่อท่านคณบดีไม่อยู่
ขอเป็นกำลังใจให้ท่านอีกคน เอาใจช่วยให้การรักษาหน้าที่เป็นไปด้วยดี ตามที่หัวหน้าได้ไว้วางใจ
ขอบคุณครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>
สำหรับกำลังใจ
</font>