ไอ้อ่านเรื่อง คิดเรื่องงาน (1) : เหมือนชีวิตถูกขังในห้องประชุม ..เนิ่นนาน แต่ว่างเปล่าแล้วได้อารมณ์ร่วมมากเลย บันทึกเรื่องราวต่อครับ ว่าเรามีทางแก้เรื่องประชุมที่น่าเซ็งได้ยังไงบ้าง
 
 ของคุณ แผ่นดิน P
 แล้วได้อารมณ์ร่วมมากเลย บันทึกเรื่องราวต่อครับ ว่าเรามีทางแก้เรื่องประชุมที่น่าเซ็งได้ยังไงบ้าง
 
ไอเดียแรก แว๊ป
ทำให้มันน่าสนุกสิ คำถามตามมา คือ
  1. สนุกนี่หน้้่าตาเป็นยังไงละ
  2. ประกอบด้วยอะไรบ้าง 
  3. ทำอย่างไร 
 
 ข้อแรก สนุกนี่หน้้่าตาเป็นยังไงละ
ความสนุกตามความเข้าใจผม (ย้ำ) คือ
การเล่น(เกมส์)
และเล่นแล้วต้องชนะด้วยนะ ถึงจะสนุก
อาจมีแพ้มั่งตอนแรกๆ แต่หลังๆ  ต้องชนะนะขอรับ
สรุปต้อง ยิ่งเล่นแล้วยิ่งเก่งขึ้นจิ 
 แต่มาใช้กับการประชุมแล้ว ก็คงเป็นเกมส์ที่ต้องเล่น หลายๆ คน สิ่งสำคัญการเล่นเกมส์เป็นทีมมีหลายอย่างมั่ก ครับ ซึ่งจะเว้าเป็นข้อต่อไป
 
 ข้อสอง ประกอบด้วยอะไรบ้าง
  •  เป้าหมาย-เข้าใจตรงกันก่อนว่าเรามารวมทีมกันเพื่ออะไร มาเพื่อชนะไง!!
  • สามัคคี คือ พลัง!! ถ้าไม่มีสิ่งนี้ไม่ต้องเจอศัตรูหรอกครับ เดี๋ยวทีมมันก็ตีกันล่มเอง (เลยมีแผนยุยงให้แตกแยกในสามก๊กไงขอรับ อุๆ )
  • Put The Right Man  In The  Right Job
    แบ่งทีมตามความสามารถกันให้ถูกครับ ใครถนัดดักยิงหัวก็ไปหาที่ซุ่มซะ ใครถนัดวางแผนก็ไปแนวหลัง
    ใครถนัดบุกตะลุยก็ไปแนวหน้าเลย
  • การสื่อสารต้องดี
    มีวิทยุคอยรายงานความเปลี่ยนแปลงให้ทราบตลอด
    ว่าใครบุกโจมตีสำเร็จแล้วมั่ง ที่จุดไหน
    จุดไหนกำลังแย่ต้องการกำลังหนุน
    (บางทีอาจไม่ได้ ถ้าเห็นว่าไงก็ช่วยไม่ทันแล้วนะ ไปสู่ที่ชอบๆ เดี๋ยวล้างแค้นให้เองสหาย)
    ไม่ใช่มวิทยุให้พูดแล้วเงียบ หรือพูดต่อยหอยทีมก็ล่มได้
    เพราะขาดข้อมูลสำคัญ
  • การประสานงา(น)
    ต่อเนื่องจากข้อข้างต้น สองข้อเลยครับเพราะความสามัคคีกับการประสานงาน
    มันคนละเรื่องเดียวกัน การประสานนั้นต้องอาศัย
    เวลา การฝึกปรือและการความร่วมมือ เช่นเดียวกับการวิ่งผลัดละครับ คนส่งต้องหาจังหวะของคนรับแต่ละคนให้ได้
    เรียกว่ามองตาก็รู้ว่าจะ คนรับจะวิ่งเร่งสปีดยังไง
    และเราจะต้องส่งตรงไหน จึงหนุนเสริมอีกฝ่ายได้เต็มประสิทธิภาพ
    คนรับก็มองตาคนส่งรู้ว่า อีกฝ่ายจะส่งท่าไหน
    วิ่งมาส่งให้เราได้เร็วสุดท่าใด จึงปรับการวิ่งประสานงานกันได้
ข้อสาม ทำยังไง
ผมเขียนทฤษฎีของผมมาก็ยาวแย้วนะ แต่ก็มาอึ้งๆ เหมือนกันเพราะยังไม่เคยทำ ก็ต้องทดลองกันไปละขอรับว่า จะปรับยังไง มาลองดูกันสักตั้ง
  • เป้าหมาย-รู้ครับว่ามาประชุมทำไม ประชุมครั้งนี้เพื่อทำอะไร รู้จริงๆ นะว่าเราเกี่ยวกับที่ประชุม(ไม่เกี่ยวแล้วจะมาทำไม) ไม่ได้มาหลับอย่างผม เอ้ย ไม่ใช่
  • สามัคคี-อยากให้ทุกคนที่มามองภาพรวมของงานครับ ไม่ได้มองแต่ปัญหาตัวเองฝ่ายเดียว แต่แน่นอนว่าเน้นงานของตน ต้องเตรียมข้อมูลมาให้พร้อม
  • Put The Right Man  In The  Right Job
  • การสื่อสาร-สื่อแต่เรื่องที่สำคัญและสื่อในแง่ดีๆ ไว้ก่อนขอรับ (ความรู้จากการทำ KM) เพราะถ้าเราพูดแต่เรื่องแย่ๆ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยเรีื่องแย่ๆ ไปด้วย มิหนำซ้ำเราจะเริ่มต้อแต้ ไม่อยากฟังอีก ที่เรามาประชุมเพื่อหาไอเดียทางแก้ไม่ใช่มาฟังคำบ่นนะจ้า
  • การประสานงา(น) คือ การทำการบ้านมาล่วงหน้าขอรับ มีการวางแผนมาก่อนว่าจะทำเยี่ยงไร การประชุมจึงดำเนินไปได้ด้วยดี เช่น
    มีการแจ้งล่วงหน้าว่าประชุมหัวข้ออะไรบ้าง
    จัดระบบให้ผู้เกี่ยวข้อง(ทำงานจริง) มาพบคุยกันล่วงหน้าได้ยิ่งดี จะได้แนวคร่าวๆ มาก่อนว่า ภาพรวมเป็นอย่างไร พอประชุมทุกคนก็ได้ไอเดียในหัวแล้ว ไม่ช่ายมาคิดเอาตอนประชุมทั้งหมด (เสียเวลาสุดๆ) การประชุมก็คือเอาไอเดียแต่ละคนมามองต่างมุมกันว่า ไอเดียใครใช้ได้มั่ง หากใช้แล้วมีปัญหาก็มาต่อยอดหรือแก้ปัญหากันต่อไป