ปัจจุบันทางส่วนกลางได้กำหนดให้ทุกหน่วยต้องนำการจัดการความรู้ เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงานส่งเสริมการเกษตร และสิ่งที่ผมได้ไปพบเห็นบรรยากาศ และการพูดคุย ลปรร.ประสบการณ์ในการทำงานกันในการประชุมประจำเดือนของสำนักงานเกษตรอำเภอ ในวันที่เราไปนิเทศ อยากจะบอกก่อนเลยว่าท่านก็ได้นำการจัดการความรู้มาปรับใช้แบบไม่รู้ตัวกันอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นที่ใครจะต้องสั่งให้ทำเลย
แต่...ก็ยังไม่ได้พูดอะไร จนเวลามาถึงช่วงของการหารือในประเด็นของการปรับใช้KM ในการทำงาน ซึ่งเสนอโดยคุณประสิทธ์ อุทธา นักส่งเสริมฯ ที่ทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยและคุณลิขิตของสำนักงานเกษตรอำเภอ (คนถือแฟ้มว่างั้นเถอะ) ประเด็นที่ได้หารือก็เพื่อที่จะได้วางแผนการทำงาน และการสรุปผลของการทำงานเมื่อได้ดำเนินการไปในทุกๆ ระยะนั่นเอง
ในช่วงของการหารือเกี่ยวกับการนำ KM มาเป็นเครื่องมือในการทำงานนั้น ทุกๆ คนต่างก็ได้เปิดใจและแสดงความคิดเห็นต่อกิจกรรม/ประเด็นของการทำงานโดยใช้KM เป็นเครื่องมือ รวมทั้งตัวผมเองก็ได้ร่วม ลปรร.ด้วย
พี่สนอง ขวัญคำ ได้ช่วยเป็นคนสรุปเกี่ยวกับการนำ KM มาป็นเครื่องมือในการทำงาน ตามความเข้าใจในบริบทของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรระดับตำบล ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนได้เข้าใจ และหลายท่านก็ได้เพิ่มเติม ในประเด็นที่พี่สนองได้นำเสนอเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในวันนี้ ประเด็นหลักๆ ที่พี่สนองได้สร้างความเข้าใจร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ก็คือ
1. สภาพความรู้โดยทั่วๆ ไปของมนุษย์
---ทางมืด 70 % (เป็นความรู้ในตัวคน)
---ทางสว่าง 30 % (เป็นความรู้ที่อยู่ในตำรา/เอกสาร)
2. การนำ KM มาพัฒนาการทำงานจะต้องได้ 3 ทาง
1) พัฒนาองค์กร 2) พัฒนางาน และ 3) พัฒนาเกษตรกร
3. การนำ KM มาผนวกในงาน/โครงการ
เช่น งานวิสาหกิจชุมชน/อาหารปลอดภัย และศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ในส่วนของการถ่ายทอดความรู้ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้
4. ขั้นตอน KM
1) ร่วมกันคิด (สร้าง KV)
2) ถ่ายทอดความรู้เท่าที่มีอยู่ และ หากไม่มีความรู้ก็ต้องหาโอกาสไปค้นหาความรู้(KS
3) นำความรู้ทั้งหมดมาจัดเก็บไว้ (เอกสาร/แผ่นพับ/ตำรา ฯลฯ) เพื่อการ ลปรร.ต่อไป
5. การปฏิบัติในงาน/โครงการ
1) เข้าไปหาเกษตรกร วิเคราะห์และสร้างแผน/ประเด็นการ ลปรร.ร่วมกัน
2) ในส่วนของนักส่งเสริมการเกษตร ก็จะต้องมาพูดคุยกัน ปรับแผนการทำงานร่วมกัน ใครจะช่วยใคร/ทำหน้าที่อะไร เป็นทีม เพราะการทำงานในพื้นที่ทำคนเดียวเหนื่อย
3) นำแผนไปปฏิบัติ และต่อยอด

บรรยากาศของการ ลปรร.และกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน ของนักส่งเสริมการเกษตร อ.พรานกระต่าย
เห็นบรรยากาศ ของการ ลปรร. ในประเด็นของการนำการจัดการความรู้มาขับเคลื่อนการทำงาน ของนักส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่ายแล้ว ทำให้มีความสุขใจครับ เห็นบรรยากาศแบบพี่น้อง ที่พร้อมที่จะร่วมกันทำงาน
นอกจากนี้พวกพี่ๆ ยังได้ตกลงกันไว้ว่า ในการพบปะกันในการประชุมอย่างนี้ในทุกๆ ครั้ง จะเปิดโอกาศให้ทุกคนได้นำประสบการณ์ในการทำงานพื้นที่ มาแลกเปลี่ยนกัน และท้ายสุดคุณประสิทธิ์ จะเป็นคนสรุปองค์ความรู้ที่ได้ในการทำงานส่งเสริมการเกษตร จากการ ลปรร.ของทุกๆ คน เป็นองค์ความรู้ของหน่วยงานกันต่อไป
เป็นก้าวที่สำคัญก้าวหนึ่งของการทำงานส่งเสริมการเกษตร ของสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย (ในระดับอำเภอ) ที่ทุกคนยอมรับและพร้อมที่จะนำ KM มาเป็นเครื่องมือในการทำงาน และเป็นบทเรียนอันสำคัญสำหรับทัมงานคุณอำนวยในระดับจังหวัด ที่จะได้นำไปเป็นบทเรียนขยายผลไปสู่อีกหลายๆ อำเภอต่อไป
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ โอกาสต่อไปจะนำความก้าวหน้ามาบันทึกให้ได้อ่านอีกนะครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 03/05/50
งานวิสาหกิจชุมชน/อาหารปลอดภัย และศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ในส่วนของการถ่ายทอดความรู้ และการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ใครที่ได้อ่านบันทึกนี้น่าจะทำให้เข้าใจการบูรณาการโครงการได้ครับ
ขอบคุณครับ
เรียน อาจารย์นเรศมันต์ นมินทร์ (นม.)
เรียน คุณหมอนนทลี
เรียน พี่ชาญวิทย์
เรียน พี่นันนทา