จงอย่าเมินเฉยต่อสิ่งที่คู่รักทำให้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เค้าจำเป็นต้องทำให้คุณอย่างที่คุณคิดหรอก หากแต่เป็นน้ำใจ ที่เค้าต้องการให้ต่างหาก

 

       เคยได้ยินใช่ไหมกับคำพูดที่ว่า "เราจะไม่รู้ค่าของของสิ่งนั้น จนกว่าจะเสียมันไป" แล้วบ่อยครั้งที่หลายคนมาขอปรึกษาปัญหาความรักเพราะได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว แล้วเวลานั้นก็แก้ไขอะไรไม่ได้อีก

        ดิฉันทำได้แต่เพียงปลอบใจและปลุกให้ลุกขึ้นสู้ใหม่ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนที่สำคัญ และในความรักครั้งใหม่ก็อย่าให้ผิดซ้ำสองอีก

แต่มันก็ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะความที่เราเห็นคนที่เรารัก กลายเป็นคนคนนึงที่ต้องอยู่ข้างๆเราเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นมากเท่าไหร่ ถ้าไม่ระวังให้ดีก็กลายเป็นดาบสองคมที่พร้อมจะทำลายความสัมพันธ์ของเราเช่นกัน

       แม้ว่าความสนิทสนมที่เกิดขึ้นจะดีเพราะทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดกัน สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างใจ แต่มันก็ทำให้เราลืมคิดถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายไปเสมอ ไม่ว่าเค้าจะทำอะไรให้เรา เราก็จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่เค้าจำเป็นต้องทำให้ ขาดซึ่งคำว่า "ขอบคุณ" หรือสายตาแห่งความชื่นชมในความมีน้ำใจ ไม่เหมือนสมัยที่คบกันใหม่ๆ ทุกๆครั้งที่เค้าทำอะไรให้เรา คำว่า"ขอบคุณ"นั้นเป็นคำติดปากเลยทีเดียว

 

       เป็นที่น่าสังเกตว่าคู่รักทุกคู่มักไม่ค่อยแสดงความชื่นชมอีกฝ่าย ยิ่งเมื่อคบกันนานเข้า แล้วนอกจากนี้ยังคงสรรหาคำตำหนิ มาพูดจากระทบกระทั่งกันได้ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ต่อให้ทำดีให้กันแค่ไหน ก็ไม่มีการรู้สึกขอบคุณ หรือคำเยินยอกลับมาแม้แต่นิดเดียว เพราะเห็นว่านั่นคือสิ่งที่เธอหรือเค้า"จำเป็น"ต้องทำกับเรา แต่เมื่อไหร่ที่มีทำอะไรไม่ถูกใจขึ้นมา คำตำหนิจะพรั่งพรูออกจากปากอย่างง่ายดาย

       เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ... เรากลัวที่จะแสดงความชื่นชมคนที่เรารักอย่างนั้นหรือ ทั้งๆที่เค้าดีกับเราเช่นนี้แล้ว ลองคิดเปรียบเทียบกับคนอื่น แม้แต่คนไม่รู้จักกัน ก้มเก็บของที่ตกให้เพียงชิ้นเดียว คุณก็ยังคงหันไปขอบคุณ แต่กับคนรักของคุณ ทำไมถึงลืมคำนี้ได้ง่ายดาย

 

       และอีกหลายกรณีที่หลายคนเขินอายกับการแสดงความรู้สึกชื่นชมคู่รักของตน เขาและเธอเหล่านั้นก็กลับเลี่ยงไปใช้คำหยอกเย้าปมด้อยของคู่รักแทน มันอาจจะใช้ได้ผลในช่วงที่คบกันแรกๆ สมัยที่พูดจาอย่างไรก็ฟังสวยงามไปหมด แม้แต่คำด่าหยาบคายของคนรัก เราก็ฟังให้กลายเป็นคำที่ไพเราะได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันจะกลายเป็นความเคยชิน แล้วการพูดในสิ่งไม่ดีของอีกฝ่ายก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องของการไม่เคารพในตัวของกันและกันไป

       การพูดจาติดลบก็รังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นติดลบตามไปด้วย บางคู่หน้าตาดีกันทั้งคู่ แต่ชอบด่าว่ากันว่า หน้าตาไม่ได้เรื่อง แล้วมันจะฝังลงไปในจิตใจว่า แฟนตัวเองไม่เคยมองว่าตัวเองหน้าตาดีเหมาะสมกับเค้าเลย ทั้งๆที่ตอนแรกที่ถูกใจกันก็เพราะหน้าตาแท้ๆ แล้วความสัมพันธ์จะแตกหัก เมื่อใครสักคนเจอคนใหม่ที่พร้อมจะชื่นชมในตัวเค้ามากกว่า  

       การชื่นชมกันและกันแม้ว่าเค้าจะทำอะไรให้แม้เพียงเล็กน้อย ก็เป็นน้ำหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ให้ยืนยาวได้ คำขอบคุณหรือคำชมที่หลุดออกมาจากปากคนรักนั้น มีค่ามากกว่าปากคนปกติหลายเท่านัก แล้วทำไมยังไม่ใช้คำสั้นๆไม่กี่คำมาช่วยอีกหรือ ส่วนคำตำหนิ หรือแม้แต่คำแหย่กันเล็กๆน้อยๆในแง่ไม่ดี ก็ไม่มีความจะเป็นแต่อย่างใด ถ้าคุณไม่รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

       จงอย่าเมินเฉยต่อสิ่งที่คู่รักทำให้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เค้าจำเป็นต้องทำให้คุณอย่างที่คุณคิดหรอก หากแต่เป็นน้ำใจ ที่เค้าต้องการให้ต่างหาก
*********************

จำไม่ได้ว่าได้มาจากแหล่งใด แต่เซฟเก็บไว้อ่านก็ได้เตือนตัวเองค่ะ