วันนี้ฉันได้ดมยาสลบผู้ป่วยตัดไต (Nephrectomy) คงเป็นเรื่องปกติถ้าผู้ป่วยนั้นเป็นโรคไตที่ต้องรักษาด้วยการตัดออก ..... แต่รายนี้เป็นผู้ป่วยที่มีไตเป็นปกติ .....แล้วทำไมต้องตัดไตออก....
....การยินยอมให้ตัดอวัยวะของตนออกไป...ทั้งๆที่มันยังทำงานได้ดี....เพื่อแบ่งปันให้ใครสักคนหนึ่ง...มิใช่เรื่องง่ายเหมือนการหยิบของออกจากกระเป๋าส่งให้ผู้อื่น แต่...ผู้เป็นแม่รายนี้ทำได้.....
ผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 48 ปีผู้เป็นแม่ แข็งแรงดี....และยินดีบริจาคไตข้างซ้ายให้บุตรชายอายุ 25 ปี ที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ( End stage renal disease : ESRD )ให้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไต(Kidney transplantation)
โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ( End stage renal disease : ESRD ) เป็นโรคที่ไตสูญเสียหน้าที่อย่างถาวร ไม่มีทางรักษาได้หายขาด ผู้ป่วยจะเสียชีวิตถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยวิธีทดแทนไต ( Renal replacement therapy : RRT ) ซึ่งการรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายโดยวิธีทดแทนไตมี 3 วิธี ได้แก่
- การฟอกเลือด (Hemodialysis : HD )
- การล้างช่องท้องถาวร ( Continuous ambulatory peritoneal dialysis : CAPD ) และ
- การผ่าตัดเปลี่ยนไต ( Kidney transplantation : KT )

<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> Kidney transplantation การปลูกถ่ายไต เป็นการนำเอาไตที่ดีปลูกลงไปใต้ผนังหน้าท้องบริเวณเชิงกรานของผู้ป่วย โดยต่อเส้นเลือดดำและแดงของผู้ป่วยตามลำดับ แล้วต่อท่อปัสสาวะไตใหม่เข้ากับกระเพาะปัสสาวะของผู้ป่วย </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> ฉันดมยาสลบผู้เป็นแม่ ส่วนห้องผ่าตัดติดกันเตรียมดมยาสลบลูกชาย </p>
ฉันได้มีโอกาสเพียงคุยกับแม่....เธอสงสารลูกชายซึ่งป่วยมาเพียง 5 เดือน...ฉันไม่กล้าซักถามมากนักก่อนเริ่มดมยาสลบเนื่องจากเธอได้รับยาคลายกังวลก่อนมาห้องผ่าตัด ดูเธอสงบนิ่ง ผ่อนคลาย เธอได้รับการเตรียมพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างดีจากทีมผู้ดูแลค่ะ
เราดมยาสลบเธอด้วยความนิ่มนวล อาจารย์วิสัญญีแพทย์เลือกใช้ยาที่มีผลต่อไตน้อยที่สุด การผ่าตัดเป็นไปด้วยความนิ่มนวลเพื่อให้ไตที่ถูกนำออกไปได้รับความบอบช้ำน้อยที่สุดเพื่อให้สามารถทำงานได้ดี ใช้อาจารย์แพทย์ผ่าตัดทีมละ 2 คนและผู้ช่วยแพทย์อีก 2 คน
การดมยาสลบต้องมีจุดประสงค์ คือ รักษาระดับการไหลเวียนโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ มีปัสสาวะออกดี สัญญาณชีพปกติ และเมื่อเสร็จผ่าตัดผู้บริจาคต้องฟื้นตัว ตื่นดี และสามารถถอดท่อช่วยหายใจได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ

<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">……ฉันได้ยินอาจารย์พูดถึงขนาดเส้นเลือดของไต ที่ใหญ่ดีพอในการทำงาน…..</p>
เมื่อนำไตออกมาจากผู้เป็นแม่แล้ว จะมีการเตรียมนำไปใส่ให้ลูกชายโดยอาจารย์แพทย์อีกทีมหนึ่ง และต้องใช้เวลาเตรียมไตไม่นานนัก

ฉันไม่กล้าถ่ายภาพมากนักเนื่องจากต้องดูแลเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ทำให้ภาพออกมาไม่ชัดและไม่มีโอกาสซ่อม
อาจารย์นายแพทย์ อนัน ศรีพนัสกุล ยิ้มอย่างยินดี...กับการนำภาพเผยแพร่...ท่านแซวว่า...ทำไมฉันไม่ถ่ายภาพแพทย์ที่กำลังผ่าตัด แต่มาถ่ายภาพอาจารย์แพทย์ที่มารับไต...ฉันบอกว่าขอเลือกคนหล่อไปลง website…
ทีมงานหัวเราะกัน....จริงๆแล้วฉันเกรงว่าจะเป็นการรบกวนสมาธิของทีมงานผ่าตัด ซึ่งอาจจะทำให้การผ่าตัดไม่ราบรื่นเท่าที่ควรได้
การผ่าตัดสำเร็จด้วยดีทั้งแม่และลูก ……
........ที่รอลุ้นคือการที่ร่างกายของลูกชายสามารถรับไตได้ดี ....
ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเช่น
- Infection (ภาวะที่มีการติดเชื้อ),
- Rejection ( ภาวะที่ร่างกายปฏิเสธต่อไตที่นำมาปลูก),
- Ultrafiltration failure (ผู้ป่วยมีน้ำในร่างกายมากเกินไปโดยที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำมากเกินไป )
- UTI (การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ)
- Metabolic complications ได้แก่ ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะขาดความสมดุลของเกลือแร่ ความผิดปกติของไขมัน หรือภาวะที่มีของเสียคั่งมาก จนทำให้เกิดอาการทางสมอง
- ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือด และอื่นๆ เป็นต้น
……ฉันได้แต่ภาวนา ให้ความตั้งใจอันเป็นกุศลยิ่งใหญ่นี้ของผู้เป็นแม่...ที่ยอมมอบไตข้างหนึ่งของเธอให้แก่ลูก....จงดลบันดาลให้ได้ผล บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการอย่างไร้ปัญหาใดๆค่ะ
ขอประชาสัมพันธ์....
ศูนย์บริการโรคไต โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้โดยตรงค่ะ
( ขอขอบคุณ :
- ทีมงานปลูกถ่ายอวัยวะ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- http://www.med.nu.ac.th/chem/research
- http://www.md.chula.ac.th/rcat/handout0502/organ.htm )
สวัสดีค่ะ
ถ้าเป็นดิฉัน ก็ทำได้ค่ะ เพื่อลูกสุดที่รัก ทำไมจะช่วยไม่ได้ จริงไหมคะ
มาเยี่ยมค่ะ
ใช่ค่ะพี่ติ๋ว คนเป็นแม่ ทำอะไรเพื่อลูกได้เสมอ
ตามมาให้กำลังใจคุณแม่ ผู้มีเมตตาที่ยิ่งใหญ่ และภาวนาให้ไตของแม่และของลูกเข้ากันได้ดี และขอให้ลูกใช้ชีวิตกับไตของแม่ที่ได้เสียสละเพื่อลูก อย่างคุ้มค่าที่สุด
ขอบคุณคนดี ๆ สังคมดี ๆ ที่ยังอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุขค่ะ
เรียนท่านอ. <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ค่ะ…..</p><ul>
</ul>
สวัสดีค่ะ คุณหนิง
สวัสดีค่ะ น้องอึ่งอ๊อบ
คิดถึงจังค่ะ…คุณติ๋ว ครูอ้อย…เจ็บไตค่ะ…ช่วยด้วย..
พี่ติ๋วคะ
หนิงมีประสบการณ์ค่ะ
พี่สาวหนิงขับรถยนต์โดยมีคุณแม่เดินทางด้วย(ไปเป็นเพื่อน) แล้วประสบอุบัติเหตุรถชนกันแรงพอสมควร พยาบาลเวร ER และกู้ภัยเล่าให้ฟังว่า คุณแม่เลือดเต็มหน้าและตัว แต่คุณแม่ยังมีสติ จะบอกว่า "ลูกสาวดิฉันอีกคนค่ะ ช่วยลูกสาวก่อนนะคะ เขาอยู่ไหน" แล้วคุณแม่ก็จะเรียก "พี่ปุ๊กๆ" อยู่ซ้ำๆ พี่สาวหนิงซะอีกมัวแต่ตกใจ ทั้งๆที่ไม่เจ็บมากเท่าคุณแม่เลย แต่ก็ไม่ได้ขานรับคุณแม่
เหตุการณ์นี้ คุณแม่ต้องเย็บแผลบนใบหน้ารอบๆดวงตา 52 เข็ม ต้องทำศัลยกรรมต่อๆมาและมีรอยถลอกที่แก้วตาด้วยค่ะ มิน่าคุณแม่ถึงร้องเรียกหาแต่ลูกสาวเพราะท่านมองไม่เห็นนี่เอง ท่านเจ็บมากแต่ห่วงว่าลุกสาวจะเจ็บกว่า
ตอนหนิงประสบอุบัติเหตุ สมัยเรียนโทที่มช. คุณแม่ก็ไปเฝ้าพยาบาลที่นู่นค่ะ จนหนิงต้องdropเพราะรักษาตัวนาน พอสามารถเดินทางกลับมารักษาต่อที่มหาสารคามได้
ลูกๆจะโตเท่าใด ยามเจ็บไข้ก็มีแม่อยู่ข้างๆเสมอ
ทุกวันนี้หนิงจะเดินทางไปไหน ถ้าไม่ติดอะไรคุณแม่จะนั่งรถไปเป็นเพื่อนด้วยเสมอค่ะ หนิงรู้ค่ะว่าคุณแม่เป็นห่วง
หนิงรักคุณแม่ค่ะ ดีใจที่ได้เป็นลูกแม่
ครูอ้อยพูดจริงหรือพูดเล่นค่ะ...ที่ว่าเจ็บไตน่ะ....
คุณอ๊อบขา
คุณหนิง ขา
อีกหน่อยเขาก็จะมองแล้วพูดว่า..."คุณยาย...มางานรับปริญญาหลานเหรอคะ"......อิ..อิ...ขอบคุณน้องหนิงที่ให้กำลังใจ...ใส่น้ำหอมค่ะ....ชอบค่ะ..ชอบ...
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
สวัสดีครับ.. อ่านแล้ว.. ซึ้ง มากเลยครับ..
มาเยี่ยมและ ให้กำลังใจครับ..
และรบกวนสอบถามหน่อยครับ ในส่วนของถุงน้ำดีที่โดนตัดทิ้งไปเนี่ยอันตรายไหมครับ ..