หมู่ดาวหมีทั้งสอง ไม่เคยลับไปจากท้องฟ้า เพราะอะไรเหรอ?

         ห่างหายไปเสียนานกับบันทึกตำนานกรีกของผมนะครับวันนี้ได้โอกาสเหมาะๆมาเพิ่มบันทึกเสียทีเนื่องจากภารกิจหลายๆอย่างผ่านไปบ้าง และพอมีเวลาแถมการเขียนบันทึกยังช่วยในการคลายเครียดได้อีกต่างหากครับ

 

 ช่วงก่อนมีเรื่องเกี่ยวกับอวกาศและดวงดาวผ่านหูผ่านตาเข้ามาหลายเรื่องด้วยกันทั้งการถ่ายภาพดวงอาทิตย์แบบสามมิติ เรื่องดวงดาวที่เป็นความหวังในการเป็นโลกใบที่2 (แต่ไกลเหลือเกินคงรออีกหลายสิบปีกว่าจะมีเทคโนโลยีที่จะพาเราไปถึงก่อนที่เราจะตายไประหว่างทางเสียก่อน อิอิ)เลยพลอยทำให้ผมคิดถึงตำนานเกี่ยวกับดวงดาวที่น่าสนใจอันหนึ่งขึ้นมาได้ครับตำนานที่ว่าเกี่ยวกับดาวหมีน้อยดาวหมีใหญ่

    

   เทพีArtemis  ที่มา http://www.latein-pagina.de/ovid/pic_ovid_2/diana2.jpeg

   

                          ที่มา http://www.wga.hu/art/d/domenich/diana.jpg

   

  เรื่องราวมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งขณะที่ขบวนคณะของเทพี Artemis เทพีแห่งการล่าสัตว์ได้เดินทางไปพร้อมเหล่าสาวก ซึ่งหนึ่งในสาวกที่เดินทางไปด้วยครั้งนั้นมีนางหนึ่งที่ชื่อ Callistoลูกสาวของเจ้าเมืองเคเดียโดยนางเป็นหญิงรูปงามซึ่งเป็นที่ต้องตาของเทพเจ้าจอมเจ้าชู้Zeus ของเราอีกแล้วครับ

   

  Zeus และ Callisto ที่มา http://www.wga.hu/art/r/rubens/21mythol/13mythol.jpg

    Zeus เมื่อเห็นนางในขบวนของเทพีArtemis ก็อดชื่นชมความงามของนางไม่ได้จึงลอบดอดไปมีสัมพันธ์กับนางจนได้ถือกำเนิดทารกชายที่ชื่อArcas แต่ภายหลังArtemis ได้รู้เรื่องการมีกิ๊กของบิดาตนเองก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเนื่องจากดันไปมีสัมพันธ์กับสาวกของตน จึงได้สาปให้Callisto กลายร่างไปเป็นหมีในบัดดล

                

                             Artemis จับได้ว่า Callistoลอบมีสัมพันธ์สวาท

                             ที่มา http://weissgallery.com/img/detail2/133.jpg

     

                                 Artemis สาป Callisto ให้กลายเป็นหมี

 ที่มา http://www.mlahanas.de/Greeks/Mythology/RM/DianaCallistoTitian.jpg

 

    Callisto เมื่อกลายร่างไปเป็นหมีแล้วก็ต้องรอนแรมออกหากินเพียงลำพัง เร่ร่อนไปทั่ว ครั้นเมื่อArcas บุตรชายเติบใหญ่เป็นนายพรานออกล่าสัตว์บังเอิญไปพบนางหมี Callistoซึ่งกำลังเดินอยู่ในป่า(ไม่แน่ว่าจะเกิดจากการดลใจจากเทพ Artemis ที่หวังในลูกดับชีวิตแม่ของตนเองกับมือ)ครั้น Callisto พบลูกชายตนเองก็จำได้ดีใจจนลืมว่าตนเองเป็นหมีจึงเดินอ้าแขนหมายเข้าสวมกอดบุตรที่จากกันมานานหลายปี แต่Arcas เข้าใจว่าหมีจะเข้ามาทำร้ายตนจึงง้างธนูคู่กายหมายจะยิงออกไปเพื่อป้องกันตัว

    

          

           ที่มาhttp://www.latein-pagina.de/ovid/pic_ovid_2/callisto%20arcas.jpg

    ด้วยความที่เรื่องเลวร้ายอย่างที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นเทพเจ้า Zeus ผู้หยั่งรู้ได้จึงได้ยับยั้งเหตุดังกล่าวโดยการจับให้ Callisto ในร่างหมีกลายเป็นหมู่ดาวหมีใหญ่ปรากฏอยู่ในท้องฟ้ายามราตรี เนื่องจาก Zeus ก็มิอาจลบล้างคำสาปที่Artemis ได้สาปไว้ในกาลก่อนได้จึงทำได้เพียงให้นางกลายเป็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ ที่เรียกกันว่าUrsa Major และต่อมาภายหลังZeus จึงนำArcas ลูกชายนำไปไว้บนฟ้ากับแม่กลายเป็นกลุ่มดาวหมีน้อย หรือ UrsaMinor ที่จะโคจรตามดาวหมีใหญ่ไป

                            

              ที่มา http://www.astroschool.in.th/public/story/picture/linebody_02.gif

 

    แต่ด้วยความที่Artemis ยังไม่คลายโทสะที่มีต่อแม่ลูกคู่นี้เมื่อเห็นว่าทั้งสองแม่ลูกได้รับความเอ็นดู ถึงขนาดให้กลายเป็นดวงดาวนางจึงไปร้องขอให้ Posaidonเทพเจ้าแห่งท้องทะเลช่วยผลักไม่ให้ดาวหมีทั้งสองได้ลงพักในท้องมหาสมุทรดั่งดาวดวงอื่นทำกันได้ทำให้ดาวหมีทั้งสองเป็นเพียงกลุ่มดาวสองหมู่ที่ไม่ได้ลับไปจากท้องฟ้าเลยตลอดเวลาชั่วนาตาปี

                      

                               ที่มา http://www.aavso.org/images/bigbear.jpg

              

       เรื่องราวที่น่าเศร้าปนความริษยานี้ช่างฟังแล้วน่าสงสารยิ่งครับให้ดาวหมีลงมาพักบ้างเถอะ แต่ว่าไปอีกหน่อยแกนโลกกลับทิศ(มีบางคนกลัวว่าจะเป็นจริงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงในระยะหลังๆ)อาจทำให้กลุ่มดาวหมีน้อย หมีใหญ่ของเราได้พักบ้างก็ได้ครับแต่ตอนนี้คอยระวังน้ำท่วมโลกไปก่อนนะครับ

                 

     

                 ที่มา http://www.wilsonsalmanac.com/images/ursa_major1.jpg

         

  ที่มา http://www.cesa8.k12.wi.us/teares/math/it/summer2001/Astronomy/web%20page/ursas.jpg