รัฐรีดภาษีพลาดเป้า รับตัวเลขการบริโภคชะลอตัว

กรมสรรพกร ยอมรับการจัดเก็บภาษีเดือนเมษายนต่ำกว่า 2 พันล้าน ชี้เหตุอัตราการบริโภคในประเทศชะลอตัว  ส่วนตัวเลขทั้งปีคาดว่าต่ำกว่าเป้า3หมื่นล้านบาท นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรมสรรพากร   ในเดือนเมษายน 2550 จะต่ำกว่าเป้าประมาณ 2 พันล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้ 7.52 หมื่นล้านบาท โดยมีสาเหตุ  มาจากภาษีสำคัญ คือการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่มาจากการนำเข้า ที่จะลดลงเพราะอัตราการบริโภคภายในประเทศชะลอตัว และภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง   นอกจากนี้ การเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะก็ต่ำกว่าเป้ามาก เหมือนกับหลาย ๆ เดือนที่ผ่านมา   ทั้งนี้ การเก็บภาษีของกรมสรรพากรมีแนวโน้มที่จะต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งคาดว่าทั้งปีงบประมาณจะเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าถึง 3% ของเป้าที่ตั้งไว้ 1.14 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเก็บภาษีต่ำกว่าเป้า 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ตอนนี้แนวโน้มเศรษฐกิจชะลอและมีผลกระทบกับการเก็บภาษีมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีในเดือนเมษายนยังถือว่าขยายตัวมากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 6% ซึ่งคาดว่าหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และได้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้ ก็จะส่งผลให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรโดยรวมดีขึ้น แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนของนำส่งเงินของรัฐวิสาหกิจในเดือนเมษายน จะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 7-8 พันล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 1.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในเดือนเมษายนที่คาดการณ์ไว้ โดยจะเลื่อนจ่ายไปเป็นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเมื่อรวมกับภาษีของกรมสรรพากรที่ต่ำกว่าเป้า จะทำให้การเก็บรายได้สุทธิเข้ารัฐในเดือนเมษายนต่ำกว่าเป้ากว่า 1 หมื่นล้านบาท   ทั้งนี้ ยังคงเชื่อว่ารายได้จากรัฐวิสาหกิจจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 7-8 หมื่นล้านบาท ถึงแม้ว่าจะมีบางเดือนจะต่ำกว่าเป้า ซึ่งเป็นความคาดเคลื่อนจากการส่งเงินปันผล หรือรายได้ ที่บางครั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบบัญชีไม่เสร็จ ทำให้ไม่สามารถ ส่งเงินปันผลได้ตามกำหนดได้ ด้าน นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรม ในเดือนเมษายน    จะเกินเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 400 ล้านบาท จากเป้าการเก็บภาษีในเดือนเมษายน อยู่ที่กำหนดไว้ 2.53 หมื่นล้านบาท ซึ่งภาษีที่เก็บได้เกินเป้ามีทั้ง บุหรี่ สุรา เบียร์ ส่วนภาษีน้ำ มัน และรถยนต์ ที่ยังเก็บได้ต่ำกว่าเป้า นายชวลิต เศรษฐเมธีกุล อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การเก็บภาษีของกรมฯในเดือนเมษายนเกินเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 100-200 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมากรมได้เพิ่มประสิทธิ ภาพการจัดเก็บภาษีมากขึ้น ก่อนหน้านี้รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อฉบับเดือนเมษายน 2550 ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท. ผลสรุปจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการทั่วประเทศ จำนวน 170 ราย ในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม 2550 พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 1 ของปี 2550 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนที่ปรับลดลงต่อเนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และเห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งปี 2550 จะขยายตัวต่ำกว่าปี 2549 โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายและลดการจับจ่ายสินค้าคงทนและสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจและความ

ไม่แน่นอนทางการเมือง   นอกจากนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ดีขึ้น ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างซบเซา โดยยอดขายของห้างสรรพสินค้าค่อนข้างทรงตัว ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอตัว  ขณะที่ยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์หดตัว เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เพราะผู้ประกอบการยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมทั้งความต้องการซื้อสินค้าในประเทศและต่างประเทศชะลอลง ภาคธุรกิจส่วนใหญ่จึงเลื่อนแผนการลงทุนออกไปก่อน เพื่อรอดูความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายภาครัฐ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีศักยภาพในการลงทุนยังมีการลงทุนต่อเนื่องตามแผนเดิม  อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเห็นว่า บรรยากาศการลงทุนของไทยระยะยาวยังดีอยู่ และเชื่อว่าการลงทุนจะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้งในปลายปีนี้
แนวหน้า  30  เมษายน  2550