นิทานสอนใจดี ๆ 1 เรื่อง
วันนี้มีนิทานดี ๆ เรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวเองชอบเป็นพิเศษ เริ่มกันเลยค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า มีคหบดีคนหนึ่งได้ปกครองหมู่บ้านมีสุขด้วยคุณธรรมมาตลอด ชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อนมาร้องทุกข์ คหบดีท่านนี้ก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่เสมอ ทำให้หมู่บ้านมีความเป็นอยู่ที่สงบสุขเหมือนชื่อหมู่บ้าน คหบดีท่านนี้อายุก็มากพอสมควรและท่านได้มีลูกชายคนหนึ่งเป็นคนที่เรียนเก่ง หัวไว เก่งกล้า และคหบดีเห็นว่าสมควรวางมือให้ลูกชายรับช่วงการปกครองต่อ จึงยกหน้าที่นี้ให้กับลูกชาย
ลูกชายคหบดีคนนี้ด้วยความเป็นคนเก่ง หัวไว ทำให้สามารถปกครองหมู่บ้านได้ไม่ยาก แต่เสียอยู่อย่างเขาเป็นคนชอบเก็บเรื่องต่าง ๆ มาคิดมากอยู่เสมอ ดังนั้นพอมีใครมาพูดเข้าหูหรือท้าทายในเรื่องต่าง ๆ ลูกชายคหบดีก็จะอยู่เฉยไม่ได้ เช่น คนเมืองอื่นพูดดูถูกความสามารถในการปกครองของเขา เขาก็จะรวบรวมชาวบ้านเพื่อออกไปสู้รบตีเมืองนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเอง เป็นต้น ด้วยความที่เป็นคนแบบนี้ทำให้หมู่บ้านที่เคยสงบสุขเริ่มไม่เป็นแบบเดิม คหบดีก็ได้คอยตักเตือนหลายครั้ง ลูกชายก็ยังดื้อดึงไม่ยอมฟังคำบิดา ดังนั้นคหบดีจึงยึดอำนาจคืนจากลูกชายและขับไล่เขาออกจากหมู่บ้าน
ตัวลูกชายก็รู้สึกโกรธพ่อที่ทำกับเขาแบบนี้ ระหว่างเดินในป่า ก็พบกับพระรูปหนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ ด้วยอารมณ์พาลและเห็นว่าพระรูปนี้วัน ๆ ไม่เห็นจะต้องทำอะไร แถมยังมาขออาหารจากชาวบ้านซะอีก จึงเข้าไปต่อว่าพระด้วยคำรุนแรง แต่พระท่านกลับนั่งเฉยและยิ้มให้กับเขา และเอ่ยถามว่า "ดูท่าประสกจะเดินทางมาไกล คงเหนื่อยและกระหายน้ำมาก เชิญประสกนั่งลง อาตมาจะไปเอาน้ำจากลำธารใกล้ ๆ มาให้ประสกดื่มเอง ทำให้เขารู้สึกละอายใจมาก
ลูกชายคหบดีจึงถามพระว่า "ทำไมท่านไม่รู้สึกโกรธกับคำที่ข้าพเจ้าว่ากล่าวหรือ"
พระท่านยิ้มและกล่าวว่า "หากประสกมีขนมตาลเน่าอยู่ในมือและจะนำไปให้ใครสักคน แต่คน ๆ นั้นไม่รับ ขนมตาลนั้นจะไปไหน"เขาตอบว่า "ก็กลับไปที่คนให้ซิครับ"
พระท่านกล่าว "ถ้าอย่างนั้น ประสกไม่เห็นหรือว่าอาตมามิได้รับเอาคำพูดที่ประสกพูดมาเลยแม้แต่คำเดียว แล้วอย่างนั้นคำพูดของประสกจะทำร้ายอะไรอาตมาได้เล่า"
ลูกชายคหบดีเกิดเต็มตื้นขึ้นและเข้าใจในทันที เขากราบลาพระรูปนั้นและกลับหมู่บ้านเพื่อจะกลับตัวใหม่ อาจใช้เวลานานแต่เขาจะพยายามให้มากที่สุด
"ขอให้รู้ว่า.....คำพูดว่าร้ายต่าง ๆ ที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าคำพูดนั้นไม่ใช่เรื่องจริง กลับมีแต่จะทำให้เราสิ้นกำลังใจ ก็ยังรับเอามาทำลายหัวใจเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า คงน่าเหนื่อยใจหากเราต้องเก็บคำพูดว่าร้ายของคนอื่นมาใส่ไว้ในหัวใจ โปรดถามตนเองเถิดว่า เราได้รับประโยชน์อะไรจากการพร่ำคิดเช่นนี้บ้าง หากเรามั่นใจว่าทุก ๆ สิ่งที่ทำไปเป็นเรื่องดีแล้ว เราจะเก็บคำว่าร้ายของคนอื่นมาทำลายกำลังใจตนเองไปทำไม...ไม่มีประโยชน์เลย"
เก๋ สคส.