5.1 ทำงานในตำแหน่งงานที่เราเป็น 5.2 แบ่งเวลา และใช้เวลาเป็น 5.3 มีธรรมะประจำใจ

คนที่มีธรรมะประจำใจ การทำงานทุกอย่างจะทำด้วยความสุขใจ ความสบายใจ เพราะทำถูกต้องตามหน้าที่ ไม่กลัวความผิด เพราะเราไม่ได้ทำผิดอะไรจากตำแหน่งหน้าที่ที่ได้มอบหมาย คือไม่เคยทำผิด


ใจคนถ้าอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว จะคิดทำความชั่วทันที คิดดี ๆ ก็มีบ้าง แต่คิดชั่วมากกว่าคิดดี ๆ เพราะธรรมชาติของใจชอบใฝ่ต่ำเสมอ


ธรรมะที่ควรรู้ ควรมีและดึงออกมาเพื่อประพฤติปฏิบัติ เพื่อดึงเข้าไปสู่ความถูกต้อง และประสบผลสำเร็จ มีดังนี้....


(1) ขันติ ความอดทน อดกลั้น และโสรัจจะ ความเสงี่ยมหรือ        การถ่อมตัว


(2) ธรรมะที่เป็นอุดมการณ์ชีวิต
- ความชั่วทุกอย่างไม่ทำโดยเด็ดขาด
- ความดีทุกอย่างให้ทำจนเกิดผลงาน
- และทำใจให้สะอาดปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง


(3) ธรรมะให้ตั้งไว้ในใจ
- ปัญญา แปลว่า รอบรู้สิ่งที่ควรรู้
- สัจจะ แปลว่า ความจริงใจ ทำอะไรให้ได้จริง
- จาคะ แปลว่า สละสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความจริงใจ
- อุปสมะ แปลว่า สงบใจจากสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบ


(4) พรหมวิหารธรรม
- เมตตา, กรุณา, มุทิตา, และอุเบกขา


(5) ธรรมะหลักเศรษฐกิจ
- ขยันหา - เก็บรักษษให้ดี - มีเพื่อนตาย - ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

(6) ธรรมะสร้างความสำเร็จ
สรุปแล้วอยู่ที่ความพอใจ ไม่เบื่อหน่ายในการทำงาน
- พอใจรักใคร่ในการงาน
- มีความเพียร ขยันในการประกอบการทำงาน
- เอาใจใส่ในการงาน ดูแลตลอด
- ใช้ปัญญาพิจารณาโดยละเอียดในการงาน

(7) ธรรมะรักษาใจ
- พุทธานุสสติ
- เมตตา
- อสุภะ
- มรณสสติ

(8) ความอดทนเป็นมูลเหตุของความดีทั้งหลาย                      สร้างอารมณ์ให้ทนได้ ให้เกิดขึ้นที่ใจทำให้ใจมีพลัง เข้มแข็ง          เมื่ออารมณ์ฝ่ายต่ำเข้ามากระทบก็ไม่หวั่นไหวมีความทนได้