ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ (ข้าว)  ตามความเชื่อว่าแม่โพสพมีพระคุณจึงต้องทำขวัญเป็นการกล่าวขอขมาต่อต้นข้าวทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับข้าว ทั้งการเกิดเองตามธรรมชาติ (จากข้อสังเกตของมนุษย์ที่เกี่ยวข้อง : ผู้เขียนสรุปเอง) และจากการที่มนุษย์จะกระทำอะไรก็ตามกับต้นข้าว เช่น เกี่ยวข้าว) ที่บ้านไผ่ขอน้ำ มีประเพณีทำขวัญข้าว อยู่ 2 ช่วง คือ ช่วงที่ข้าวตั้งท้อง และช่วงข้าวพร้อมเกี่ยวโดยในแต่ละช่วงจะมีเครื่องเซ่นไม่เหมือนกัน ในภาพประกอบเป็นการทำขวัญข้าวก่อนการเก็บเกี่ยว

ทำขวัญข้าว

             เครื่องเซ่นของการทำขวัญข้าวตอนตั้งท้อง ด้วยความเชื่อที่ว่า แม่โพสพเป็นมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน (ตามคำบอกเล่าของน้านงค์) พอข้าวตั้งท้อง จึงเชื่อว่าจะอยากทานอาหารเหมือนคนท้อง สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเครื่องเซ่นช่วงดังกล่าวจึงเป็นของรสเปรี้ยว อ้อย น้ำมะพร้าว นอกเหนือจากหมาก พลู ธงกระดาษสีต่างๆ ผ้าแดง ผ้าขาว ใส่ลงในชะลอมเล็กๆ ดังภาพข้างล่าง เส้นด้ายสีแดงและสีขาวเพื่อผูกเครื่องเซ่นเข้ากับต้นข้าว ดอกไม้ และด้วยความเชื่อว่าแม่โพสพเป็นผู้หญิง จึงต้องมีน้ำอบ น้ำหอมด้วย โดยคนที่ทำพิธีมักจะเป็นผู้หญิงเจ้าของที่นา แต่พิธีนี้ให้โอกาสผู้ชายทำได้แต่ไม่นิยม

เครื่องเซ่น

         หลังจากมัดโยงเครื่องเซ่นกับต้นข้าวด้วยด้ายสีแดงและขาวเข้าด้วยกันแล้ว ผู้ทำพิธีจะพรมน้ำหอมแป้งร่ำต้นข้าว จากนั้นจึงจุดธูปปักลงบนที่นาพร้อมกล่าวคำขอขมาต่างๆ แล้วแต่ที่จะนึกได้ ส่วนมากก็จะเป็นการบอกกล่าวถึงสิ่งที่กำลังจะทำ เช่น ขอให้มีรวงข้าวสวย มีข้าวเยอะๆ ให้ผลผลิตสูงๆ (ตอนตั้งท้อง) กำลังจะเก็บเกี่ยวแล้วนะ อย่าตกใจ (ตอนกำลังจะเกี่ยว) เมื่อพูดทุกอย่างที่อยากพูดจบก็ต้อง กู่ร้องให้แม่โพสพรับทราบเจตนาดังๆ

 กู่ร้องเพื่อให้แม่โพสพรับรู้

            สำหรับเครื่องเซ่น จะถูกทิ้งไว้ที่ที่นาเลย ไม่เก็บกลับบ้าน ถ้าเป็นการทำขวัญแม่โพสพตอนเกี่ยวข้าว หลังจากพิธีก็ทำการเก็บเกี่ยวข้าวได้เลย หลังจากนั้นก็เตรียมตัวทำพิธี รับขวัญแม่โพสพ (ซึ่งจะพูดถึงในตอนต่อๆ ไป) ในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีต่อไป

หมายเหตุตบท้าย หนึ่ง  แม้ว่าการทำนาปัจจุบันของหมู่บ้านไผ่ขอน้ำจะทำได้ถึงปีละ 3 ครั้งแต่ประเพณียังคงต้องทำตามการปลูกข้าวตามฤดูกาลในอดีตเท่านั้น

หมายเหตุตบท้าย สอง ผู้ชายสามารถทำขวัญข้าวได้ แต่รับขวัญข้าวไม่ได้เด็ดขาด