Oakhampton Farm stay เป็นที่พักผ่อนที่ได้รับรางวัลในปี 1997 เป็น Northern Inland Excellence Business Award Winner จาก Big sky country New England North-West Tourism & Hospitality โดยแบ่งส่วนบริการออกเป็น 3 กลุ่มคือ

-         Homestead Domestic rate เป็นบ้านพักร่วมกับครอบครัวเจ้าของ มีห้องนอนแยกเป็นห้องๆ ห้องเดี่ยว 3 ห้อง ห้องคู่ 3 ห้อง มีสองส่วนคือส่วนหน้าละส่วนหลังที่แยกกันแต่เดินถึงกันได้ แต่ละส่วนมีส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียงที่มานอนพัก นั่งพักชมทิวทัศน์นอกบ้านได้ ส่วนหน้าจะมีห้องรับประทานอาหารและห้องพักผ่อนร่วมกันด้วย ค่าบริการที่พักรวมอาหารเช้าห้องคู่ 135 เหรียญต่อคืน ห้องเดี่ยว 80 เหรียญต่อคืน ถ้าที่นอนพร้อมอาหารครบทุกมื้อคิด 180 เหรียญต่อคืน ตอนเช้าคุณเบลินด้าและครอบครัวก็จะเตรียมอาหารเช้าแบบฝรั่งไว้ให้ที่ห้องกินข้าว มีตู้เย็นแช่ไวน์ เบียร์หรือเครื่องดื่มไว้บริการด้วย อาจารย์ไพจิตร อาจารย์บุญชอบ พักคนละห้อง พี่สุวรรณากับหมอเดือนพักห้องเดียวกันในส่วนหน้า ผมกับพี่กฤชพักห้องเดียวกัน ส่วนอาจารย์สมบัติพักอีกห้องหนึ่งแต่ใช้ห้องน้ำร่วมกัน

-         Unit Domestic rate ค่าบริการพร้อมอาหารเช้าห้องคู่ 125 เหรียญต่อคืน ส่วนห้องเดี่ยว 100 เหรียญต่อคืน

-         Cabin Domestic rate เป็นอาคารรวม คิดค่าบริการพร้อมอาหารเช้า 85 เหรียญต่อคนต่อคืน ถ้าเป็นเด็กมาเป็นหมู่คณะคิด 3 เหรียญต่อคนต่อคืน

-         Cottage Domestic rate คิดค่าบริการ 500 เหรียญต่อสัปดาห์ หรือ 130 เหรียญต่อคืนมี 3 เตียง ใน 3 วันแรก อาจารย์ประวิทย์ พี่ชัยเวชและพี่เสรีพักในส่วนนี้ ทางเจ้าของจะขับรถไปส่งตอนจะไปนอนเพราะต้องมาร่วมกิจกรรมและกินอาหารร่วมกันที่ส่วนโฮมสตรีด

-         มีบริการขี่ม้า ในอัตรา 35 เหรียญต่อคนต่อชั่วโมง

           รอบๆคฤหาสน์จะเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ภูเขา บริเวณรอบๆบ้านมีสัตว์เลี้ยงเช่นนก ม้า แพะ วัว สุนัข แมว เป็นต้น ทำให้เป็นบรรยากาศแบบธรรมชาติมากๆเหมือนอยู่ในรีสอร์ทแต่เป็นรีสอร์ทที่เป็นวิถีชีวิตจริง แม้จะอยู่ในชนบทห่างไกลแต่รัฐบาลก็จัดให้มีไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ใช้อย่างทั่วถึง มีเคเบิลทีวีดู ทำให้เขาสามารถอยู่ในชนบทได้

           ที่ผมเขียนเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียด เพราะมองเห็นว่าธรรมชาติ ความสวยงามของเมืองไทยไม่ได้ด้อยกว่าที่ออสเตรเลียเลย หากเรายังคงวิถีชีวิตเดิมๆ วัฒนธรรมเดิมๆ เราก็จะสามารถจัดบริการโฮมเสตย์แบบนี้ได้ เท่าที่ผมเห็นบรรยากาศแล้วก็นึกถึงบรรยากาศตอนที่ผมเป็นเด็กอยู่ในไร่ก็คล้ายๆแบบนี้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปเพราะมีการปลูกทำไร่อ้อยกันมาก ทำให้ความหลากหลายของพืชพันธุ์ในท้องถิ่นลดลงไปและที่แตกต่างกันอีกอย่างก็คือการสนับสนุนด้านInfrastructure ของเขาดีมากจะไกลแค่ไหนน้ำ ไฟ ถนนลาดยางและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินตามไปถึงหมด บนถนนหลวงขับรถเร็วเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือขับแซงซ้าย ปาดหน้าปาดหลังทำไม่ได้เพราะเขามีกล้องวีดีโอคอยจับอยู่และตำรวจก็จะปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนของบ้านเราตอนที่ผมอยู่ในไร่ถนนลูกรัง ขรุขระ แคบ หน้าฝนต้องเดินเข้าไปหรือใช้รถไถเดินตามพ่วงเทรลเลอร์ (แถวบ้านที่สวรรคโลกเรียกรถดายหญ้า บางที่เรียกรถอีแต๊ก เพราะใช้เครื่องยนต์แบบรถอีแต๋นแต่ไม่ได้มีสภาพเหมือนรถยนต์) ยิ่งหน้าฝนก็จะเละเป็นโคลนเลย ย้ำกินน้ำใช้ต้องใช้บ่อน้ำผิวดิน ไฟฟ้าไม่มี โทรศัพท์เข้าไม่ถึง ติดตามข่าวคราวได้จากวิทยุทรานซิสเตอร์เอเอ็ม ทำให้คนไม่ใช้เป็นที่อยู่ถาวร ต้องมีบ้านอีกหลังหนึ่ง ส่วนที่อยู่ในไร่นาเป็นที่อยู่เฉพาะช่วงทำไร่ทำนาเรียกห้างนาหรือกระต๊อบ ทำให้ไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องในการทำงานได้พอหมดหน้าฝนเก็บเกี่ยวเสร็จก็พักงานกลับเข้าบ้าน เกษตรกรเมืองไทยจึงมีผลิตภาพ (Productivity) ไม่สูงและมีรายได้ไม่ค่อยพอใช้  ที่ดินทำกินจึงตกไปเป็นของนายทุนจำนวนมากจากภาระหนี้สินที่ก่อขึ้น

 

Phichet

Oakhampton Farm

Manilla, NSW

23 November 2005