ต่อจากการดูที่คลินิกหมอโบ วง แล้วประมาณ 13.00 น. ได้ไปดูอีกคลินิกหนึ่งมีแพทย์ 3 คน บ้านเราเรียกว่าเป็นโพลี่คลินิกแต่ที่ออสเตรเลียเรียกSurgery ทั้งหมด เป็นคลินิกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมีแพทย์ผู้หญิงทั้ง 3 คน มีห้องตรวจ 3 ห้อง มีห้องเวชระเบียน ห้องให้การรักษา ที่นั่งคอยเป็นอาคารติดแอร์เย็นสบาย มีพยาบาลชื่อRobyn Bartonเป็นpractice nurse มาต้อนรับและพาชมคลินิกกับแพทย์ประจำบ้านGPเรียกว่า GP registrar ชื่อคุณหมอValerie Druon เป็นคนเวียดนามแต่มาอยู่ที่ออสเตรเลียจนได้สัญชาติ คุณหมอวาลเลอรี่ เป็นแพทย์ประจำบ้านภายใต้การดูแลของคุณหมอMiriam Growtowski  คลินิกนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากAustralian General Practice Accreditation Ltd ที่เรียกว่า AGPAL Accredited ส่วนหมออีกคนชื่อCarmen Jasmine Ast จบปริญญาตรีแพทย์ศาสตร์และจบจีพีชนบท

          Practice nurse หรือพยาบาลเวชปฏิบัติ จะมีบทบาทในคลินิกหรือSurgery โดยเป็นบทบาทที่เป็นพลวัต ยืดหยุ่น มีความน่าสนใจ ทำงานบนพื้นฐานของความเชื่อถือไว้ใจของสมาชิกของทีม มีความโดดเด่นในกระบวนการต่อรองระหว่างพยาบาลกับนายจ้าง รวมทั้งการให้รางวัล ซึ่งบทบาทเหล่านี้จะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับขนาดของงานบริการที่รับผิดชอบ ความจำเป็นของการให้บริการ รวมทั้งประสบการณ์และคุณสมบัติของพยาบาลคนนั้นๆ  ประโยชน์ที่ได้จากการมีพยาบาลเวชปฏิบัติทำให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น เพิ่มการยอมรับของผู้เกี่ยวข้องในการส่งมอบบริการ มีการบริหารงานบุคคลและวัสดุต่างๆดีขึ้น สาธารณชนรู้สึกดีกับสถานบริการ ทำให้แพทย์มีเวลาว่างจากการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ทำงานต่างๆได้มากขึ้น มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นและช่วยทำให้สถานะทาการเงินของคลินิกมั่นคงขึ้น  การบริการที่ทำโดยพยาบาลเวชปฏิบัติได้แก่การให้วัคซีน การดูแลแผล การคัดกรอง ช่วยในการทำหัตถการ การตรวจสุขภาพ การสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ การประเมินสุขภาพ การทำแผนการดูแล การทำสัมมนาผู้ป่วย

           หมอValerie Druon เป็นคนเวียดนามแต่มาอยู่ที่ออสเตรเลียจนได้สัญชาติ คุณหมอวาลเลอรี่ เป็นแพทย์ประจำบ้านภายใต้การดูแลของคุณหมอMiriam Growtowski ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการฝึกและการทำงานซึ่งการเรียนแพทย์ในออสเตรเลียนั้น จะเรียนปริญญาตรีทางแพทย์หรือBachelor of Medicine ก่อน 4-5 ปีแล้วแต่มหาวิทยาลัยและคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นนักศึกษา การเรียนนี้เป็นระดับก่อนปริญญาหรือ postgraduate พอจบแล้วก็จะออกไปฝึกงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆ 2 ปี ในปีแรกเรียกว่าInternship ส่วนปีที่สองเรียกว่า Rescidence (บ้านเราเรียกเรสซิเดนท์ สำหรับแพทย์ประจำบ้านที่เรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง) หลังจากนั้นก็จะสามารถเลือกที่จะเรียนต่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งจะเรียนยากกับการเรียนเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือจีพีโดยถ้าเป็นจีพีที่จะออกไปทำงานในเมืองใหญ่เรียน 3 ปี แต่ต้องไปฝึกงานในชนบท 6 เดือนซึ่งคุณหมอโจแอนนาก็จะเป็นกลุ่มนี้(อยู่ที่มะนิลลา จะกล่าวถึงในตอนต่อๆไป) หลังจากครบแล้วจะกลับไปเรียนที่ซิดนีย์ต่อ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นจีพีในชนบทจะเรียนในพื้นที่ชนบทในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่ซิดนีย์ เรียนในโรงพยาบาลชุมชนและในคลินิกและต้องเรียนเกี่ยวกับชนบทอีก 1 ปีและอาจเรียนเกี่ยวกับเฉพาะทางที่สนใจเสริมไปด้วย พอจบก็จะได้เป็นจีพี(ดมยา)หรือจีพี(สูติ)หรืออื่นๆ คุณหมอวาลเลอรี่เรียนเป็นจีพีในชนบท เธอบอกว่าไม่ชอบชีวิตวุ่นวายในเมืองใหญ่ ชอบบรรยากาศชนบท ปีหน้าก็จะจบเป็นแพทย์จีพีที่ได้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่สามารถทำงานโดยไม่ต้องมีผู้ดูแล(Supervision)ได้เอง  แพทย์ที่เรียนจีพีต่อเขาเรียกว่า GP registrar ซึ่งสามารถตรวจคนไข้ในคลินิกได้ตามปกติแต่ถือเป็นการอยู่ในช่วงเทรนนิ่งเหมือนแพทย์ประจำบ้านหรือเรสซิเดนท์ในเมืองไทย  

          การฝึกอบรมแพทย์จีพีจะควบคุมโดยราชวิทยาลัยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปของออสเตรเลียหรือAustralian Royal College of General Practitioner หรือ ARCGP จากการพูดคุยหมอวาเลอรี่ เรียนแพทย์ที่ซิดนีย์ 6 ปี เป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลซิดนีย์ 3 ปี พอมาเป็นแพทย์ประจำบ้านจีพี (GP registrar) สามารถนำประสบการณ์ที่เรียนนานมาเทียบโอนทำให้เป็นแพทย์ประจำบ้านแค่ 2 ปีก็จบการฝึกอบรมโดยจะเรียนจบปีหน้า

           จะเห็นว่าการศึกษาในออสเตรเลียเป็นระบบเปิดกว้างที่สามารถเทียบโอนรายวิชา หน่วยกิตระหว่างมหาวิทยาลัยได้หรือนำประสบการณ์มาคิดเครดิตหน่วยการเรียนได้ง่ายกว่าเมืองไทย ที่พบว่านักศึกษาหลายคนที่สอบเอนทรานซ์ใหม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ในคณะอื่นไม่สามารถเอามาเทียบโอนได้หรือระหว่างมหาวิทยาลัยก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้เกิดความสูญเสียเวลาในการเรียนในปีแรกๆของสาขาเดิมไปอย่างน่าเสียดาย