เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย(12)

ในปีแรกเรียกว่าInternship ส่วนปีที่สองเรียกว่า Rescidence (บ้านเราเรียกเรสซิเดนท์ สำหรับแพทย์ประจำบ้านที่เรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง) ขณะเรียนต่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเรียกว่า Registrar

เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย(12)

ต่อจากการดูที่คลินิกหมอโบ วง แล้วประมาณ 13.00 น. ได้ไปดูอีกคลินิกหนึ่งมีแพทย์ 3 คน

บ้านเราเรียกว่าเป็นโพลี่คลินิกแต่ที่ออสเตรเลียเรียกSurgery ทั้งหมด

เป็นคลินิกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมีแพทย์ผู้หญิงทั้ง 3 คน มีห้องตรวจ 3 ห้อง

มีห้องเวชระเบียน ห้องให้การรักษา ที่นั่งคอยเป็นอาคารติดแอร์เย็นสบาย

มีพยาบาลชื่อRobyn Bartonเป็นpractice nurse

มาต้อนรับและพาชมคลินิกกับแพทย์ประจำบ้านGPเรียกว่า GP registrar

ชื่อคุณหมอValerie Druon

เป็นคนเวียดนามแต่มาอยู่ที่ออสเตรเลียจนได้สัญชาติ คุณหมอวาลเลอรี่

เป็นแพทย์ประจำบ้านภายใต้การดูแลของคุณหมอMiriam

Growtowski

 คลินิกนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากAustralian General Practice Accreditation Ltd

ที่เรียกว่า AGPAL Accredited

ส่วนหมออีกคนชื่อCarmen Jasmine Ast

จบปริญญาตรีแพทย์ศาสตร์และจบจีพีชนบท

 Practice nurse หรือพยาบาลเวชปฏิบัติจะมีบทบาทในคลินิกหรือSurgeryโดยเป็นบทบาทที่เป็นพลวัต ยืดหยุ่น มีความน่าสนใจทำงานบนพื้นฐานของความเชื่อถือไว้ใจของสมาชิกของทีมมีความโดดเด่นในกระบวนการต่อรองระหว่างพยาบาลกับนายจ้างรวมทั้งการให้รางวัลซึ่งบทบาทเหล่านี้จะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับขนาดของงานบริการที่รับผิดชอบความจำเป็นของการให้บริการรวมทั้งประสบการณ์และคุณสมบัติของพยาบาลคนนั้นๆ ประโยชน์ที่ได้จากการมีพยาบาลเวชปฏิบัติทำให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นเพิ่มการยอมรับของผู้เกี่ยวข้องในการส่งมอบบริการมีการบริหารงานบุคคลและวัสดุต่างๆดีขึ้นสาธารณชนรู้สึกดีกับสถานบริการทำให้แพทย์มีเวลาว่างจากการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ทำงานต่างๆได้มากขึ้นมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นและช่วยทำให้สถานะทาการเงินของคลินิกมั่นคงขึ้น การบริการที่ทำโดยพยาบาลเวชปฏิบัติได้แก่การให้วัคซีน การดูแลแผลการคัดกรอง ช่วยในการทำหัตถการ การตรวจสุขภาพการสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ การประเมินสุขภาพ การทำแผนการดูแลการทำสัมมนาผู้ป่วย

          หมอValerie Druonเป็นคนเวียดนามแต่มาอยู่ที่ออสเตรเลียจนได้สัญชาติ คุณหมอวาลเลอรี่เป็นแพทย์ประจำบ้านภายใต้การดูแลของคุณหมอMiriamGrowtowskiได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการฝึกและการทำงานซึ่งการเรียนแพทย์ในออสเตรเลียนั้นจะเรียนปริญญาตรีทางแพทย์หรือBachelor ofMedicine ก่อน 4-5ปีแล้วแต่มหาวิทยาลัยและคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นนักศึกษาการเรียนนี้เป็นระดับก่อนปริญญาหรือ postgraduate พอจบแล้วก็จะออกไปฝึกงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆ2 ปี ในปีแรกเรียกว่าInternship ส่วนปีที่สองเรียกว่า Rescidence (บ้านเราเรียกเรสซิเดนท์สำหรับแพทย์ประจำบ้านที่เรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง)หลังจากนั้นก็จะสามารถเลือกที่จะเรียนต่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งจะเรียนยากกับการเรียนเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือจีพีโดยถ้าเป็นจีพีที่จะออกไปทำงานในเมืองใหญ่เรียน3 ปี แต่ต้องไปฝึกงานในชนบท 6 เดือนซึ่งคุณหมอโจแอนนาก็จะเป็นกลุ่มนี้(อยู่ที่มะนิลลาจะกล่าวถึงในตอนต่อๆไป) หลังจากครบแล้วจะกลับไปเรียนที่ซิดนีย์ต่อส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นจีพีในชนบทจะเรียนในพื้นที่ชนบทในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่ซิดนีย์เรียนในโรงพยาบาลชุมชนและในคลินิกและต้องเรียนเกี่ยวกับชนบทอีก1ปีและอาจเรียนเกี่ยวกับเฉพาะทางที่สนใจเสริมไปด้วยพอจบก็จะได้เป็นจีพี(ดมยา)หรือจีพี(สูติ)หรืออื่นๆคุณหมอวาลเลอรี่เรียนเป็นจีพีในชนบทเธอบอกว่าไม่ชอบชีวิตวุ่นวายในเมืองใหญ่ ชอบบรรยากาศชนบทปีหน้าก็จะจบเป็นแพทย์จีพีที่ได้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่สามารถทำงานโดยไม่ต้องมีผู้ดูแล(Supervision)ได้เอง แพทย์ที่เรียนจีพีต่อเขาเรียกว่า GPregistrarซึ่งสามารถตรวจคนไข้ในคลินิกได้ตามปกติแต่ถือเป็นการอยู่ในช่วงเทรนนิ่งเหมือนแพทย์ประจำบ้านหรือเรสซิเดนท์ในเมืองไทย  

         การฝึกอบรมแพทย์จีพีจะควบคุมโดยราชวิทยาลัยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปของออสเตรเลียหรือAustralianRoyal College of General Practitioner หรือ ARCGP จากการพูดคุยหมอวาเลอรี่ เรียนแพทย์ที่ซิดนีย์6 ปี เป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลซิดนีย์3 ปี พอมาเป็นแพทย์ประจำบ้านจีพี (GP registrar)สามารถนำประสบการณ์ที่เรียนนานมาเทียบโอนทำให้เป็นแพทย์ประจำบ้านแค่2ปีก็จบการฝึกอบรมโดยจะเรียนจบปีหน้า

          จะเห็นว่าการศึกษาในออสเตรเลียเป็นระบบเปิดกว้างที่สามารถเทียบโอนรายวิชาหน่วยกิตระหว่างมหาวิทยาลัยได้หรือนำประสบการณ์มาคิดเครดิตหน่วยการเรียนได้ง่ายกว่าเมืองไทยที่พบว่านักศึกษาหลายคนที่สอบเอนทรานซ์ใหม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ในคณะอื่นไม่สามารถเอามาเทียบโอนได้หรือระหว่างมหาวิทยาลัยก็ไม่สามารถทำได้ทำให้เกิดความสูญเสียเวลาในการเรียนในปีแรกๆของสาขาเดิมไปอย่างน่าเสียดาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย



ความเห็น (0)