คุณครูทุกคนคงเคยพบด้วยตัวเองมาแล้วว่าการเรียนการสอนในบางชั่วโมง สามารถสร้างพลังให้กับทั้งผู้สอนและผู้เรียนได้อย่างมหาศาล ดิฉันมีความเห็นว่างานสอนที่ทำออกมาแล้วประสบความสำเร็จถึงขั้นสร้างพลังได้นั้น  ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญอยู่ที่ความชัดเจนของครู ว่าจะจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไร จะลำดับเนื้อหาอย่างไร และจะสร้างความเข้าใจร่วมกันในเรื่องใด  

 

 

ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบที่สุดคือ เป็นการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือนำความรู้นั้นไปต่อยอดกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตให้มากที่

สุด

 

 

หากจะเปรียบเทียบกับเวทีการจัดการความรู้ หัวเรื่องที่ครูจะนำมาจัดมวลประสบการณ์แต่ละครั้งก็เป็นเหมือนหัวปลา ที่ถ้ามุ่งไปที่ใดเพียงหนึ่งหรือสองประเด็นในการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แต่ละครั้ง เป้าหมายและผลที่ได้รับก็จะคมชัดกว่าที่จะมีประเด็นเปะปะ มากมายเกินไป

 

  

 

ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แต่ละครั้ง ต้องทำให้ทุกคนสามารถเข้ามามีประสบการณ์ร่วม และต้องเริ่มจากสิ่งที่เป็นพื้นความรู้เดิมที่เป็นฐานของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อที่จะได้เกิดการสานต่อและการยกระดับความรู้กันขึ้นไปได้

 

  

 

เมื่อประสบการณ์และความรู้สึก นึก คิด ของทุกคนได้รับการเอาใจใส่  ในบรรยากาศของการเคารพในกันและกัน ทุกคนก็จะรู้สึกว่าเขาเกิดความนับถือในตนเอง สนใจในผู้คนที่อยู่รอบข้าง และมีใจใฝ่รู้อยู่เสมอ

  

 

 

ห้องเรียนก็จะมีชีวิตชีวา เพราะทุกคนมีการเปิดใจ เปิดหู เปิดตา และได้เปิดปาก เปิดตัวเองสู่ความคิดเห็นใหม่ๆ ที่ถึงแม้จะแตกต่างไปจากความคิดความเชื่อเดิม ก็รับฟังได้ มองเห็นข้อเหมือน ข้อต่าง และสามารถสร้างชุดความรู้ใหม่ๆ จากข้อมูลที่ได้รับขึ้นมาด้วยตนเองได้

 

  

 

เมื่อได้ปัญญาจากการรับฟังแล้ว เมื่อมีโจทย์ให้ได้นำไปทดลองปฏิบัติ ก็จะเกิดการประมวลสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ อันเป็นความรู้ที่ลึกลงไปอีกขั้นหนึ่ง และเมื่อนำมาถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับรู้สู่ผู้อื่น ก็จะเกิดความเข้าใจที่แท้จริง รวมถึงได้รู้ว่าเรายังไม่รู้อะไร และจะไปหาความรู้ดังกล่าวนั้นได้ที่ไหน

 

  

 

ในเบื้องแรกก็คงหาได้จากกลุ่มพร้อมให้ที่อยู่ใกล้ๆเรานั่นเอง  หากไม่มีก็สามารถรวมตัวกัน ค้นหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ ด้วยกัน หรือถ้ายังไม่พบก็สามารถคว้าเอาจากภายนอกได้ วงจรการเรียนรู้เช่นนี้จึงเป็นวงจรที่จะช่วยเร้าพลังให้กับทั้งครูและเด็กได้อย่างน่าอัศจรรย์