การให้คนหัวรั้น เปิดใจยอมรับความคิดใหม่ๆนี่ เป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือที่ๆทำงานก็ตาม แต่ในบันทึกนี้ จะโฟกัสไปที่ๆทำงานค่ะ
ดิฉันพบมาหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมัยทำงานในภาคอุตสาหกรรม ทำให้เครียดไปบ่อยๆ แต่จริงๆแล้ว เหมือนเป็นการลับสมอง ทำให้เรา ต้องไปครุ่นคิดหากลยุทธมาสยบเขาให้ได้ โดยให้เขาเป็นฝ่ายยอมเอง
ขอยกตัวอย่างเรื่องจริง หนึ่งเรื่อง คนนี้เป็นผู้จัดการฝ่ายผลิต ซึ่ง รับเข้ามาเอง จริงๆก็ไม่อยากได้ ไม่มีทางเลือก ในเมื่อ ผู้จัดการฝ่ายผลิตเก่า ออกกระทันหัน ดิฉันต้องไป appraochคนนี้มาจากอีกบริษัทหนึ่ง จะว่าซื้อตัวก็ได้ เจ้าของเก่าบอกว่า จ้างไปแล้ว จะรู้เอง ว่าเหมือนม้าพยศ เขาก็ทำงานดี แต่ ต้องsay NO ไว้ก่อน เกือบทุกเรื่อง กว่าจะยอมร่วมมือกับเรา
ขั้นแรก ดิฉันมาคิดว่า ทำไมเขาถึงต่อต้าน คนส่วนใหญ่ เกือบทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่ดิฉัน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเขาเอง พอสรุปได้ว่า
1.เป็นนิสัยติดมาตั้งแต่เกิด ชอบต่อต้าน
2.เป็นลูกที่พ่อไม่ค่อยรัก เลยต้องการเรีนกร้องความสนใจ เป็นภูมิหลังของเขา
3.ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงในทุกเรื่อง เห็นว่า ไม่ดี ไม่ปลอดภัย
4.ผ่านสถานการณ์ถุกหลอก ถูกเอาเปรียบ จากที่ทำงานเก่าๆมาสองสามที่ อยู่ที่ไหน ไม่เคยทน แต่เป็นคนมีฝีมือ ทำให้เพิ่มค่าตัวได้ตลอด เป็นที่น่าพอใจ
5.ถ้าจะทำเรื่องอะไร ต้องขอให้ดูเหมือนว่า มาจากความคิดเขาเอง หรือเขามีส่วนร่วมคิดกับเราด้วย ไม่อยากทำตามคำสั่งใคร
6.บางที เพื่อมิให้เขาเสียหน้า ว่าใจโลเล ดิฉันต้อง หาทางเพิ่มข้อมูลใหม่ให้เขา ซึ่งเขาจะได้พูดว่า " อ้าว แหม ถ้าคุณ..บอกเรื่องนี้กับผมตั้งแต่แรก ก็เดินเครื่องเต็มที่ไปแล้วครับ"
7.เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เราอาจต้องยอมๆบางเรื่องกับเขาไปก่อน เช่น อนุมัติให้ซื้อแอร์ใหม่ได้ เรื่องจะเข้าทางเราง่ายเข้า
8.บางทีมาพบกันคนละครึ่งทาง เขาก็ถูก เราก็ถูก ต้องมาช่วยกันรับผิดชอบ
เราเถียงกันเรื่อง การปรับวิธี เวลา และ มาตรการตรวจสอบคุณภาพ การรับวัตถุดิบใหม่ เขาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของดิฉัน ซึ่งอาจทำให้ระบบงานไม่ดีขึ้น อย่างที่เราคาดหวัง พนักงานระดับนี้ จะชี้นกเป็นไม้ ไม่ได้ และเขาก็มีความรู้และประสบการณ์ดีกว่าเราเสียอีก ในด้าน Food science
สรุป ยังไม่เป็นที่ตกลง ว่าจะจัดระบบใหม่อย่างไร
ดิฉัน พยายามมองหาจุดอ่อนของเขา อ้อ!พบแล้ว เขามีจุดอ่อนที่ อารมณ์อ่อนไหว แปรปรวน ต้องดูจังหวะ ตอนอารมณ์ดีๆ
อีก 2 วันต่อมา ดิฉันเห็นเขาอารมณ์ดี จึงชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ พอเผลอ กำลังหัวเราะถูกใจ ดิฉัน วกเข้ามา ว่า "เออ วันนี้ฉันไปติดต่อราชการมา พบเจ้าหน้าที่ คนหนึ่งแปลกมากเลย ไม่ฟังปัญหาของเราเลย ไม่ฟังเหตุผลของเราด้วย นิสัยนี่ แย่จริงๆนะ"
เขาพยักหน้ารับว่า ครับแย่จริงๆ ไปติดต่อราชการ เจอบ่อย
วันนั้น ปัญหาเดิมของเรา ไม่เป็นปัญหาแล้ว เพราะเขาเผลอถูกผลักดันให้ทำตามอย่างที่เขา หลุดปากออกมาเอง
การรอเวลาที่เหมาะสม เวลาที่เขาไม่เครียดหรือกำลังมีปัญหากับงาน เป็นเวลาที่เหมาะที่สุด นั่นคือ กาละเทศะ
นี่คือตัวอย่างค่ะ ที่สามารถโน้มน้าวเขาได้ บางเรื่องก็ไม่สำเร็จ ถามว่า อย่างนี้แล้ว ไม่ผิดวินัยหรือ
ในการทำงานร่วมกัน ดิฉันต้องการความเต็มใจ จริงใจ มี Spirit และมีความกระตือรือล้นในการทำงานอย่างแท้จริง เขาดูแลทรัพย์สินมูลค่ามากมายที่โรงงาน ตัวดิฉันอยู่กรุงเทพ ดิฉันต้องการให้เขาดูแลโรงงานของดิฉัน เสมือนหนึ่งว่า เป็นของเขาเองค่ะ และเขาก็ทำอย่างที่ว่านี้มาตลอด คนเรา ความบกพร่องก็มี แต่ความดีก็มีมากค่ะ

น่าจะเครียดกับคนแบบนี้นะคะ ถ้ารั้นนัก ก็ไม่ไหวค่ะ
ตอบค่ะ
จะเครียดแค่ ณ เวลาไม่ได้อย่างใจเรา แต่ ชอบความท้าทาย เดี๋ยวจะไปหาวิธีมาปราบคนหัวรั้น ส่วนใหญ่ก็ได้ ที่ไม่ได้ เพราะ ความคิดเราก็อาจไม่ดีพอ
ผมเห็นด้วย เรื่องสภาวะทางอารมณ์สำคัญมาก ถ้าพูดตอนอารมณ์ไม่ดี ก็จะทะเลาะกันแน่ๆ
สวัสดีค่ะ ที่มาเยี่ยม ถูกของคุณค่ะ นิสัยบางอย่างแก้ยากมาก
แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องงาน และสำคัญ ก็ต้องลองโน้มน้าวเขาก่อน ให้เขาเต็มใจเอง ดีกว่า บังคับ และเป็นการทดสอบความสามารถของเราด้วย
แต่ถ้าเขาไม่ยอม
ดิฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน และถ้าเป็นเรื่องสำคัญ เขาต้องยอมอยู่ดี
ขอบคุณค่ะ ที่comment
น้องเป็นคนที่ outstanding นะคะ ออกจะเกินอายุ ดีแล้วค่ะ น่าภูมิใจค่ะ
ตามประสบการณ์ พี่เป็นคนทำงานที่ต้องการใจคนด้วย ไม่ใช่แค่ให้เขาทำตามหน้าที่ แต่ต้องให้ทำด้วย Spirit คนทำงานด้วยความทุ่มเท หาน้อยมากๆ องค์กรจะรักมาก เพราะคือสมบัติอันล้ำค่าขององค์กร
เราทำงานที่ไหน ให้เขาสรรเสริญลับหลัง เราก็ภูมิใจ
ไม่มีใคร ที่สำคัญขนาดหาคนแทนที่ไม่ได้หรอกค่ะ แต่จะเก่ง จะดี จะทุ่มเทเท่าคนเก่าหรือเปล่า ไม่แน่ใจ
การทำงาน ต้องมีจิตวิทยาค่ะ ตรงไป ไม่ดีหรอก
หัวหน้าแต่งตัวสวย หล่อ ก็ต้องชมกันหน่อยแต่เช้า ปรับบรรยากาศ คนไทย ไม่ชอบชมกัน หัวหน้าเขาสวย ก็เฉยๆ ทำไม่สน
ไม่ใช่ประจบ แค่พูดให้ถูกใจ ไม่เห็นเสียหายเลย
แล้วอะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้นอีกเยอะ
เป็นเพื่อนของคุณหมอติ้งค่ะ
สนใจบันทึกนี้ค่ะ เห็นมีการแลกผลประโยชน์กัน จำเป็นด้วยหรือคะ
ฟังๆแล้ว หางเสียงชอบกล แต่ไม่ต้องลำบากใจ ไม่ถามหรอกค่ะ พูดกับลมกับฟ้าไปยังงั้น
ตัวเอง ตอนอายุน้อยๆ ก็ค่อนข้างหยิ่งหน่อย ไม่ง้อคน แต่พอมาทำกิจการเอง รู้ว่า เราเปลี่ยนไป คิดตรึกตรองมากขึ้น ใจเย็นขึ้น และ....ตรงนี้อาจไม่ดี....ซับซ้อนขึ้นมาก .....คนอื่นเดาใจ ยากนิดหนึ่ง ลูกชายเคยบอกว่า แม่เป็นคนซับซ้อน ในบางขณะ
สรุป ถ้าเรารู้ว่า เป้าหมายของเรา คืออะไร วิธีที่จะให้ถึงเป้าหมาย อาจ ไมใช่ 1+1=2 ค่ะ
ไม่ทราบคุณจะงงไหม o.k.ผ่านค่ะ ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนกับน้องค่ะ
สวัสดีค่ะ
ตอบค่ะ เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมมีองค์กรบางแห่ง ชอบเดินแจกของที่ระลึกโน่นนี่แก่เราที่สนามบินบ้าง ตามงานต่างๆบ้าง ก้เพื่อให้เรา ยินดีที่จะบริจาคเงินทำบุญ หรือสมทบทุนบางอย่างให้เขาโดยเต็มใจ
เวลาใครให้ของอะไรเรา เรารู้สึกป็นหนี้บุญคุณ
ถ้าเราเสนอบางสิ่งให้เขา โอกาสที่เขาจะทำตามที่เราขอร้อง ย่อมมีสูง
สิ่งที่เราให้เขา อาจจะในรูปของเวลา คำชม ความสนใจก็ได้ค่ะ
คุณถามว่าจำเป็นไหม ก็ไม่จำเป็นนัก แต่ ถ้าให้ อะไรๆก็ง่ายขึ้นค่ะ
เวลาพูดโน้มน้าว ต้องตอนอารมณ์ดีอย่างเดียวเหรอคะ
สวัสดีค่ะคุณ sasinanda
ขออนุญาต ลปรร ด้วยคนค่ะ
ขอบคุณที่นำเสนอมุมมองการแก้ปัญหาดีๆ เรื่องการจัดการหรือการประสานงานกับคนนะคะ
ดิฉันว่าคนเหล่านี้มีทุกองค์กร คิดขำๆ ก็เป็นคนประเภท just say no ไว้ก่อน ไม่ว่าเรื่องอะไร แต่บางทีผลลัพธ์จากคนกลุ่มนี้ก็ไม่ค่อยขำเท่าใดนัก
ในส่วนของราชการนั้น ตามประสบการณ์ส่วนตัว มีคนเหล่านี้พอสมควรทีเดียว แล้วก็ไม่ค่อยปรับตัว ผู้ต้องการใช้บริการก็ต้องทน ต้องเจรจากันนาน ต้องอดทนมากๆ ประมาณนั้น บางครั้งถ้าเรา complain ก็อาจถูกมองเป็นเรื่องส่วนตัวได้ง่าย ท้ายสุดก็เลยกลายเป็นระบบ"ราชการ" อย่างที่รู้ๆ กัน
สิ่งเหล่านี้แก้ได้ยากมาก เพราะคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงตนเองสักเท่าใด มีมุมมอง "มองไปข้างนอก" เพียงอย่างเดียว ไม่ค่อยมี "มุมมองที่ย้อนเข้ามาดูตัวเอง" สักเท่าใดนักค่ะ ประมาณว่าลืมสำรวจตัวเองนั่นเอง ..
สวัสดีครับอาจารย์ sasinanda
เรื่องการรับมือคนดื้อ + หัวรั้นนี่
ตัวผมค่อนข้างมีปัญหามาก
อย่างแรกคือเพราะตัวผมเองก็เป็นคนหัวแข็งอยู่แล้ว
แล้วคนที่ร่วมงานด้วยต่างคนต่างเก่งแล้วก็มี
ีอัตตาของแต่ละคน
ตอนนี้ ผมก็พยายามปรับปรุงทัศนคติตัวเองอยู่ครับ
สวัสดีค่ะ
การพูดขอร้องอะไรกับใคร ตอนอารมณ์ดี จะด้ผลกว่าค่ะ
แต่ไม่แน่เสมอไป บางที กำลังอารมณ์ไม่ค่อยดีเรื่องงาน เราไปขอให้เขาทำอะไร ที่จะเป็นผลให้เขาทำงานง่ายขึ้น เขาจะทำ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ
ต้องดูเป็นเรื่องๆไป
ขอขอบพระคุณอาจารย์ sasinanda...