ระยะนี้มีแต่เรื่องที่ไม่สบายใจ ต้องปล่อยวางหลายๆเรื่องทีเดียว ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน.....อืมมมม....
เมื่อเช้านี้ประมาณ หกโมงกว่าๆ  เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น  ครูอ้อยนอนอยู่และคิดว่า...ต้องเป็นปลายสายมาจากบ้านคุณพ่อแน่เชียว 
น้องขวัญเป็นคนรับสาย  และมาสะกิดให้แม่ไปรับ  และก็จริงด้วย  เป็นเสียงคุณพ่อ 
คำแรก  คุณพ่อพูดว่า...พ่อมีความทุกข์....
ใจของครูอ้อยหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มบวมๆทันที 
ครูอ้อยอึ้งสักครู่  คุณพ่อก็พูดต่อว่า.....พ่อจะเล่าเรื่องความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับพ่อให้ฟัง  
นี่ถ้าหากเป็นเพื่อนของครูอ้อยพูดแบบนี้นะ  ครูอ้อยจะตะเพิดและบอกให้เพื่อนพูดเร็วๆ  อมพะนำอยู่ได้   นี่เป็นคุณพ่อ  จึงอดใจรอฟัง 
แล้วคุณพ่อก็เล่าด้วยน้ำเสียงราบรื่นว่า.....ฟันของพ่อนะ  
ครูอ้อยนึกออกทันทีที่คุณพ่อเคยบ่นว่า  ฟันจริงของพ่อบิ่น  และวันปลอมมันไม่สบกัน  
จากนั้นคุณพ่อพูดต่อว่า  .....พ่อให้ป๋อพาไปคลีนิคแถวนี้  พ่อก็คิดว่ามันราคาแพง   
ครูอ้อยนึกสงสารคนแก่ที่ประหยัดมาก
ครูอ้อยกำลังจะเอ่ยว่า  เท่าไรก็จ่ายไปเถิด  เดี๋ยวลูกจะจ่ายให้   ยังไม่ทันจะพูด 
คุณพ่อก็พูดอธิบายต่อไปว่า.....มีคลีนิคแถวนี้   พ่อไปแล้ว  มันหรูหรามาก  พ่อเลยไปคลีนิคที่เก่า  ที่พ่อเคยไปดีกว่า 
ครูอ้อยคิดทันทีว่า  คุณพ่อต้องเจ็บฟันมากจริงๆ  ถึงยอมเสียเงินมาก 
คุณพ่อพูดต่อว่า....คุณหมอเขาดูอาการแล้วบอกว่า  ต้องถอน  พ่อก็เลยถอน 
ครูอ้อยโล่งใจที่คุณพ่อตัดสินใจถอนฟันไปเลย  จะได้ไม่ต้องเจ็บอีก  
จากนั้นคุณพ่อก็เล่าต่อไปอย่างภาคภูมิใจว่า......พ่อก็เลยบอกคุณหมอว่าจะทำอย่างไรกับฟันปลอม  ในเมือ่ถอนฟันจริงไปแล้ว  ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดมั้ย 
คุณพ่อเล่าอย่างภูมิใจจริงๆล่ะค่ะ   แล้วคุณพ่อก็หัวเราะ...หัวใจของครูอ้อยที่ตาตุ่ม  ก็วิ่งจู๊ดขึ้นมาอยู่ที่ที่ของมันเลยค่ะ  
คุณพ่อบอกว่า...ลองทายสิลูก  พ่อเสียตังไปเท่าไร 
ครูอ้อยไม่อยากให้พ่อคิดถึงเรื่องเงินที่จ่ายไปเลย  อ้าปากจะบอกคุณพ่อว่า...ลูกจะจ่ายคืนให้ 
คุณพ่อก็ตอบอย่างดีใจว่า....800 บาท  
เอ้อ! นี่ล่ะค่ะคุณพ่อของครูอ้อย  แล้วบอกว่า  จะเล่า..ความทุกข์ให้ฟัง  ตั้งใจฟังตั้งนาน...