รถที่เธอนั่งส่ายไปส่ายมา เหมือนกับงู แล้วท้ายที่สุดก็ตกลงไปแอ้งแม้งอยู่ที่ข้างถนน เธอไม่นั่งติดหน้าต่าง เมื่อรถคว่ำตะแคงลงไป เธอเลยหล่นไปทับคนที่อยู่ติดหน้าต่าง

 

เมื่อวานนี้ลูกศิษย์นักศึกษา ปริญญาโทของดิฉันมาพบ เพื่อส่งวิทยานิพนธ์ของเธอ ขอคำแนะนำ หลังจากนั้น เราก็พูดคุยสารทุกข์สุขดิบ เนื่องจากเธอหายไปหลายวัน เธอเล่าให้ฟังว่า...เมื่อวันที่ 12 เมษายน เธอนั่งรถกลับบ้านที่สุรินทร์ ระหว่างทางฝนตกหนัก แล้วเธอก็หลับ สักพัก เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอ พบว่า รถที่เธอนั่งส่ายไปส่ายมา เหมือนกับงู แล้วท้ายที่สุดก็ตกลงไปแอ้งแม้งอยู่ที่ข้างถนน เธอไม่นั่งติดหน้าต่าง เมื่อรถคว่ำตะแคงลงไป เธอเลยหล่นไปทับคนที่อยู่ติดหน้าต่าง ... เธอบาดเจ็บเล็กน้อย ... แต่จิตใจ เธอยอมรับว่ากลัวมาก แทบจะไม่อยากนั่งรถต่อไปบ้าน เพราะยังไม่ถึงบ้าน ... โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตค่ะ มีแต่หัวแตก กระจกบาด ... คงอีกนานกว่าเธอจะหายหวาดกลัวจากอุบัติเหตุนั้น.....ส่วนดิฉันเอง ฟังแล้วก็ตกใจ ... หากว่าวันนั้น เกิดแหตุการณ์ร้ายแรงกว่านั้น ...ไม่อยากคิดเลยค่ะ... 

อุบัติเหตุ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในบ้านเมืองเรามีมากจริงๆ ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน  

เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น (รู้จักอยู่ประเทศเดียว...ยิ้ม ยิ้ม) อุบัติเหตุทางถนนเขาเกิดน้อยมาก ...  

เป็นไปได้มั้ยค่ะว่าเนื่องจากกฎหมายด้านนี้เขาเข้มแข็ง คนขับรถจึงให้ความร่วมมือดี เช่น ก่อนยื่นขอใบขับขี่ต้องไปเรียนขับรถ และกฎจราจร กับโรงเรียนสอนขับรถ แล้วนำใบรับรองไปขอสอบ ใบขับขี่ เมื่อสอบผ่านก่อนรับใบขับขี่ต้องเข้ารับการอบรมอีกครั้ง....ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ ไม่ใส่หมวกกันน็อค ไม่รัดเข็มขัด ความเร็วเกินกำหนด เหล่านี้ถูกจับปรับแพงมากๆๆ.....เมาแล้วขับ หากเป็นข้าราชการ จะถูกสอบวินัยอาจถึงขั้นให้ออกจากราชการ ...  

นอกจากนี้หากถูกจับ จะถูกหักคะแนนใบขับขี่ มากน้อยตามขนาดของความผิด หากถูกหักจนคะแนนหมดจะถูกยึดใบขับขี่ ... แต่ถ้าไม่เคยถูกหักคะแนนเลย เมื่อนำใบขับขี่มาต่ออายุจะได้อายุเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ..... 

ท่านคิดว่า เรา หรือ รัฐควรมีกฎระเบียบอะไร หรือทำอย่างไร ที่จะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนกันได้บ้างค่ะ