คิดไปเขียนไปตามใจคิด ดีกว่าเขียนไปโดยไม่คิด

เมื่ออายุมากขึ้นก็มีข้อจำกัดทางสังขารมากขึ้นตามมา เช่นสายตาไม่ดี ความจำสั้น ความคิดสับสน มีความวิตกวิจารณ์ ฯลฯ

ทั้งหมดที่กล่าวเกริ่นมานั้น เป็นโทษสมบัติของคนสูงอายุทั้งสิ้น อาจจะไม่ทุกคนแต่ก็เกือบจะทุกคน

ผมเองตอนนี้ก็เข้าวัยสูงอายุแล้ว ขาดอีกประมาณ 30 ปี ก็จะครบ 100 ปี (ฮา)

เคยมีเด็กรุ่นลูกหลานมาถามผมว่า เมื่ออายุมากขึ้นๆกลัวอะไร?

ผมตอบโดยไม่ต้องคิดว่า กลัวแก่น่ะสิ (ฮา)

ความจริง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบมานานตั้งสองพันห้าร้อยปีกว่ามาแล้ว เราก็ยังไม่พ้นสัจธรรมข้อนี้ มนุษย์ก็ยังเกิดมาทุกชั่วโมงทุกวัน(ทั่วโลก) มนุษย์ก็ยังแก่ตัวลงทุกเวลานาที (หรือคุณจะเถียงว่าคุณไม่แก่) ส่วนเรื่องเจ็บนั้นก็แล้วบุคคลที่แตกต่างกัน

เรื่องตายนั้นทุกคนต้องตายแน่นอน จะเร็วหรือช้าก็ว่ากันไป สมควรตายหรือไม่สมควรตายก็เป็นเรื่องน่าคิด

พูดถึงสมควรตายหรือไม่สมควรตาย ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อเช้าอ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มีรายงานสถิติคนตาย บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุรถยนต์จากเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆว่า มีคนตายจำนวน 361 คน เกินจากเป้าหมาย 7 คน น้อยกว่าปีที่แล้ว 14 คน บาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้าง 5000 กว่าคน

ผมอ่านสถิติแล้วก็คิดไม่ออกว่า ควรจะดีใจหรือเสียใจกับตัวเลขสถิตินี้ดี มันน่าแปลกแต่จริงนะ ที่เราสามารถกำหนดเป้าหมายให้คนตายได้ โดยเฉพาะในเทศกาลที่ควรจะมีแต่ความสุข สดชื่น กลับมีความเศร้าโศก เสียใจ สำหรับกลุ่มคนที่สูญเสียญาติมิตรหรือบุคคลในครอบครัวไป ส่วนผู้ที่บาดเจ็บพิการนั้นไม่ต้องพูดถึง มันจะเป็นความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับเขาตลอดไป

พูดถึงเรื่องนี้เพื่อนผมคนหนึ่งที่มีความคิดแบบนอกกรอบ(ขวางโลก?) เขาบอกว่า คนที่ตายโดยยังไม่สมควรตายนั้น นับว่าขัดกับหลักสัจธรรมของโลก เพราะคนเราควรจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนคือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ใช่ใหม? ถ้าด่วนรีบร้อนตายไปก่อนแก่ และยังไม่เจ็บ

ถือว่าผิดกฏ กติกา ของสัจธรรมนะ (ฮา)