มงคล ๓๘ ประการ เป็นหนึ่งในพุทธโอวาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าด้วยเรื่องการปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะเกิดสิริมงคลแก่ตนเองและคนรอบข้าง ใจความสำคัญมีดังต่อไปนี้
เช้าวันนี้ครูอ้อยได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง  เกี่ยวกับ  มงคล 38 ประการ  ที่เป็นส่วนหนึ่งของพุทธโอวาท  ของพระพุทธเจ้า   อ่านแล้วรู้สึกว่า....  เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของตนเอง  และบุคคลรอบข้าง   
ครูอ้อยจึงสรุป  และนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่เพื่อนๆผู้อ่านด้วย  การดำรงชีพของท่านจะปฏิเสธไม่ได้เลย   ที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย  ท่านจะปฏิบัติอย่างไร......ก็ไม่พ้น   การเลือกคบคน ซึ่งท่านจะต้องหลีกหนีคนพาลและเลือกคบบัณฑิตเป็นกัลยาณมิตร   
ท่านจึงต้องรู้จักดูคนว่า  .....  เป็นคนพาล หรือ บัณฑิต 
ผู้ที่ได้ชื่อว่าคนพาลจะมีลักษณะดังนี้......
ภายในจิตใจ จะมีแต่ความโลภโมโทสัน อยากได้ของที่ไม่ใช่ของตนอยู่ตลอดเวลา มีความอิจฉาริษยาเป็นอาจิณ   มีความรุ่มร้อนในจิตใจเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี ไม่เคยให้อภัยผู้อื่น จิตใจอาฆาตพยาบาท ขาดสติสัมปชัญญะ  
การใช้วาจา พูดเท็จจนเป็นนิสัย พูดส่อเสียด ยุแยงให้ผู้อื่นทะเลาะกัน   ติฉินนินทา ดูถูกเหยียบหยาม พูดจาหยาบคาย พูดเพ้อเจ้อ พูดไร้สาระ ไม่ถูกกาลเทศะ เมื่อทำความผิดจะไม่สำนึก และกล่าวโทษผู้อื่นว่าเป็นต้นเหตุ เพราะคิดว่าตนเท่านั้นที่ถูกต้อง
การกระทำ ชอบรังแกสัตว์ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพราะจิตใจขาดความเมตตา ลักเล็กขโมยน้อย ฉ้อฉลโกงกิน ทำพฤติกรรมล่วงเกินคู่ครองของผู้อื่น หรือนอกใจคู่ครองของตน    
การคบคนพาลจะนำพาเราไปสู่อบาย เพราะความคิด อารมณ์ คำพูด และการกระทำของเขาเหล่านั้น ที่แสดงออกมาจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเรา   และนาน ๆ เข้าพลังเหล่านี้จะสามารถดึงเราเข้าไปสู่วังวนแห่งความหยาบกระด้าง  จนเราชาชิน จนกลายเป็นนิสัย และเมื่อทำความผิดก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะพบเห็นอยู่ตลอดเวลาไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดปกติ    เมื่อนั้นแล้ว จิตจะตกอยู่กับโมหะ จิตมืดดำ   ง่ายต่อการตกไปสู่อบาย ยิ่งจิตที่อ่อนขาดสมาธิ ขาดสติ   จะยิ่งโดนครอบงำได้ง่าย
ดังนั้น ในสมัยพุทธกาล จึงมีคำภาวนาอธิษฐานว่า ขอให้ข้าพเจ้าอย่าได้พบพานกับคนพาล อย่าได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับคนพาล อย่าได้คบหาสมาคมหรือนิยมชมชอบคนพาล และอย่าได้มีกิจกรรมใด ๆ ร่วมกับคนพาลเลย
คำอธิษฐานนี้เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพราะคนพาลก็คือคนพาล ยากที่จะเปลี่ยน ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะคบหาสมาคมด้วย  
คราวนี้มาพิจารณาลักษณะของบัณฑิตที่ควรคบหา....
บัณฑิต คือผู้ที่ใช้สติก่อนคิด ก่อนพูด และก่อนทำ   พิจารณาหาเหตุผล   เปิดใจกว้างยอมรับความผิดพลาดของตนเอง พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา   รู้ว่าตนเองนั้นมีข้อบกพร่องและพร้อมที่จะแก้ไข    และขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใสอยู่ตลอดเวลา   ต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพจิตใจของตนเองให้สูงขึ้น    มีความเสมอต้นเสมอปลาย   มีสภาวะทางอารมณ์คงที่ มีอัธยาศัยดี   จิตใจอ่อนโยน   ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส   พูดแต่ในสิ่งที่สร้างสรรค์   มีสัจจะ    มีเมตตาคอยช่วยแนะนำตักเตือนด้วย   จิตใจที่เป็นกลางเมื่อเห็นผู้อื่นกระทำผิด อยู่ด้วยแล้วสบายใจ   ไม่หดหู่   มีความหวัง
การคบหาสมาคมกับบัณฑิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง มีการพัฒนาสติปัญญา มีความสุข สงบ จิตใจสบาย...
คราวนี้ท่านคงแยกแยะออกได้แล้วว่า   ..ใครเป็นคนพาล...ใครเป็นบัณฑิต  ท่านก็อย่าผิดหวังกับการเลือกคบคน