เมื่อวานผมได้นำเสนอเกี่ยวกับการบันทึกภาคสนาม เพื่อเป็นการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งก่อนและหลังของการทำงานเพื่อเราจะได้จำเหตุการณ์ต่างๆได้
สำหรับวันนี้ใคร่นำเสนอเกี่ยวกับข้อแนะนำในการบันทึกสนามว่าควรที่จะบันทึกอย่างไรจึงใคร่ขอทำความเข้าใจดังนี้ครับ
1. ควรบันทึกเหตุการณ์ หลังจากที่สังเกตเห็นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ อย่ารีรอ
2. เวลาในการจดบันทึกอาจจะยาวพอๆ กับเวลาที่ใช้ในการสังเกตจึงควรแบ่งเวลาไว้ให้มากพอ
3. ควรวาดแผนผังประกอบการจดบันทึก ว่าเหตุการณ์ที่ไปสังเกตเกิดขึ้นในสภาพทางกายภาพเช่นไร จะช่วยให้จำได้ดีขึ้น
4. ในขณะที่สังเกตควรจดสั้นๆ กันลืม แล้วมาขยายเพิ่มเติมในตอนหลัง ซึ่งมักเป็นเวลากลางคืน บางครั้งผู้วิจัยไม่สามารถจดต่อหน้าผู้ถูกสังเกตได้ ควรหลบมาจดในที่เงียบๆ หรือในที่ลับ เช่น ในห้องน้ำ หรือที่ปลีกวิเวกครับ
5. ดูบรรยากาศของเหตุการณ์ที่จะอำนวยในการจด เช่น เหตุการณ์ขัดแย้งหรือเศร้าไม่ควรจด
6. บันทึกภาคสนามที่เขียนแล้ว ควรมีอย่างน้อย 2 สำเนา เพื่อประโยชน์ในการเขียนเรียบเรียงในโอกาสต่อไป และควรเก็บไว้ในที่มิดชิด โดยเก็บแยกกันแห่งละชุด และไม่ควรพกติดตัว ในการบันทึกอาจจะพิมพ์ในคอมพิวเตอร์เลยก็ได้
7. พึงระลึกเสมอว่า การจดบันทึกแต่ละครั้งจะไม่ได้ข้อมูลครบถ้วน “เบ็ดเสร็จ” นักวิจัยต้องเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วนตามที่ต้องการ
อย่างไรก็ตามถึงแม้วันนี้ไม่ได้ลงสนามแต่ก็ต้องบันทึกเช่นกัน เพราะไม่นึกไม่ฝันเลยว่าตัวเองจะต้องมานอนซม รักษาตัวอยู่ที่อุบลฯ เพราะโดนไข้หวัดเล่นงานเอาจนน่วม
และต้องขอขอบคุณอาจารย์สมทรง อาจารย์ศิริพงษ์ และอาจารย์ประสงค์ เพื่อนนักศึกษาที่แสนดีที่อุตส่าห์มาเยี่ยมไข้ถึงที่บ้าน
ขอบคุณครับ
อุทัย อันพิมพ์
17 เมษายน 2550
ขอบคุณมากครับ อาจารย์เสือ เพื่อนที่แสนดีอีกท่านที่เป็นห่วง
ก็จะพยายามรักษาสุขภาพของตนเองให้มากขึ้นครับ
ตามมาเก็บเกี่ยววิธีการบันทึกค่ะ
คงต้องกลับมาฝึกการจดบันทึกอีกครั้ง
เพราะจะกลับไปเป็นนักเรียนที่มหาชีวาลัยอีสานแล้ว
ดร. อย่าลืมรายรายตัวด้วยนะคะ
ขอให้อาจารย์หายใข้เร็วๆ ….โอมมมมม..เพี้ยง… สุขภาพร่างกาย สมบูรณ์ แข็งแรง นะครับ
หานวันหานคืนค่ะอาจารย์อู๋ แต่อย่าหายตัวก็แล้วกัน
อายุมั่น ขวัญยืนค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ นายอุทัย อันพิมพ์
ขอบคุณมากค่ะ
คนหัวใจเหล็ก ดื่มน้ำเห็ดฉดยาก็รอดแล้ว ตอนนี้กลับมาเป็นวิทยากรสำแดงเดชสุดฤทธิ์สุดเดชอยู่ที่มหาชีวาลัยอีสาน
(คนเราห่างบ้านก็ยังงี้แหละครับ ภูมิต้านทานทางด้านหัวใจแผ่วโรยโห้ยไห้ ..โรคขอดกำลังใจด้วย พอได้รับคำเยี่ยมไข้ ใจเต้น ตาแจ้ง แข็งแรงด้วยพลังชาวบล็อก)