ขอขอบคุณสำหรับ สุดคะนึง 

 ผมตั้งใจมานานแล้วว่าอยากจะเขียนหนังสือสักเล่ม เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานมาตั้งแต่จบการศึกษาที่เชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน มิให้ประสบการณ์นั้นจบลงไปกับชีวิตผม  การเขียนหนังสืออาจจะมีส่วนช่วยเป็นบทเรียนแก่ผู้อื่นได้บ้าง  

 ผมมีเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องที่เป็นนักเขียนหลายท่าน นับตั้งแต่ สถาพร ศรีสัจจัง ที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา ธงชัย สุรการ Room mate ผู้มีอารมณ์สุขตลอดเวลา  วัธนา บุญยัง นักเขียนแนวป่าในมติชนสุดสัปดาห์ และอีกหลายท่านที่อยู่เบื้องหลังการทำหนังสือ   

หลายคนก้าวออกจากป่ากระโดดขึ้นเวทีการเมืองจนปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นระดับ รักษาการหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่  บางคนเป็น สว. เป็น อดีตรัฐมนตรีก็หลายท่าน คนเหล่านั้นเคยจับมือร่วมกันพัฒนาสังคมกันมา กาลเวลาผันเปลี่ยนไปต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามเงื่อนไขของตัวเองครับ 

ผมเริ่มทำการเขียนประเด็นเพื่อการเรียนรู้ในงานให้เจ้าหน้าที่สนาม ตั้งแต่อยู่ที่โครงการ On Farm Water Management ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนโดยรัฐบาล The Netherland ที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์  เพราะการทำงานพบว่ามีช่องว่างมากระหว่างผู้บริหารกับสนาม และนักวิชาการกับเจ้าหน้าที่ประจำสนาม แม้ว่าจะมีการฝึกอบรม มี Orientation มีประชุมประจำสัปดาห์ แต่ก็ยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะประสบการณ์การทำงาน การตัดสินใจ วิธีการทำงาน การแก้ไขปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่สนามเป็นเด็กนักศึกษาจบใหม่  เมื่อผมพบประเด็นก็จะเขียนทันทีในรูปแบบ Memo แล้วขออนุญาตหัวหน้างานทำสำเนาแจกน้องๆในสนาม ให้เขาไปอ่านไปศึกษาไปแลกเปลี่ยนกันต่อ ทำเช่นนี้ทุกสัปดาห์ จบจบโครงการและสนับสนุนให้น้องๆบันทึกประสบการณ์การทำงานออกมาเป็นเล่มๆได้เลย   

เมื่อผมย้ายที่ทำงานใหม่พยายามนำแนวคิดนี้ไปใช้ต่อ ไม่สำเร็จครับ  คนไทยจำนวนหนึ่งไม่ชอบอ่านไม่ศึกษา ไม่ซักถาม ไม่มีประเด็น ทำงานตามพี่บอก จบแล้วจบกัน  ผมก็หยุดไป  

และมาทำอีกครั้งที่โครงการปัจจุบันนี้ ซึ่งพบว่า แม้ว่าผมจะต้องทำรายงาน Quarterly report เล่มหนาตึ้กส่งหน่วยงานแล้ว  แต่ก็พบว่ารายงานก็คือรายงานที่เน้นประเด็นหัวข้อที่กำหนดขึ้นมา แต่ขาดสาระอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเขียนลงไปในรายงานนั้นๆได้  โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นอารมณ์ความรู้สึกของชาวบ้าน   จึงจัดการแบ่งเวลาการทำงานเขียนความคิดเห็นในการทำงานแล้วส่งให้เพื่อนอ่านเกือบทุกวันจนปัจจุบันนี้ ชื่อ เรื่องเล่าจากดงหลวง เช่นเดียวกันที่ G2K นี้และหลายเรื่องนำมาลงใน G2K หลายเรื่องไม่ได้นำมาลงเพราะเป็นเรื่องเฉพาะภายในหน่วยงานมากกว่า  

ผมก็เป็นเพียงคนหนึ่งที่ทำงานพัฒนาสังคมที่ยังมีเพื่อน พี่น้องที่ทำงานแบบเดียวกันอีกมากมาย และทำงานอุทิศชีวิตมากกว่าผมหลายเท่านัก ก็ยังวนเวียนอยู่ในสังคมแห่งนี้  ต่างก็ทำหน้าที่ตามอุดมคติกันไป  แต่เรามีใจถึงใจกันอยู่เสมอ  อีกหลายท่านเปรียบเป็นนักรบนิรนามครับที่ไม่ต้องการปรากฏชื่อในสังคม 

ผมก้าวเข้ามาที่ G2K เพราะน้องกาเหว่า เห็นบันทึกที่ผมทำขึ้นและแนะนำให้เข้ามาที่แห่งนี้ครับ  ผมมาอย่างเคอะเขิน แต่ผมได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจากเพื่อน G2K พบเพื่อนใหม่ พบพี่น้อง พบครูบาอาจารย์ ฯลฯ ผมรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่ผมพึงพอใจมาก เหลือแต่ว่าจะเจียดเวลามาทำหน้าที่ได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง 

ความจริงก่อนหน้านี้ผมไปเปิด Blog อีกแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกทันทีว่า มันไม่ใช่ จึงหยุดไปและมายืนหยัดอยู่ที่นี่  

ขอขอบคุณทุกท่านที่ผมได้เรียนรู้และผมได้นำเอาความรู้ไปปรับใช้ในงานและอีกหลายต่อหลายท่านที่ผมเข้าไปเรียนรู้แต่ไม่ได้แสดงตัวตน แถมยังเอาความรู้ออกมาด้วยครับ 

ขอขอบคุณ ตลาดนัดความรู้ G2K”  ที่เป็นสถานที่ที่ผมมา “Shoppingความรู้ มาตลอดตั้งแต่ผมเริ่มเข้ามาในวงการ G2K แห่งนี้  

ขอขอบคุณคณะผู้รับผิดชอบ G2K ทุกท่านที่ให้ความรู้และรับปรึกษาพร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาด้วยไมตรียิ่ง 

และขอขอบคุณเพื่อน G2K ทุกท่านที่มาเยี่ยมเยือน