ชนบท

ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ ต้องเดินทางจากอำเภอนางรอง - สุรินทร์ บนถนนหมายเลข 24 เพื่อไปศึกษาที่ราชภัฏสุรินทร์ ไป - กลับ เกือบครึ่งปีแล้ว  ขับรถไปเหลียวมองดูสภาพบ้านเรือน ชุมชน ท้องทุ่ง ไร่นา ที่คนชนบทใช้เป็นที่ทำมาหากิน เมื่อหลายเดือนก่อนยังเขียวขจีอยู่เลย แต่ตอนนี้ฤดูเก็บเกี่ยวได้ผ่านพ้นไป ทุ่งนาแห้งแล้ง ดินแตกระแหงชวนให้หดหู่ วันหนึ่งเห็นยายแก่ๆ คนหนึ่ง พาหลาน ขุดปู หากบ หาเขียด ตามรอยดินที่แยกระแหง  เก็บพืชผักตามท้องไร่ ท้องนา ซึ่งหาได้โดยไม่ต้องซื้อ  ทำให้นึกถึงสภาพความเป็นจริงที่คนชนบทต้องต่อสู้แบบปากกัดตีนถีบ ไม่มีเวลาดูแลบุตรหลาน ทิ้งภาระให้แก่ ปู่ย่า ตายาย จะกลับมาอีกครั้งก็หน้าเทศกาล  แล้วชีวิตเด็กตัวน้อยๆที่เกิดมาบนความสุข หรือความบังเอิญของพ่อแม่ จะเอาคุณภาพมาจากไหน?  อดนึกนึกบทเพลงเพื่อชีวิตของ สีเผือก คนด่านเกวียน  ที่แกสะท้อนบทเพลงจากหมู่บ้าน  ท่อนที่ว่า " ลูกน้อยร้องในอู่ ที่จ่อยอยู่ ที่อกแม่ แห้งเฉา อดอยากแท้ ตุ้มผ้าให้ลูกห่มคลุม เรือนเหย้าก็โย้เย้ ทรุดโซเซ จวนเจียนพัง" ยิ่งผู้เขียนใช้ชีวิตเป็นหมออนามัยอยู่ชนบทยิ่งมองเห็นที่ชัดเจน ภาพที่ยายมือข้างจูงหลาน  อีกข้างอุ้มหลาน มาหาหมอที่สถานีอนามัย หลานก็หน้าดำมีแต่รอยเปื้อนดิน ฝุ่น มอมแมม ขี้มูกไหล ร้องให้กระจองอแง ยิ่งในวันที่สถานีอนามัยนัดเด็กมารับวัคซีนตามเกณฑ์อายุด้วยแล้ว จะเห็นภาพเหล่านี้เด่นชัดขึ้น  เห็นแล้วก็สงสารคุณยายที่ต้องรับภาระ เลี้ยงลูกแล้วก็ยังมาเลี้ยงหลานอีก  เป็นสภาพที่สังคมชนบท ถูกรุกรานจากสังคมเมือง หรืออีกนัยหนึ่งสังคมไทย ถูกสังคมตะวันตกรุกราน ทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่นับวันจะจางหายไปกับเวลา น้ำใส น้ำใจที่คนชนบทเคยมีให้แก่กัน คงจะหายากขึ้น ระบบเศรษฐกิจที่โลกตะวันตกครอบงำ เป็นผู้ซื้อเอง กำหนดราคาเอง ปั่นราคาเอง กอบโกยผลประโยชน์ ในเรื่องของสุขภาพผู้เขียนเชื่อแน่ว่าระบบหลักประกันสุขภาพที่รัฐบาลใช้อยู่ในปัจจุบัน คงจะต้องล้มแน่นอน เพราะไม่ว่าประเทศไหนๆในโลก หรือแม่แต่ประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้เลย เพราะต้องใช้งบประมาณอย่างมหาศาล ยิ่งหลับตาแล้วมองอนาคตข้างหน้าอีก 10 ปี 20 ปี อดสงสารลูกหลานชนบทไทยที่จะเกิดมาในวันข้างหน้า  สุขภาพ  คุณภาพ ความเป็นมนุษย์ ของคนชนบท จะอยู่ตรงไหน ?