
ตอนเด็ก ๆ เวลาผมหัวเราะเสียงดัง แม่มักจะเตือนผมเสมอว่าอย่าหัวเราะมาก เดี๋ยวจะต้องร้องไห้ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลังจากที่ผมหัวเราะเยอะ ๆ สักพักผมก็ต้องร้องไห้...
นั่นเป็นเหตุการณ์ตอนเด็ก ๆ ครับ มาถึงตอนนี้เวลาที่ผมมีความสุขมาก ๆ ผมมักจะนึกถึงคำสอนนี้ของแม่เสมอ จะไม่พยายามที่จะหลงระเริงกับความสุขนั้นมากเกินไป...
เพราะเมื่อเวลาที่คนเราสุขถึงที่สุดแล้ว มันก็ไม่สามารถจะสุขไปกว่านี้อีกแล้วครับ หลังจากความสุขผ่านไปความทุกข์ก็เข้ามาเยือนครับ เหมือนกับคำกล่าวที่เรามักได้ยินบ่อย ๆ ว่าความสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน...
ชีวิตของคนเราก็เหมือน Sine wave ครับมีขึ้นและมีลง มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน เวลาสุขก็อย่าหลงระเริงกับมันมาก เวลาที่เราทุกข์ก็อย่าจมปรักอยู่แต่กับความทุกข์นั้น...
พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และดำเนินชีวิตของเราต่อไปครับ ใช้สติเป็นเครื่องนำทางในการดำเนินชีวิต อย่าประมาทในการดำเนินชีวิตนะครับ เพราะชีวิตคนเราพลาดไปแล้ว แก้ไขลำบากครับ...
เห็นด้วยค่ะ มีสติอยู่เสมอ พิจารณาตัวเองอยู่เสมอค่ะ หยุดคิดสักนิด แล้วจะไม่พลาดแน่นอนค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณ Mr.Direct
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ คุณวราภรณ์
...
มีสติกับการใช้ชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะครับ ชีวิตจะได้ราบรื่น...
สุข ทุกข์ เป็นเรื่องปกติของชีวิตนี่คะ การเตือนตัวเองไม่ให้หลงระเริงกับความสุขหรือ จ่อจมกับความทุกข์นั้นเป็นสิ่งดีค่ะ
แต่พี่หนิงว่า เมื่อมีความสุขการได้หัวเราะแบบเต็มที่นั้น..เป็นการคลายความเครียดนะคะ เขาว่าทำให้อายุยืนค่ะ ^__*
ขอบคุณครับ คุณครูอ้อย
...
พอเราโตขึ้น สิ่งที่พ่อแม่สอนเรามา เราก็นำมาปรับใช้กับชีวิตเราได้...
ขอบคุณอีกครั้งครับ...
"ไค้หัวนัก จักได้ไฮ้"
หัวเราะมาก จะได้ร้องให้
เป็นสุภาษิตของคนเมืองล้านนาครับ ผมก็วิเคราะห์ไม่ออกเหมือนกันว่า ความหมายโดยนัยเป็นอย่างไร
สวัสดีปีใหม่ครับผม
ครับ คุณมะขามอ่อน
...
ดีใจครับที่ชอบบันทึกนี้ มีสติในการดำเนินชีวิตนะครับ..
ขอบคุณครับ...
ครับ...พี่หนิง
...
งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่าครับ หัวเราะให้เต็มที่แต่ต้องเผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวังบ้าง ดีมั้ยครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมค่ะ
เห็นหัวข้อแล้ว รีบมาอ่าน นึกถึงตัวเอง
ตอนเด็กๆผู้ใหญ่ชอบเตือนแบบนี้ ให้เราสำรวมกาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งต้องสำรวม ก็จริงค่ะ
เลยกลายเป็นคนมีบุคคลิกค่อนข้างเฉยๆ ไม่ค่อยแสดงอะไรออกนอกหน้านัก แต่ ความเป็นตัวตนที่แท้จริง คือ หัวเราะดังๆเมื่อมีเรื่องสนุก เช่นดูหนังตลก ชอบมาก เหมือนได้ปลดปล่อย เป็นคนร่าเริงกับเพื่อนๆและชอบความท้าทายในชีวิต ชอบชีวิตที่มีรสชาด ไม่ชอบความจำเจ ตั้งแต่เกิดจนตาย ทำอะไรไม่ได้กี่อย่าง ไม่ชอบแบบนี้ เลยมีความสนใจในหลายๆสิ่งหลายๆอย่างในชีวิต
ที่เล่ามานี่เป็นตัวอย่างว่า พ่อแม่ปู่ย่าตายาย จะสอนอย่างไรก็ตาม บางทีเราไม่เถียงและอยากทำตาม แต่natureในตัวเรา ก็ไม่ใช่แบบนั้น ไม่มีลูกคนไหน ทำตามพ่อแม่100% ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ และไม่ควรฝืนตัวเอง ถ้าไม่ใช่สิ่งไม่ดีต่อตัวเองและผู้อื่น
ขอโทษ เขียนยาว บางอย่างต้องเป็นตัวเราเท่านั้นค่ะ
ขอบคุณครับ...คุณเอก
...
คำสอนทางเหนือกับทางใต้ ก็คล้าย ๆ กันครับ...
ผมว่าคงหมายความในลักษณะเดียวกันมั้งครับ...
สวัสดีปีใหม่ครับ...
เห็นด้วยครับ...คุณ sasinanda
...
สิ่งที่คนเฒ่าคนแก่สอนเรามา ด้วยลักษณะของสังคมที่เปลี่ยนไป คงใช้ไม่ได้ทั้งหมด คงต้องปรับใช้ให้เหมาะกับปัจจุบัน และที่สำคัญเหมาะกับความเป็นตัวเราด้วยครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ คุณดิเรก
หัวข้อนี้น่าสนใจดีนะคะ..ทำให้มีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้นและก็นึกไปถึงมงคลชีวิตข้อที่ 35 ที่ว่า..จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ก็คงจะคล้ายข้อเตือนใจที่ว่า
" ถ้าดีใจก็จงยิ้มแค่มุมปากเดียว เมื่อถึงคราวเสียใจ จะได้ไม่ต้องถึงกับร้องไห้"
มีความสุขในทุกๆวันนะคะ
ขอบคุณครับ...คุณครูแอ๊ว
...
ผมว่าสิ่งที่แม่ผมเตือนก็คงตรงกับมงคลชีวิตข้อที่ 35 แหล่ะครับ...
ชอบข้อเตือนใจนี้จังครับ...
"ถ้าดีใจก็จงยิ้มแค่มุมปากเดียว เมื่อถึงคราวเสียใจ จะได้ไม่ต้องถึงกับร้องไห้"
มีความสุขกับทุก ๆ วันของชีวิตเช่นกันครับ..
ครับ น้องมะปรางเปรี้ยว
...
ความหมายน่าจะประมาณเดียวกับที่น้องมะปรางเขียนครับ...
แน่นอนครับน้องมะปราง ชีวิตเราเป็นการเรียนรู้ที่มีค่าครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ตอนเด็กเวลาที่เราหัวเราะมากๆ ก็ถูกผู้ใหญ่ว่าอย่าหัวเราะมากเดี๋ยวร้องไห้ แต่เวลาเจอเรื่องอะไรสนุกๆ ก็หัวเราะเต็มๆ เสียงแล้วมีความสุขค่ะ….โตๆมาเห็นหลานๆ เวลาเล่นสนุกหัวเราะมากๆ ก็ถูกผู้ใหญ่เตือนเช่นกัน แล้วหลังจากนั้นไม่นานหลานๆ ก็ร้องไห้ เนื่องจากเล่นสนุกมากแล้วพลาดเจ็บตัว…..
ครับ...อาจารย์ paew
...
ตอนแรกผมนึกว่ามีเฉพาะแม่ผมที่ชอบเตือนเรื่องนี้ พออ่านอย่างนี้ เลยรู้ว่าผู้ใหญ่หลายคนก็เตือนลูกหลานแบบนี้เหมือนกัน...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีครับ...
คนที่ร้องไห้มาอย่างมาก ย่อมเห็นคุณค่าของความปลื้มปิติ..
ชีวิตต่างเติบโตมาจากน้ำตาและเสียงหัวเราะเสมอ...
ขอบคุณบันทึกดี ๆ ที่ง่ายและงาม อย่างน่าประทับใจ
ครับ...คุณแผ่นดิน
...
คุณค่าของชีวิตที่ผ่านมาย่อมมีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา...
และคุณค่าต่อไปของชีวิตอยู่ที่ว่าเราจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร...
ขอบคุณมากครับ...