สร้างฝาย อีซ่า

เรียบเรียงจากหนังสือ ประวัติและผลงาน หลวงพ่อวิชา รติยุตโต 

                     ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ผนวกกับพรหมวิหารธรรมในจิตของหลวงพ่อวิชา ท่านเห็นว่าสายน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกอีซ่านั้นไหลไปอย่างไม่เป็นระเบียบ จึงไม่ก่อเกิดประโยชน์แก่การกสิกรรมมากนัก  หากทำเป็นฝายเก็บกักน้ำรวมไว้ ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล จึงได้รวบรวม คณะศิษย์ทั้งพระภิกษุ สามเณร และฆราวาส ตลอดจรผู้นำในท้องถิ่น ร่วมกันคิดอ่านทำฝายขึ้น โดยเริ่มทำเส้นทางปรับพื้นที่  ปรับภูมิทัศน์  และสร้างฝายในปี พ.ศ.2532-2533  จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2533 การสร้างฝายทดน้ำครั้งแรกนั้น ใช้งบประมาณที่ได้จากการบริจาคจากคณะศิษยานุศิษย์ เป็นจำนวน 1 ล้านบาทเศษ                         การสร้างฝายอีซ่าครั้งแรกนั้น  แม้จะมีอุปสรรคสำคัญบางประการ ที่สร้างความเดือดร้อน อย่างมหันต์แก่หลวงพ่อ แต่ประชาชนในพื้นที่ ส่วนราชการและสื่อสารมวนชลบางฉบับให้การสนับสนุน อย่างเต็มที่               จากการสังเกตและติดตามผลหลังจากสร้างฝายอีซ่าครั้งแรกนั้น  หลวงพ่อวิชาพบว่ายังมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขอีกหลายประการ เช่น  การแก้ไขทรายที่ไหลมาทับถมหน้าฝาย ซึ่งทำให้ตื้นเขินและการแก้ไขกระแสน้ำ กัดเซาะตลิ่ง เป็นต้น ในช่วงที่หลวงพ่อดำริถึงการแก้ไขจุดด้อยของฝายดังกกล่าวอยู่นั้น
ก็ปรากฎว่า
ได้มีข้าราชการบริพารในสำนักพระราชวังได้ทราบข้อมูลการสร้างฝายอีซ่าของหลวงพ่อวิชา และได้นำความกราบบังคมทูล ถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ทรงพระราชหฤทัยในงานของหลวงพ่อเป็นอย่างยิ่งดังนั้น ในกาลต่อมาหลวงพ่อวิชาจึงได้รับอาราธนานิมนต์เพื่อเข้าเฝ้า ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 แต่บังเอิญในช่วงนั้นพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชภาระรับรองพระราชอาคันตุกะ ซึ่งเป็นกษัตริย์และพระราชินีจากประเทศสวีเดน จึงทรงมอบหมายให้ พล.ต.พยงค์ สุขมา ข้าราชการการประจำสำนักพระราชวังพิเศษ  ระดับ 10 ( เทียบเท่าเลขาธิการพระราชวัง ) กองงานส่วนพระองค์ เป็นผู้รับข้อมูลแทน เพื่อการกราบบังคมทูลและหาแนวทางสนับสนุนงานการสร้างฝายอีซ่า  ครั้งที่ 2 ต่อไป


 
สถานที่จะสร้าง ฝายอีซ่า 2
สถานที่จะสร้างฝายอีซ่า 2
หลวงพ่อวิชา สุภชัย วิวัฒนะประเสริฐ
หลวงพ่อกับข้าพเจ้า

         ในการดำเนินงานการสร้างฝายอีซ่าครั้งที่ 2 นี้ หลวงพ่อวิชาได้ขอความอนุเคราะห์จากข้าราชการในท้องถิ่นทำหนังสือขออนุญาตถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงอธิบดีกรมป่าไม้ ทั้งนี้เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบของทางราชการ ส่วนงบประมาณการสร้างฝายประมาณ 10 ล้านบาทนั้น หลวงพ่อปฎิเสธที่จะขอใช้งบทางราชการ แต่จะขอใช้เงินจากการบริจาคของคณะศิษย์ยานุศิษย์แทน เหมือนกับการจัดหางบสร้างในครั้งแรก เพราะเห็นว่าสบายใจมากกว่า