เมื่อวันที่ 9 เม.ย.50 มีการประชุม "นำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้"
ชื่อโครงการมันยาว ขอเรียกว่า EdKM
หัวหน้าทีมคือ ดร. สุวัฒน์ เงินฉ่ำ กับ ดร. เลขา ปิยะอัจฉริยะ เลือก 4 หน่วยงานที่เห็นผลของการประยุกต์ใช้ KM อย่างน่าตื่นตาตื่นใจมานำเสนอ ได้แก่
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 1 นำเสนอโดย ดร. ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.เขต
- โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ กทม.เขต 2 นำเสนอโดย นางอัปษร ภาธรธุวานนท์ ผอ.โรงเรียน
- โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาราชรังสฤษฎิ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นำเสนอโดย อ. ดาวรัตน์ กิตตินิรันดร์กูล "คุณอำนวย" มาแทน ผอ.ซึ่งป่วย
- โรงเรียนปรียาโชติ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นำเสนอโดย นางปาริชาต ปรียาโชติ ผอ.โรงเรียน โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเอกชน
ผมบอกตัวเองว่า 4 หน่วยงานนี้ตีโจทย์แตก ทำความเข้าใจ KM ได้ดี และประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง และรู้จักใช้ KM ในบรรยายกาศที่อิสระ รร.สตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญอิสระถึงขนาดกลุ่มสาระสังคมศึกษาคิดเกณฑ์ประเมินผลการเรียนรู้ขึ้นใหม่ และมีการจัด "เวทีเรื่องเล่างานวิจัย...สร้างความเข้าใจกับเกณฑ์ประเมิน" เชิญกลุ่มสาระสังคมศึกษามาเล่าเรื่องราวการพัฒนาเกณฑ์ประเมินของตน
เราได้ฟังเรื่องราวที่โรงเรียนเอา KM ไปใช้ไม่ใช่แค่ในกลุ่มครู แต่เกิดการสร้างสรรค์วิธีใช้ KM เพื่อประโยชน์ของคุณภาพการเรียนรู้โดยเอาไปใช้กับนักเรียน จัดเวที ลปรร. ระหว่างนักเรียน ให้นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเก่งเล่าให้เพื่อนฟังว่าตนมีวิธีเรียนอย่างไร
เวที ลปรร. ระหว่างผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองที่ลูกเป็นเด็กดี ความประพฤติดี เรียนดี เล่าให้เพื่อนผู้ปกครองฟังว่าตนเลี้ยงลูกอย่างไร
แต่นี่เป็นเพียง 1 สำนักงานเขตการศึกษาใน 17 สพท. และเพียง 3 โรงเรียนใน 78 ที่เข้าร่วมโครงการ ผมเดาว่าที่ประสบผลสำเร็จในการใช้ KM อย่างที่นำมาเสนอมีเป็นส่วนน้อย เดาว่าส่วนใหญ่จะยังไม่เข้าใจ KM ยังใช้ไม่เป็น จึงเป็นเรื่องท้าทายต่อทีมวิจัยว่าจะช่วยเหลือหน่วยงานที่ยังล้าหลังอย่างไร ความเห็นของผมคือ ต้อง "ช่วยแบบไม่ช่วย" คือให้เขาช่วยตัวเอง ทีมวิจัยเพียงแนะนำให้ใช้เครื่องมือ "เพื่อนช่วยเพื่อน" (peer assist) คือหน่วยงานที่ต้องการเรียนรู้ต้องไปขอเรียนรู้เองจากเพื่อนหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จ
มีการอภิปรายกันว่าต้องการขยายผลที่เห็นจากการนำเสนอนี้ไปทั่วประเทศ ให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาปฏิรูปการเรียนรู้ที่แท้จริง
ดร. สีลาภรณ์บอกว่าต้องปฏิรูปที่จุดสัมผัสกับเด็ก คือที่โรงเรียน
ผมบอกว่าต้องปฏิรูปที่ สพฐ. และ กระทรวงศึกษา อย่าให้บริหารงานแบบสั่งการแนวดิ่ง ให้โรงเรียนดำเนินการตามโครงการที่สั่งการลงไป
ผม "โฆษณา" หลักสูตร KM Coaching ซึ่งเป็นหลักสูตรฝึกอบรม + ดูงาน + coaching (group coaching) 1 ปี รับฝึกเป็นทีมหน่วยละ 3 - 5 คน ค่าบริการทีมละ 2 - 3 แสนบาท เพราะผู้เข้าร่วมประชุมหันมาบอกว่า สคส. ต้องฝึกอบรมทีมแกนนำ "คุณอำนวย" "คุณลิขิต" ฯลฯ อีกจำนวนมาก
ผมบอกว่าเดิม สคส. ทำงานแบบ "คุณละเอียด" เราจะหาทางทำงานแบบ "คุณไพศาล"
ดร. อมรวิชช์ นาครทรรพ บอกว่า "คุณ" ทั้งหลายในกระบวนการ KM ควรมีนามสกุลร่วมกัน ฟังเรื่องราวจาก 4 หน่วยงานที่มาเล่า ผู้คนเกิดความสุข ดังนั้น นามสกุลของ "คุณ" ทั้งหลายน่าจะได้แก่ "สุขหรรษา" ในขณะที่ในกระทรวงศึกษาธิการโดยทั่วไปนามสกุล "อ่วมอรทัย"
ผมนึกในใจว่า อ่วมเพราะผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการยังไม่เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากควบคุมสั่งการ มาเป็น empowerment ต่อผู้ที่ทำดีอยู่แล้ว
ปฏิรูปการศึกษาจะเกิดได้ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมของผู้บริหารจากวัฒนธรรมอำนาจ เป็นวัฒนธรรมให้ความเป็นอิสระแก่การสร้างสรรค์ ณ จุดปฏิบัติการ

บรรยากาศในห้องประชุม

ส่วนหนึ่งของทีมวิจัย ดร. สุวัฒน์กำลังเล่า สุขหรรษา ของทีมวิจัย เห็นโอกาสปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง

ดร. ปัญญา แก้วเหล็ก กำลังเล่าเรื่องความสำเร็จของเขตการศึกษาที่ ๑ ลพบุรี

อ. ดาวรัตน์ กิตตินิรันดร์กูล กำลังเล่าเรื่องความสำเร็จของโรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาราชรังสฤษฎิ์

อ. อัปษร ภาธรธุวานนท์ (เสื้อเหลือง) กำลังเล่าเรื่องความสำเร็จของโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ

อ. ปาริชาต ปรียาโชติ กำลังเล่าเรื่องความสำเร็จของโรงเรียนปรียาโชติ
วิจารณ์ พานิช
10 เม.ย.50
ขอร่วมชื่นชมโรงเรียนทั้งหลายด้วย ดิฉันชอบใจนามสกุล “สุขหรรษา” ที่ ดร.อมรวิชช์ ตั้งให้ค่ะ
อ่านด้วยความสนใจยิ่งครับ
นามสกุล "สุขหรรษา" เป็นความฝันที่ คุณๆทั้งหลายในครอบครัว KM อยากเปลี่ยนไปใช้ .. แต่ที่ใช้ไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่มีใครห้าม ก็เพราะนามสกุลที่มีความหมายสอดคล้องกับความเป็นจริงมากกว่า สำหรับคนใต้ร่ม ศธ. คือ "อ่วมอรทัย" ครับ
ขืนใช้ "สุขหรรษา" แต่ไปทางไหนก็มีแต่หน้านิ่ว คิ้วขมวด กับการประเมิน การประกวด ที่อำนาจนิยมทับถมลงมา .. ใครล่ะครับจะกล้าใช้.
อ่านด้วยความสนใจเช่นกันค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับประเด็นที่ว่า
"แต่นี่เป็นเพียง 1 สำนักงานเขตการศึกษาใน 17 สพท. และเพียง 3 โรงเรียนใน 78 ที่เข้าร่วมโครงการ ผมเดาว่าที่ประสบผลสำเร็จในการใช้ KM อย่างที่นำมาเสนอมีเป็นส่วนน้อย เดาว่าส่วนใหญ่จะยังไม่เข้าใจ KM ยังใช้ไม่เป็น"
ครอบครัว KMของโรงเรียนฯอยากใช้ นามสกุล "สุขหรรษา" ค่ะ