การบวชจะต้องเกิดจากความสมัครใจของผู้บวชเป็นสำคัญ และต้องไม่ใช่การบวชที่มีเงื่อนไข

ความสุขจากการบวชเป็นความสุขที่มากมายยิ่งนัก  การบวชในร่มเงาของศาสนาพุทธ และให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ได้มีโอกาสอนุโมทนาบุญจากการบวชพระลูกชายหลานชาย  ไม่ใช่ของง่าย คนที่อยากจะบวชต้องมีบุญเก่าติดตัวมาด้วย และที่สำคัญ ต้องมีคุณสมบัติของผู้ขอบวช ถุกต้องตามพระวินัยด้วย

            การบวช ผู้บวชได้บุญไปเต็มๆ แล้วพ่อแม่ปู่ย่าตายายได้อะไร?

  1. ได้บุญที่สนับสนุนให้ลูกหลานบวช
  2. เวลาลูกหลานบวชไปตักบาตร  ยังได้บุญในการไปตักบาตรให้พระรูปอื่นๆอีก  ได้บุญจากการให้ทาน
  3. ผู้ใหญ่ตามไปที่วัด   คอยดูแลพระห่างๆ  เผื่ออะไรขาดเหลือ เลยได้ฟังพระรูปอื่นเทศน์สอนธรรมะ  ทำให้เกิดความซาบซึ้ง รู้เห็นแจ้งในบาป บุญคุณโทษ    ได้บุญส่วนนี้อีก
  4. เวลาไปวัดเห็นญาติโยมคนอื่นเขาถือศีล ภาวนา เลยเข้าหมู่ไปกับเขา ปฏิบัติธรรมไปอีก  ได้บุญครบ ทั้ง ทาน ศีล ภาวนา
  5. จะเห็นได้ว่า บุญเกิดขึ้น คนละส่วนกัน แต่ได้บุญแน่นอน ยกเว้น ญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ทำอะไร นั่งอยู่ที่บ้าน จะไม่ได้บุญครบหมดดังกล่าว

           ส่วนผู้ที่ไปหรือไม่ได้ไปวัด แต่อนุโมทนาบุญกับการบวชด้วย จะได้บุญอะไร?

           ได้บุญแน่นอนคือ ปัตตานุโมทนา คือการอนุโมทนาในบุญที่ผู้อื่นกระทำ

             การบวชย่อมยังประโยชน์  ให้คุณค่า และความสุขให้แก่คนที่รักเรามากที่สุดในโลกจริงๆ     

          การบวช ต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ เหมือนกับความรักของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ที่ไม่เคย มีเงื่อนไขใดๆในความรักที่มีต่อเรา

           ที่สำคัญ การบวช มิใช่จะเกิดมีขึ้นได้ง่ายๆในชีวิตลูกผู้ชาย ถ้าโอกาส มาถึงแล้ว ไม่รีบฉวยโอกาส มัวผลัดวัน ประกันพรุ่ง อาจไม่ได้บวชก็ได้