เรื่องเล่า..:เมื่อต้องตรวจคนไข้ ที่ไม่มาตามนัดข้างถนน ..บนดอยสูง


ระหว่างที่ขับรถจากมากก็มีความคิดความรู้สึกเกี่ยวกับคนไข้คนนี้หลายอย่าง เช่น

เรื่องเล่า....ครับ

   เมื่อวานนี้เป็นวันหยุดครับ  พอดีไม่ได้อยูเวร  หลังจาก  ราวตอนเช้าแล้วก็ได้พาครอบครับขับรถกลับไปเยี่ยมยามกัลยาณมิตรที่ร.พ.ปางมะผ้า  ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดิมที่ทำงานอยู่นาน2ปี  ก่อนที่จะย้ายมาปายครับ

           ระหว่างทางที่ไกล 45 กิโลเมตร  เป็นภูเขาและดอยโค้งคดเคี้ยว  ช่วงกลางๆของการเดินทาง  ก็ขับรถผ่านรถสามล้อพ่วงที่เร่ขายไอสครีม ในใจก็แว็บขึ้นมาได้ถึงเรื่องของคนไข้คนหนึ่งของผมเอง   ที่มาตรวจเมื่อวันที่2 เมษายน 

            เป็นคนไข้ผู้ชายอายุ56 ปี ซึ่งเรื่องราวของคนไข้คนนนี้ก็คือ  คุณลุงมาหาหมอด้วยปัญหาแขน ขา  ซีกซ้ายอ่อนแรง(แต่ยังเดินได้) เพิ่งจะเป็นมา ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆแต่ลุงเคยมีอาการแบบนี้ 2 ครั้งแล้ว  หลังได้ยาฉีดแก้ปวด  นอนพักอาการก็จะดีขึ้น    วันนั้นที่ลุงมาก็ตรวจร่างกาย และรักษา   และแนะนำให้นอนโรงพยาบาลแต่ลุงก็ดื้อไม่ขอนอนเพราะว่าติดที่จะต้องบวชเณรลูกชายพรุ่งนี้  จึงได้ให้ ยาไปและนัดมาอีก2 วัน(คิดว่าถ้าอ่อนแรงอยู่คงจะต้องส่งไป CT)  ...แต่ลุงก็ไม่มาตามนัด..

         ดังนั้นบวกกับเรื่องราวที่เราคุยกัน  ที่ลุงบอกว่าลุงต้องขี่รถมาขายไอติม  ตามดอย  และหมู่บ้านไกลในอำเภอ  ปางมะผ้า 

       ก่อนที่จะแซงก็คิดว่าต้องใช่ลุงแน่ๆเลยครับ  พอขับรถเข้าไปไกล้ๆและแซงขึ้นมาอย่างช้าๆ  ก็พบว่าเป็นลุงจริงๆ  เลยบีบแตรทักทาย(แต่ลุงคงไม่รู้ว่าเป็นหมอ  แต่ก็เห็นยิ้มตอบ ฮึๆๆ)    ก็คิดในใจว่าพอถึงที่พักริมทางจะจอดรถ  โบกคุณลุง  ไม่ได้อยากกินไอติมนะครับ  แต่ว่าอยากจะขอตรวจ  และซักถามอาการหน่อย   เอากันกลางดอยนี่เลยละครับ...

       พอถึงที่พักริมทางก็จอดรถ  โดยบอกกับคุณแม่ทั้งสองคนที่อยู่ในรถว่าจะ จอดรถรอคนไข้หน่อยนะ..... 

     และแล้วคุณลุงก็มาถึง  ผมก็ลงจากรถ  ยืนรออยู่แล้ว  และโบกไม้โบกมือให้คุณลุงจอดๆๆ   คุณลุงก็ยิ้มมาแต่ไกลอีกแล้ว(ลุงคงคิดว่า  หวานหมู  ได้ขายไอติมแน่ๆ...*-* ) 

     คำพูดแรกเมื่อพบกัน...สวัสดีครับลุง  สบายดีไหม   ลุงตอบว่าสบายดี  (ยังคงจำหมอไม่ได้  เพราะว่าเจอกันครั้งแรก  ครั้งเดียวและแต่งตัวไม่เหมือนเดิม...หรือว่าผมไม่เหมือนหมอก็ไม่แน่ใจนะครับ...)       ผมจึงถามต่อว่า  อือ..ลุงครับลุงหายดีแล้วหรือ  ไม่เห็นมาตามนัดเลยนะ....ตอนนี้และครับ  ลุงถึงกับบางอ้อ...แล้วยกมือไหว้ท่วมหัวพร้อมกับพูดว่า  อ้อๆๆ....คุณหมอนี่เอง  ครับๆๆ  หายดีแล้วครับ  หลังจากฉีดยา  กินยาก็หายดีเลย  ไม่มีอากการอ่อนแรง  ขยับได้ทำงานปกติ

       ผมเองก็ยังไม่ค่อยเชื่อนัก  เอ???..ก็วันนั้นตรวจดูก็อ่อนจริงๆ  ไม่น่าจะหายเร็วขนาดนี้เลย  หรือว่าลุงฝืนมาทำงานนะ  ....จากนั้นจึงเริ่มทำงานตรวจร่างกาย  ตั้งแต่ให้เดินให้ดู  ตรวจดูกำลังของกล้ามเนื้อ  อื้อ..ดีจริงๆ(ข้างที่เคยอ่อน  ลุงบีบมือหมอตอนที่ตรวจซะเจ็บเลยละครับ..คงตั้งใจบีบมากไปนิดหน่อย หรือว่าอยากบอกเป็นในๆว่าผมแข็งแรงแล้วจริงๆ  บ่ได้ต๊วะหมอเด้อ...คนลาวกะลาวเว้ากันครับ)

      เมื่อแน่ใจว่าลุงดีขึ้นแล้วก็แนะนำให้กลับไปรับยาที่ร.พ ต่อ  และตรวจอื่นๆ  เพิ่มเติม(ยังมียาเหลือ 3 วัน)  และอาจจะต้องไปตรวจกับแพทย์เฉพาะทางที่เชียงใหม่(คงจะยากพอสมควร  เพราะดูมั่นใจว่าตัวเองดีแล้ว ขนาดนัดมาที่รพ  ไกล้บ้านยังไม่มาเลยครับ )  แต่ก็ย้ำว่าต้องมาตามนัดนะ  เพื่อตนเอง  และแซวอีกว่าลูกยังเล็กนะ(7 ขวบ)  ต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีๆ

   ระหว่างที่คุยๆกันอยู่และลุงก็มาส่งที่ประตูรถ  ก็มีตำรวจที่ป้อมยามกลางดอยมาซื้อไอติม  และก็จูงแขนลุงกลับไปที่รถไอติม  เพราะเกรงใจคนซื้อเหมือนจะมารอนนานระหว่างที่เราคุยกัน(ดีใจที่มีคนซื้อไอติมลุงแทนเราครับ)

    ระหว่างที่ขับรถจากมากก็มีความคิดความรู้สึกเกี่ยวกับคนไข้คนนี้หลายอย่าง  เช่น

  • อืม..รู้สึกดี  และโชคดีที่ได้พบลุง  ได้ตรวจ  ได้เห็นว่าลุงดีขึ้นแล้ว
  • เป็นประสบการณ์ที่ดี  และอาจจเป็นครั้งแรกที่เหมือนเรา  FU  คนไข้กลางทางบนดอยสูงอย่างบังเอิญ(โชคชะตานำพา)
  • คิดต่อว่าลุงเคยขี่รถเสียหลักตกดอยบริเวณที่เราจอดคุยกันนั่นละ  เมื่อฤดูฝนปีที่แล้ว  เพราะว่าได้ข่าวและเอารถขึ้นมาช่วย  ลุงก็รอดมาได้และ  ปลอดภัยดี  ลุงเล่าว่าขี่รถมา  สิบล้อสวนมาแล้วนำกระเด็นไส่  รถเสียหลัก  ลงไหล่เข่า ลุงจึงกระโดดออกมาได้ทัน(ไม่เชนนนั้นอาจจะตกดอยไปกับรถได้ครับ..)
  • คิดว่าลุงนี่อดทนดีนะต้องมาขายไอติมไกลๆ  ข้ามเขา  ข้ามดอย  ข้ามอำเภอ  บางทีก็รู้สึกว่ามีคนที่อาจจะลำบาก(กาย) มากกว่าเรา 
  • คิดอีกหลายอย่างครับ....

  เป็นเรื่องเล่าที่อาจจะแปลกๆ  แต่ก็เป็นเรื่องจริงๆที่เพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆใหม่  อย่างบังเอิญ..ครับ

                                                                 สุพัฒน์  ใจงาม  ..Pai....

หมายเลขบันทึก: 89070เขียนเมื่อ 8 เมษายน 2007 00:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 มิถุนายน 2012 20:45 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (29)

ขอบคุณคุณหมอมากครับ!!!

การบริการทางการแพทย์ที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ เกิดขึ้นและซาบซึ้งในบันทึกเล็กๆแบบนี้ของน้องหมอ

เป็นความฉ่ำเย็นแรกของสงกรานต์ปีนี้เลยครับ

 

คุณหมอ "ใจงาม"  สมชื่อค่ะ
คุณลุงคนไข้ โชคดีค่ะ ที่เจอเรื่องดีๆ ในชีวิต
....เอ๊ !   แล้วทำไมคุณหมอ  ไม่ซื้อไอติม  ด้วยล่ะคะ ...^___^   แซวเล่นๆ น่ะค่ะ

คุณหมอน่ารักมากๆเลยค่ะ

 

สวัสดีครับพี่เอก

  • มันบังเอิญมากจริงๆครับ
  • วันนั้นเราไปปางมะผ้า  พบพี่ต่าย
  • พี่เอกครับ  ผมคุยกับพี่นุชด้วย  ด้วยความรู้สึกที่ดีๆ  มากเลยครับ
  • แล้วเราก็คุยถึงพี่เอกกันด้วยครับ  ในฐานะเพื่อร่วมงานเก่าๆกันที่ รพ ปางมะผ้าครับ
  • พี่ต่ายฝากความคิดถึงพี่ด้วยครับ
  • อย่าลืมแวะร้านพี่ต่ายบ้างนะครับถ้าไปปางมะผ้า  จะได้ดื่มกาแฟ  อร่อยๆ

เป็นบันทึกที่ดีและน่าประทับใจครับ

ขอส่งความสุขแห่งปีใหม่ไทยแด่คุณหมอและครอบครัวครับ

ผมมาถึง เมืองปาย เมื่อวานกลางวันครับ 

ผมคิดถึงทุกคนนะครับ...คิดถึงทุกคน แต่เวลามันเปลี่ยนไป ภารกิจที่ต่างสถานที่ ห่างไกลกันมากขึ้น

มันทำให้เรารู้ว่า เวลาในอดีตมันควรเก็บไว้ในความทรงจำที่ดีๆ

วันนี้ ไปทานข้าวด้วยด้วยกันนะครับ...ช่วงค่ำ

สวัสดีครับคุณ nidnoi

  • ขอบคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยม
  • อืม..ที่ไม่ซื้อไอติมเพราะว่าขับรถอยู่ครับ.. คนอื่นๆก็เก็บท้องไว้ทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ปางมะผ้าครับ(ตั้งใจไปทานร้านประจำ ชื่อร้านริมลางครับ)

 

สวัสดีครับอาจารย์ มัทนา

  • ขอบคุณอาจารย์มากครับ
  • อ่านบันทึกอาจารย์ครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อนครับ  ครั้งแรกก็ชอบเรื่องราวที่อาจารย์เขียน
  • วานนี้ยิ่งได้รู้จักอาจารย์มากขึ้น  ในแง่ของความรู้เรื่อง จิต ปัญญา ความรู้  และสำนึกรู้  ในบันทึกของคุณเบิร์ด  เรื่องจินตนาการสำคัญกว่าความรู้  ผมชอบแนวคิดและสิ่งที่อาจารย์อธิบายมากครับ  ได้รู้และเข้าใจมากขึ้นครับ  เผอิญว่าช่วงนี้กำลัง  อ่าน  คิด  ตรึกตรองเกี่ยวกับประเด็นนี้พอดีครับ คือ2 วันก่อนได้อ่านหนังสือ เรื่องธรรมชาติของสรรพสิ่ง  ของท่านอาจารย์หมอประเวศและคณะ  บวกกับต่อด้วยหนังสือของ คาปรา  เรื่อง  โยงใยที่ซ่อนเร้นครับ(เพิ่งอ่านจริงๆจังๆครั้งแรก  หลังจากที่ซื้อมาดองไว้เกือบปีครับ)  จริงๆแล้วก็อ่านไม่ค่อยเข้าใจนักครับ  แต่ก็พยามที่จะจินตนาการและเชื่อมโยงกับความรู้ ความจะ  หรือสติปัญญาเดิมที่พอจะมีบ้างเล็กน้อยครับ
  • วันหลังอาจจะต้องขอคำแนะนำจากอาจารย์  เพิ่มเติมในประเด็นนี้นะครับ 
  • ผมมีความรู้สึกและสัมผัสได้ถึงพลังแห่งปัญญาญาณที่มีอยู่ในตัวอาจารย์นะครับ....

สวัสดีครับ อาจารย์ Pop

  • ขอบคุณมากครับ
  • สวัสดีปีใหม่และขอให้มีความสุขตลอดไปเช่นกันครับ

คุณหมอสุพัฒน์:

  • ขอบคุณมากค่ะ ดีใจที่ได้เจอคนคอเดียวกันค่ะ
  • อ่านบันทึกของหมอแล้วอยาก นั่งลงสัมภาษณ์หมอนานๆซักยกค่ะ
  • อ่านหนังสือของคาปราไม่ง่ายค่ะ เพราะคาปราเปลี่ยน "ภาษา" ที่ใช้ไปเรื่อยๆ ก็เหมือนพวกเราแหละค่ะ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ถ้าอ่านเล่มเก่าๆของเค้าด้วย จะช่วยได้ค่ะ ทำให้ได้รู้ที่มาที่ไปว่าเค้าคิดอะไร และ ใครทำให้เค้าคิดแบบนั้น แนะนำเล่ม uncommon wisdom เล่มเดียวกับที่แนะนำคุณเบิร์ดไปค่ะ  เล่มนี้เด็ดจริงๆ
  • Tao of Physics นี่ อ่านแล้วเฉยๆค่ะ ข้ามไปได้ เล่ม Hidden Connection ที่หมออ่านอยู่ เป็นเล่มที่ได้รับการพัฒนามาจนเกือบสุดแล้ว ก่อนที่จะหันไปทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและ การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเต็มตัว มัทก็ต้องอ่านหลายรอบอยู่ค่ะ บางทีก็ไม่เห็นด้วยในภาษาที่เค้าใช้ มีอะไรมา ลปรร.กันได้เลยค่ะ : ) เพราะมัทก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าเข้าใจที่เค้าเขียน! 

สวัสดีครับอาจารย์ มัท

  • เคยอ่าน Tao

ขอต่อครับ(กดอะไรไปก็ไม่รู้ครับ)

  • เคยอ่านหนังสือคาปรา มา เต๋า..  และจุดเปลี่ยน.. ครับ  แต่ว่านั่นนานมาแล้วเหมือนกัน  คงจะเป็นอย่างอาจารย์ว่าครับ  จะต้องกลับมาทบทวนครับ
  • อาจารย์ครับอยากรบกวนให้อาจารย์  สรุปประเด็นสำคัญของ The web of life  ได้หรือเปล่าครับ  คิดถึงเล่มนี้แล้วเสียดายมากครับ  เมื่อ2 ปีก่อนเห็นวางขายที่ร้านหนังสือ  หยิบมาว่าจะซื้อเก็บไว้  แต่ความคิดเรื่องงกเงินก็แว็ปเข้ามา บล็อกเอาไว้  เลยไม่ได้ซื้อ  พออยากจะอ่าน  ก็หาซื้อไม่ได้แล้ว  คนในเน็ทก็ได้ข้อมูลนิดเดียว(อาจจะค้นไม่เก่งเท่าอาจารย์ครับ)
  • วันนี้โชคดีจังอยู่เวรแล้วคนไข้น้อยได้เข้ามาอ่านบันทึกดีๆครับ
  • แหม...มาถามเอาเล่มที่ไม่ได้อ่าน : )
  • แต่ค้นเจอ book review อยู่หลาย site ไว้จะลองแปลแล้วเขียนแยกเป็นอีกบันทึกดูนะคะ
  • ช่วยหลังๆนี้อ่านงานของ คาปรา แล้ว รู้สึก "ไม่ลงตัว" (ถึงแม้ว่า uncommon wisdom ยังเป็นหนังสือในดวงใจเล่มหนึ่งก็ตาม)
  • ถ้าจะศึกษาเรื่อง system theory ก็ไปหาอ่านทางสาย complex adaptive system ที่เกี่่ยวกับทางวิชาบริหาร หรือ ทางสาย health care ไปเลย
  • ถ้าจะศึกษาเรื่องโลก เรื่องธรรม เรื่อง การมีอยู่และการทำงานของสรรพสิ่ง ก็ไปอ่าน ธรรมะแทนค่ะ "ลงตัว" มากกว่า

อ่านแล้วสุขใจครับ...

อยากให้เมืองไทยมีหมอดี ๆ อย่างนี้เยอะ ๆ ครับ..

  • ขอบคุณครับอาจารย์
  • ตอนนี้ผมรู้สึกว่าฝุ่นความรู้มันคลุ้งๆอยู่  ไม่ตกตะกอน หรือมันฝ้าๆมัวๆ ไม่ชัดเจน
  • วิธีการเรียนรู้ก็สำคัญครับ  อาจารย์จะแนะนำเรื่องวิธิการเรียนรู้และเข้าถึงด้วยก็ดีนะครับ  แบบที่ผมเป็นอยู่ปัจจุบันคือ  เดินตามบัณฑิต ,มีคนแนะนำ , หรือบางทีอ่านไปเรื่อยๆ ครับ แต่สิ่งที่ผมสนใจมากๆก็คือเรื่องของโลก และเรื่องของธรรม และสรรพสิ่งครับ แต่ก็อยากรู้เรื่องอื่นๆเหมือนกัน
  • เคยเปรยๆกับพี่เอก จตุพร บ่อยๆนะครับอาจารย์ ว่า ความรู้ที่เรายังไม่รู้นั้นมีมากจริงๆ  ตอนนี้เหมือนตัวเองกำลังเริ่มต้น เข้าสู่เส้นทางของการเรียนรู้ที่น่าจะดีงาม  หรือถูกต้อง  ถ้าหากว่าเราตายไปก่อนที่เราจะได้เรียนรู้อะไรๆที่ดี  ที่งาม  และที่สำคัญๆ ที่ควรรู้จริงๆ ก็คงเสียดายแย่เลยนะครับ

สวัสดีครับพี่ ดิเรก

  • พี่ดิเรกชมเกินไปแล้วครับ
  • ผมเป็นหมอธรรมดาๆคนนึงเองครับ
  • ที่ดีๆกว่านี้ก็ยังมีอีกมากครับ  แต่เขาอาจจะไม่ได้ได้มานั่งเขียน  เพราะว่าเหนื่อยๆ  หรือตรวจผู้ป่วยจนไม่ว่าง  ถ้าว่างก็คงจะไปพักผ่อนหรือหาความสุขให้ตัวเองครับ
  • แต่ก็ขอบคุณพี่ชายมากๆนะครับที่เข้ามาให้กำลังใจตลอดเลย...ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่นำความคิดและวิถีปฏิบัติดีๆมาฝากค่ะ แม้จะรู้ว่าทำแล้วตัวเองคงใจสบายเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาชื่นชม แต่ก็ขอบอกว่าชื่นชมจริงๆ และขอให้บอกเล่าสิ่งที่คิดและพบเจอในชีวิตแบบนี้บ่อยๆนะคะ

คนเราทุกวันนี้ต้องการตัวอย่างการทำดี คิดดีค่ะ โดยเฉพาะจากคนที่เป็นตัวอย่างได้ วิชาชีพที่เป็นตัวอย่างได้ ทำได้หรือไม่ได้ หากได้อ่านก็เป็นการห่อหุ้มจิตใจด้วยสิ่งดีๆไว้เสมอๆ จะช่วยให้เราทุกคนอยากทำดีกับคนอื่นมากขึ้นค่ะ พี่เชื่อเช่นนั้น  และขอขอบคุณคุณหมอมากที่นำมาเล่าค่ะ เอาอีกนะคะ วันๆคงมีเรื่องแบบนี้มากมาย เขียนแทนคนที่เค้าทำแต่ไม่เขียนนั่นแหละค่ะ นะคะ นะคะ  

ขออนุญาตชื่นชมคุณหมอด้วยคนค่ะ ว่าเป็นคุณหมอที่มีจิตวิญญาณและความรับผิดชอบในหน้าที่เต็มเปี่ยม

ขอชื่นชมอีกครั้งค่ะ

น้องสุพัฒน์ ครับ

  • ตามอาจารย์เอกมาอ่าน
  • ข้างทางมีอะไรที่สวยงามเสมอนะครับ ถ้าเราไม่มัวแต่รีบร้อนสู่จุดหมายเกินไป
  • แต่เวลาผมขับรถกลับบ้านที่ปัตตานี ผมไม่ดูข้างทางหรอกครับ อยากให้ถึงเร็วๆ กลัวถูกซุ่มโจสตีครับ
  • ขอบคุณครับ 

ดีมากเลยครับ ทำต่อไปจนมันอยู่ในจิตวิญญาณ แล้วเราจะพบว่ามันมีคุณค่ากับชีวิตมาก  น้องเป็นหมอที่ดีครับ

ขอบคุฯพี่หมอจิ้นมากครับ  บันทึกนี้เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเพราะแรงบันดาลใจจากพี่ด้วยนะครับ

......เชื่อว่าคุณลุงจะประทับใจในน้ำใจของคุณหมอมากค่ะ ...  :)

 ตอนเด็กๆ (อยู่ ป 3. ) เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าโตขึ้นเขาจะเป็นหมอ  เพราะหมอเขาจะมีพลังวิเศษ  พอเราเป็นไข้แล้วไปหาหมอ  ไข้ก็จะลดลงครึ่งนึง  

.....ตอนนั้นเชื่อกันแบบนี้จริงๆ     และเวลาไปหาหมอตอนเด็กๆก็รู้สึกแบบนี้จริงๆด้วยอ่ะค่ะ.....  :)

 

ต้องขอขอบคุณแทนชาวอำเภอปายที่พบเจอคุณหมอที่มีจิตวิญญาณของความเป็นหมออย่างแท้จริง ตั้งใจทำความดีต่อไปนะคะ  หวังว่าเรื่องราวของหมอคงจะเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นการจุดประกายให้คุณหมออีกหลายท่านใส่ใจ รักคนไข้ของเราอย่างเช่นคุณหมอ อย่าท้อแท้ สู้ต่อไป เอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้เสมอคะ

ขอชื่นชมจิตวิญญาณแห่งความเป็นหมอของคุณหมอค่ะ จะเล่าเรื่องคุณหมอให้ลูกฟังเป็นตัวอย่างหมอที่ดีค่ะ

ขอให้ยามเช้าของแต่ละวัน เป็นวันที่คุณหมอได้กลิ่นของดิน หายใจได้เต็มปอด จนรู้สึกว่า โลกนี้ช่างเป็นสิ่งงดงามนะครับ

อ่านเรื่องราวแล้วรู้สึกดี พร้อมกับลมหายใจเต็มปอดที่ทำให้รู้ว่า โลกนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ใจเราชื่น และสามารถตื่นขึ้นมาพบกับความงามอีกมากมายในความดีของผู้คน

ขอให้มีกำลังใจมากๆนะครับ ให้รับรู้ว่าสิ่งที่ทำงดงาม และเป็นสุขใจเมื่อได้ทำ

ขอพลัง จินตนาการ และความใฝ่ฝัน จงสถิตย์อยู่กับคุณหมอครับ

เกือบหลุดไปแล้ว......แลยต้องเข้ามาใหม่เพื่อขอชื่นชมคุณหมอที่มีจรรยาบรรณด้วยวิชาชีพ.....และด้วยจิตใจที่ดีงามของคุณหมอโดยแก่นแท้

ขอบคุณประเทศไทยที่มีคุณหมอแบบนี้ไว้ให้ชื่นใจอีกคน

สำนึกดีๆ น่าภูมิใจ น่าชื่นชมจริงๆค่ะ

ขอชื่นชมคุณหมอมากๆเลยค่ะ  ไม่รู้จะหาคำไหนมาใช้ รู้สึกปลื้มปิติ  เหลือเกินที่ได้ยินเรื่องเช่นนี้ 

ขอบพระคุณค่ะคุณหมอ

รู้สีกปลื้มแทนคนไข้..

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี