ขอบคุณครับ สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆน้อง ที่แวะเวียนมาทักทายครับ จริงๆ แล้วการออกแบบตกแต่งภายใน ถ้าถามว่ามันมีหลักการไหม ? ก็ขอตอบว่ามีครับ ผมจะพยายามเล่าให้ฟังแล้วกันครับ แต่ต้องขอบอกก่อนว่า อาจจะเป็นลักษณะ เล่าไปเรื่อยๆ เผื่อว่าใครสนใจแวะเวียนมาอ่านก็จะได้แลกเปลี่ยน กันนะครับ
ถ้าถามว่า การตกแต่งภายในที่ดีควรจะมีปัจจัยอะไรที่สำคัญๆ ก็จะขอแยกเป็นเรื่องๆแล้วกันนะครับ
เรื่องแรก ก็คือ ตัวบ้านครับ เพราะตัวบ้านเป็นปัจจัยแรกที่จะมากำหนดกรอบในการคิด หรือวางแผนในการตกแต่งภายใน ถ้าเป็นบ้านที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก ที่ออกแบบโดยเฉพาะเจาะจง คือเป็นแบบบ้านที่ออกมาสำหรับครอบครัวของท่านๆ ก็ เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าจะให้ดี ก็คือ ควรจับเอาสถาปนิก กับคนที่ทำงานตกแต่งภายในมาเจอกัน เพื่อจะได้ปรึกษาหารือกันตั้งแต่ต้น เพื่อให้ตัวบ้านตอบรับกับประโยชน์ใช้สอยได้ใกล้เคียงความต้องการมากที่สุด ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการก่อสราง ก็อาจจะรู้สึกว่า อ้าว ! สถาปนิกที่อออกแบบบ้านเนี่ย เขาทำคนเดียวไม่ได้หรือ ก็ต้องบอกว่า อันนี้แล้วแต่ประสบการณ์ของสถาปนิกครับ แต่อันนี้ขอพวกแบบรวมๆ นะครับ คือ โดยลักษณะของศาสตร์แล้ว สถาปนิกที่ออกแบบอาคาร จะถูกฝึกฝนให้เข้าใจถึงเรื่อง การคิด การกำหนดรูปร่างของบ้าน โดยพิจารณาเงื่อนไข ต่างๆ ตั้งแต่ รูปที่ดิน, ทิศ (ซึ่งมีผลต่อเรื่อง ลม,แดด) ,ถนนที่เข้าสู่ตัวบ้าน (มีผลต่อการกำหนดทางเข้าออก) ,ประโยชน์ใช้สอยหลัก, เทคนิคการก่อสร้าง, โครงสร้างที่จะใช้ ,งบประมาณในการก่อสร้าง,การประหยัดพลังงาน ฯลฯ ซึ่งฟังดูแค่นี้ก็เยอะมากแล้ว ว่าจะขมวดทุกอย่างออกมาเป็นแบบบ้านสักหลัง
สำหรับนักออกแบบภายใน ก็จะถูกฝึกมาอีกลักษณะหนึ่ง คือ ต้องเข้าใจรูปแบบกิจกรรมในการดำเนินชีวิตของผู้คนที่จะมาใช้พื้นที่ต่างๆ ว่าเขากินอย่างไร อยู่อย่างไร และไอ้รูปแบบกิจกรรมเหล่านั้น ต้องการเครื่องเรือนอะไร,มีอุปกรณ์อะไร มีงานระบบมาเกี่ยวข้องไหม เรียกว่า ถ้าคนในบ้านถนัดซ้าย ห้องน้ำที่เขาจะใช้ประจำ สายชำระ ก็ควรจะอยู่ด้านซ๊าย เอ ! เรื่องแค่นี้ทำไมต้องซีเรียส อันนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆ นะครับ ลองนึกดูว่า กับเรื่องแค่สายชำระที่ใช้ในห้องน้ำของคนถนัดซ๊าย ถ้าไปอยู่ด้านขวา ก็ลำบากครับ หลายท่านอาจเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ คือสายชำระติดผิดข้าง กับมือข้างที่ท่านถนัด มันใช้ยากจริงๆ ก็ไม่เห็นยาก ก็แค่ย้ายมาติดข้างซ๊ายเสียก็สิ้นเรื่อง ใช่ครับต้องมาติดข้างซ๊าย แต่การจะมาติดข้างซ๊าย ก็ต้องเตรียมท่อน้ำมาทางซ๊ายด้วย ซึ่งอันนี้แหละ ก็ต้องมีการเตรียมการตั้งแต่การออกแบบบ้าน เพื่อวางงานระบบท่อน้ำ ให้มาทางซ๊าย ซึ่งสถาปนิกบางทีอาจจะไม่ได้ซักไซ้ร มากๆ เดินท่อน้ำมาทางขวา แล้วปูกระเบื้องไปแล้ว พอคนตกแต่งภายในเข้ามา จะย้าย คราวนี้ก็ต้องมานั่งทุบกันอีก
อันนี้เป็นตัวอย่างเล็กนะครับ จริงๆ มีเยอะกว่านี้ นอกจากนั้น นักออกแบบภายใน จะต้องถูกฝึกให้เข้าใจ และสามารถจินตนาการ พื้นที่ว่างภายในอาคารให้ได้ ว่าเมื่อสร้างเสร็จสรรพ แล้ว พื้นที่ว่างมันจะมีหน้าตาอย่างไร และอีกเรื่องที่สำคัญ ก็คือต้องมีดวงตาที่เห็นสี.... ใช่ครับต้องเห็นสี เพราะในงานออกแบบภายใน มันมีการใช้สี แต่สีที่ว่า มันไม่ได้เกิดจากการทาสีอย่างเดียวนะครับ แต่มันเกิดจาก...สารพัด เช่น การทาสีที่ผนัง , วัสดุที่มีสี เช่นกระเบื้อง, หินอ่อน ฯลฯ ไม่พอครับ บางทีก็มีสีที่เกิดจากการสะท้อนของแสง ( นึกง่าย ๆ ลองเอาแสงสีเหลือง ไปส่องบนผนังสีขาว มันจะกลายเป็นสี...... ถูกต้องครับ สีเหลือง ครับ ซึ่งบรรยากาศของห้องที่ออกมา มันจะเป็นโทนสีเหลือง ไม่ใช่สีขาว) ยังครับ ยังมีอีก ผิวสัมผัสครับ ภาษาอังกฤษ คือ Texture ไอ้เจ้านี่ ก็สำคัญครับ พื้นผิวที่เรียบลื่น กับพื้นผิวที่นุ่มนวล ให้บรรยากาศที่ต่างกัน ซึ่งอันนี้แหละ ที่นักออกแบบภายในก็ต้องถูกฝึกให้เข้าใจ
ดังนั้น การได้มาพูดคุยกัน ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การออกแบบตัวบ้าน ก็เป็นสิ่งที่นำไปสู่ กระบวนการวางแผน ที่อย่างน้อย ก็จะลดข้อผิดพลาด ( ย้ำนะครับ ว่าลดข้อผิดพลาด แต่ไม่ได้หมายความจะไม่มีข้อผิดพลาด) ซึ่งอันนี้เป็นกรณีที่ เจ้าของบ้าน ตั้งใจที่จะใช้ ระบบการออกแบบ ตั้งแต่ต้น... เดี๋ยวโอกาสหน้าจะมาเล่าถึงว่า ถ้าไม่ได้ออกแบบบ้านเองละ แต่ซื้อบ้านจัดสรร ซึ่งเขาทำเร็จรูปมาแล้ว หรือ อยู่อาคารพาณิชย์ หรือ บ้านเก่าที่จะปรับปรุงละ.....ทำไง ไว้จะเขียนเล่าต่อครับ
เป็นสถาปนิกครับ ออกแบบภาพรวมได้ แต่ตกแต่งภายในมันคนละเรื่องเลยครับ รายละเอียดเยอะมาก เห็นด้วยว่าจะสรางบ้านควรคุยกันกับสถาปนิกและตกแต่งภายในไปพร้อมกัน
และถ้าเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยควรจะคุยกับซินแซไปด้วย
แก้แบบควรจะทำบนกระดาษนะครับให้เวลากับมันมากๆและทำความเข้าใจ เวลาก่อสร้างจะได้ไม่ต้องไปทุบ ซ่อม....
จริงครับ อ.โอ ผมเห็นด้วยเลย
ก้อดีน้าค่ะทุกคนลองอ่านดูค่ะ
=(^_^)=
อยากจะเรียนมากค่ะ อยากเปงเหมือนพี่ เก่งมากค่ะ
ชื่นชม
อยากเปงนักออบแบบภายในอ่ะค่ะ