“หมู่บ้านของเรา ได้ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ มีการดูแลผู้ป่วยโรคจิตในหมู่บ้านมานานแล้วครับอาจารย์ มีคนไข้ทั้งหมด 10 คนที่เราดูแลอยู่ คนแรกชื่อ... คนที่ 2 ชื่อ...  ส่วนคนที่ 10 ชื่อ... ครับ

      ยังครับยังไม่พอ ยังมีเรื่องให้หัวใจแทบหยุดเต้นได้อีกเมื่อได้ยินอีกประโยคที่ว่า... นอกจากนี้ นางสาว... ยังถูกข่มขืนเมื่อต้นปีนี้เองครับ

      โอ้! แม่เจ้า งานนี้ไม่รู้ผู้หญิงคนนั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ประจานกันอย่างเป็นทางการอย่างนี้ ตอนแรกตั้งใจจะไปดูงานส่งเสริมสุขภาพในชุมชน แต่เมื่อได้ฟังผู้ใหญ่รายงานแบบนี้ก็ชักจะหนาวแล้วสิ...

      ขณะนั่งรถกลับก็หวนนึกถึงมาตรฐานข้อหนึ่งไม่ได้... ในเรื่องการรักษาความลับของผู้ป่วย ซึ่งต้องกำหนดให้ชัดเจนถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและเปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วย ตายล่ะสิ...แล้วความลับของผู้ป่วยอื่นๆในโรงพยาบาลจะเป็นยังไงบ้าง

          เป็นเล่มๆ เลยครับอาจารย์ ที่ผมได้เห็นที่ห้องฉุกเฉิน สรุปออกมาเป็นเล่มๆเลยครับ แถมยังวางไว้ในตระกร้าบนโต๊ะทำงานนั่นแหละครับ แค่เปิดดูก็รู้หมดเลยครับว่าใครถูกย่ำยีวันไหนบ้าง อาจารย์หมออีกท่านสรุปได้เห็นภาพชัดเจน

          “อาจารย์ขา หนูก็เจอค่ะ สรุปไว้เป็นเล่มๆเหมือนกันที่ห้องแล็บค่ะ แถมมองไปที่ซองตรวจ HIV ก็ระบุทั้งชื่อ นามสกุล และ HN พร้อมเลยค่ะ อ้อ! ยังมีจดไว้ในสมุดเหมือนกันค่ะ รวมทั้งผลตรวจด้วย หนูได้อธิบายและแลกเปลี่ยนกับทีมงานแล้วนะคะ แต่คิดว่าพวกเราน่าจะคุยกับทีมนำโรงพยาบาลด้วยดีไหมคะ ไม่อย่างนั้นคงเกิดความเข้าใจผิดอย่างนี้ต่อไป... ไม่แน่อีกหลายหมู่บ้านคงรู้ข้อมูลมากกว่าหมู่บ้านที่อาจารย์ไปเยี่ยมเมื่อเช้าก็ได้นะคะ

            “ผมเห็นด้วยครับ... เราคงต้องทำความเข้าใจกับทีมนำในประเด็นนี้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญของผู้ป่วย เช่น ผลตรวจ HIV และประวัติการตรวจร่างกายและการรักษาผู้ถูกทารุณกรรมทางเพศ ซึ่งต้องเข้าถึงยาก ส่วนใหญ่ที่เห็นเขาจะระบุชัดเจนว่าใครจะทราบข้อมูลได้บ้าง บางที่ก็ใช้เป็น code ในการเข้าถึงข้อมูลผลตรวจเลือดนะครับ ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีสิทธิ์รับรู้ได้เลยครับ

          “ถ้าเขาเข้าใจเป้าหมายของการรักษาความลับของผู้ป่วย ผมว่าเขาน่าจะวางมาตรการหรือออกแบบระบบงานที่ชัดเจนและรัดกุมได้แน่นอนครับ ...

           “ ซึ่งถ้าไม่เข้าใจเป้าหมาย... การรักษาความลับผู้ป่วยก็จะกลายเป็น การสรุปความลับผู้ป่วยอย่างที่เห็นเนี่ยแหละครับ