คนโกงถือเงินมีอำนาจ ยังไม่น่ากลัวเท่ากับ คนโง่ถือเงินและมีอำนาจ
โทสะของเจได กับ มาตรฐานรวมศูนย์
เมื่อวานบ่ายผมไปประชุมในเครือข่ายโรงพยาบาลสามสี่แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมมือกันทำงานกับ มูลมิธิระหว่างประเทศ OXFAM ในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ มีผู้ร่วมประชุมได้ไปประชุมรับฟัง แนวทางการบริหารจัดการการรักษาผู้ป่วยเอดส์ ของสปสช. สรุปมาให้ฟัง
แนวทางของสปสช. เป็นแนวทางที่เน้นเรื่องความคุ้มค่า และ การปกป้องการเสียผลประโยชน์โดยพูดถึงชีวิตน้อยมาก
เช่น การกำหนดจำนวนครั้งของการเจาะ CD4 2 ครั้งต่อปี การเจาะหาจำนวนเชื้อไวรัส 1 ครั้งต่อปี และการต้องรายงานการใช้ยาเดือนต่อเดือน โดยผ่านทางอินเตอร์เนต ถ้าเนตล่มเป็นความผิดของหน่วยงานรับผิดชอบเอง หากมีปัญหาเรื่องยา
ที่สำคัญหากมีปัญหาต้องเปลี่ยนสูตรยา ต้องส่ง e-mail ไปปรึกษาผู้เชียวชาญ ได้แก่อาจารย์แพทย์ในมหาวิทยาลัยเท่านั้นจึงจะเปลี่ยนสูตรยาได้
มีคนบอกว่า คนโกงถือเงินมีอำนาจ ยังไม่น่ากลัวเท่ากับ คนโง่ถือเงินและมีอำนาจ
เรื่องนี้ทำให้คำพูดนี้จริงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สไตล์การทำงานแบบคนอวดดีกระเป๋าหนัก กำลังจะทำให้ชีวิตอีกหลายชีวิตได้รับผลกระทบ รวมทั้งหายนะของการดื้อยาต้านไวรัสที่ต้องสูงขึ้นแน่นอนหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยน บางคนอาจบอกว่าผมชอบตีโพยตีพายไปก่อน ไม่เป็นไร วันนี้ประกันสังคม ซึ่งใช้หลักการเดียวกับสปสช. คือ การกลัวการใช้ยาเกินซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่าย แต่ไม่สนใจถ้าใครจะรักษาต่ำกว่ามาตรฐาน
ในวันประชุม มีคนไข้เอดส์คนหนึ่ง ร้องถามในที่ประชุม ว่าตอนนี้เขามีประกันสังคม  และต้องไปทานยากับโรงพยาบาลที่เขาประกันตน ไม่สามารถทานยาในโครงการ NAPHA ซึ่งเป็นโครงการของกระทรวงสธ. เพราะเขามีประกันสังคม ปรากฏว่าคนนี้รักษาในกลุ่มของพวกเรามานาน ในกลุ่มโรงพยาบาล สามสี่แห่งของเชียงใหม่ที่ ทำงานด้วยกันกับ OXFAM  ทางOXFAM สนับสนุนทั้งเวชภัณฑ์ และองค์ความรู้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆของงานเอดส์ ทั้งจากอิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส และอื่นๆ รวมทั้งแพทย์เฉพาะทางในพื้นที่ที่ดูแลคนไข้มานับสิบๆปี ในที่สุดด้วยข้อจำกัดของคนไข้และการดำเนินไปของโรค ผู้ป่วยต้องใช้ยาสูตรพิเศษตกเดือนละ 20000กว่าบาท เมื่อเขาต้องใช้บริการของประกันสังคม สูตรยาที่เขาใช้ไม่ใช่สูตรมาตรฐานของประกันสังคม หากจะใช้ต้องขออนุมัติไปยังประกันสังคมกลางที่กรุงเทพก่อน รอเวลาประมาณหนึ่งเดือน คนไข้เขาถามว่าระหว่างนี้ที่รอคำตอบยาเขาหมดแล้วจะเอาที่ไหนกิน
บางคนที่อวดดีและไม่รู้เรื่องก็บอกก็รอไป แต่คนที่ทำงานเรื่องนี้มาเกือบ 20 ปี เขารู้ว่าหากคนไข้ขาดยาไปหนึ่งเดือน จะเกิดเชื้อดื้อยาได้สูงมาก และหากดื้อยา คนไข้คนนี้จะไม่มียาทานอีก เพราะยาที่เขาใช้เป็น last stand แล้ว
ช่วยบอกหน่อยซิครับ ว่าใครจะรับผิดชอบ
กรณีไม่ใช่กรณีเดียว แน่นอน มีมากมายทั่วประเทศ
และเมื่อมาใช้กับ สุขภาพถ้วนหน้า ผลกระทบจะกว้างใหญ่ไพศาลมาก ด้วย scale ที่ต่างกัน
เราเรียนรู้มานับสิบปี การตรวจหา CD4 2 ครั้ง ไม่ช่วยอะไร ทำให้การ detect การดื้อยาช้า การต้องปรับสูตรยา โดยให้เจาะ Lab เป็นจำนวนครั้ง ไม่ใช่ตามความจำเป็น ทำให้เกิดความล่าช้า เคยปรากฏมาแล้ว ว่าคนไข้รอผลlab ยืนยันว่ามีอาการตับอ่อนอักเสบหรือเปล่า แค่อาทิตย์เดียว พอผลมาไปตามคนไข้ คนไข้ก็ตายเสียแล้ว
การมุ่งบริหารเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย และโยนความผิดให้คนอื่นว่าไร้ประสิทธิภาพในการจัดการ โดยเมินเฉย ความมีชีวิตของหมอกับคนไข้ ของโรคภัย
การเป็นโรคเอดส์ ไม่ใช่คนเสียอะไหล่ จะได้รออะไหล่ มาเปลี่ยนโดยไม่เป็นอะไรได้
การรอของคน คือการสูญเสียโอกาสมากมาย สูญเสียเงินทอง สูญเสียคนที่ตนรัก
ผมผ่านเรื่องเลวร้าย มาหลายเรื่องในการดูแลคนไข้โรคเอดส์
ผมเคยพูดเมื่อ 4-5 ปีก่อนว่าเราน่าจะมีปัญหาเรื่องโรคเอดส์ในวัยทีน ช่วง 12-14 มากขึ้นแน่นอน แต่ผมเป็นคนเล็กคนน้อย(ยืนยันกับพี่วิธาน ว่าเป็นคนเล็กคนน้อยจริง)
ผมเห็นการหว่านยาต้านไวรัสราคาถูก ไปทั่วประเทศ โดยไร้การเตรียมการที่ดี หาโมเดลแล้วให้คนขาดความเข้าใจเป็นผู้ดูแล เขาจ่ายยาคนไข้เหมือนกับการจ่ายยาโรควัณโรค โดยธรรมชาติมันไม่เหมือนกันเลย ผมคาดว่าภายในปี สองปี นี้ ยาต้านไวรัสราคาถูก จะดื้อยาในเวลาอันสั้น ต้องพึ่งยาที่ราคาแพงกว่าแน่นอน และตอกย้ำความมั่นใจ เมื่อสปสช.ประกาศมาตรฐานรวมศูนย์ เมินองค์ความรู้จากประสบการณ์ตรงในพื้นที่ ขึ้นอิงกับความรู้ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าชีวิตของชาวบ้านจะถูกเรียนรู้หรือไม่ในมหาวิทยาลัย หรือ ชาวบ้านต้องเรียนรู้ในการประคองชีวิตภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัย อย่าพึ่งคิดว่าผมไม่แน่ใจในความรู้ในมหาวิทยาลัย ผมกังวลอย่างเดียวคือท่านจะตอบผมได้ทันเวลาหรือเปล่า ภาระของท่านก็หนักหน่วงอยู่แล้ว และท่านจะทราบหรือไม่หนอ ทุกชั่วโมงที่ท่านบอกช้าไป พรากชีวิตของผู้คนไปกับเข็มนาฬิกาที่หมุนผ่าน
ผู้คนที่เข้าร่วมประชุมหวั่นวิตก ว่าเราจะดูแลคนไข้อย่างไร เมื่อมีคนเขลามาออกกฏให้ทำตาม
โทสะของผมพุ่งจนถึงขีดสุด คลื่นเบต้าส่งสัญญาณทำลายล้างออกมา หลายแผน
เมื่อคุณคิดว่าคุณแน่ ผมจะดูว่าคุณแน่แค่ไหน ทุกสิ่งที่คุณได้หน้า มาจากผลงานของคนอื่น หันไปทบทวนงานของตนเองให้ดี สปสช.
คุณเปิดศึกทั่วหน้า ทำตัวเป็นเศรษฐี อวดดี นั่นมันภาษีราษฎร และเป็นภาษีของผม
ภาคมารของผมลั่นกลองรบ พลังด้านมืดก่อตัวเหมือนพายุพร้อมทำลายทุกสรรพสิ่ง ในเงื้อมมือของผมคนเล็กคนน้อย จะเป็นชนวนเล็กๆของการทำลายล้างครั้งมโหฬาร
เมื่อผมมองไปรอบข้าง เห็นสายตาของคนไข้ที่ร่วมประชุม ส่อถึงความหวั่นไหว อาจถึงกับหวาดกลัว กับชะตาชีวิตของตน ที่กำลังจะถูกลิขิต ด้วยคนที่เขลา วินาทีนั่นเองที่โทสะของผมเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ช่างมันเถอะการทำลายล้างสปสช. ช่างมันเถอะ
สิ่งแรกที่เราต้องดูแลคือวาระของคนไข้ที่กำลังสับสน เขากำลังสงสัยว่าหมอที่ดูแลเขามาหลายปี จะเปลียนการดูแลให้เป็นไปอย่างคนเขลาบอกหรือไม่ แล้วชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร
ผมยกมือแล้วขอพูด
"ช่างสปสช.เถอะ เขาจะทำอะไรจะตั้งข้อจำกัดอะไร ไม่มีความหมายกับพวกเรา เรา หมอและคนไข้ เราดูแลกันมานาน เรารู้ว่าเราควรดูแลกันอย่างไร เราดูแลกันเต็มที่ในท่วมกลางข้อจำกัด สิ่งที่เราเผชิญอยู่เป็นข้อจำกัดประเภทหนึ่ง เราเคยเจอข้อจำกัดจากกระทรวงมาแล้ว วันนี้แค่เปลี่ยนจากกระทรวงมาเป็นสปสช. ใครจะบอกว่าเขาเป็นเจ้าของเงินต้องฟังเขา คุณเข้าใจผิด พวกเราต่างหากที่เป็นเจ้าของเงิน เขารับจ้างมาบริหาร เมื่อเขาทำไม่ถูก เราไม่จำเป็นต้องทำตามเขา ผมและหมอทุกคนที่นี้จะดูแลพวกเราเหมือนที่เคยดูแลมา พวกเราต้องเจาะเลือดมากกว่า 2 ครั้งเราจะเจาะให้ พวกเราไม่ได้มีแค่สปสช. พวกเรามีเครื่อข่ายอยู่ทั่วโลก เราจะหาเงินมาให้เอง เหมือนพวกเราต้องเปลี่ยนสูตรยา ต้องได้เปลี่ยน เงินหรือมาตรฐานใด ไม่สำคัญกว่าชีวิตหรอก  ขอจงวางใจ เรารู้ว่าเราเป็นใคร เรารู้ว่าต้องทำอะไร และเรารู้ว่าอะไรเป็นเป้าหมายในการทำงานของเรา ผมเป็นหมอครับ ผมไม่ยินยอมให้เงินหรือกฏระเบียบมาตรฐานใดของใคร สำคัญกว่าชีวิตคนไข้ของผม ผมเป็นข้าราชการมีหน้าทีบรรลุพันธกิจของผมคือดูแลรักษาพวกเราให้ดีที่สุด ไม่ใช่ดูแลรักษาให้คุ้มค่าที่สุด"
งานของเราเหล่าเจได คราวนี้คือต้องชัดเจนว่าเรากำลังทำอะไร มารในใจอาจล่อหลอกให้หลงทาง
แต่สายตาของผู้คนที่เจ็บปวด และไร้ทางต่อสู้ จะไปเป็นดั่งป้ายบอกทางสู่วิถีที่ควรเป็น
สปสช. คือสปสช. แต่ผมเป็นหมอครับ

คุณอยู่ที่ไหนวันที่คนไข้ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง
คุณอยู่ที่ไหน เมื่อเสียงหวนไห้อาลัยดัง
คุณหันหลังให้วันที่พวกเขาไม่มีใคร
คุณเป็นพระเจ้าหรือไร จึงมาลิขิตชีวิตคน
คุณรู้ไหมว่าคุณ คร่าชีวิตด้วยลำพองในอำนาจ
คุณได้ยินหรือไม่ ผู้คนโหยไห้ในแผ่นดิน
คุณทำอะไรมา จึงเก่งกาจว่าชีวิตเฉลี่ยได้
คุณเป็นใคร คุณเป็นใคร
คุณแน่ใจหรือเปล่าว่าคุณเป็นใคร
คุณคือใคร.......

แด่ผู้โฉดเขลาในจักรวาล