มัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเทอมสุดท้าย... ผมถูกคุณครูประจำห้องผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์เขียนหมายเหตุคอนเม้นต์ลงในใบ รบ.(และส่งให้บุพการีของผมดู)โดยระบุว่า เด็กชายช.ช.ว มีปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ ผลการเรียนอ่อนมาก ๆ จำเป็นที่ท่านผู้ปกครองต้องดูแลและตักเตือนให้เด็กตั้งใจเรียนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่งั้น...ตายแหง (คำว่าตายแหงนี้ผมสรุปจากคอมเม้นต์คุณครู)
 ชีวิตของผมขณะศึกษาอยู่ชั้นประถมหนึ่งจนถึงประถมหก........ภาพฝัน ภาพอนาคต ภาพชีวิต ไม่ปรากฎ

 ชิวิตของผมขณะศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งถึงถึงสี่....ภาพฝัน ภาพอนาคต ภาพชีวิตของผมเริ่มจะปรากฎ
 มัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเทอมสุดท้าย... ผมถูกคุณครูประจำห้องผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์เขียนหมายเหตุคอนเม้นต์ลงในใบ รบ.(และส่งให้บุพการีของผมดู)โดยระบุว่า เด็กชายช.ช.ว  มีปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ ผลการเรียนอ่อนมาก ๆ จำเป็นที่ท่านผู้ปกครองต้องดูแลและตักเตือนให้เด็กตั้งใจเรียนให้มากกว่าที่เป็นอยู่  ไม่งั้น...ตายแหง (คำว่าตายแหงนี้ผมสรุปจากคอมเม้นต์คุณครู)     
 มัธยมศึกษาปีที่สองเทอมแรก....ผมถูกคุณครูประจำห้อง(คนเดิม)ผู้สอนวิชาคณิตศาสต์เขียนหมายเหตุคอมเม้นต์ลงในใบ รบ.(และส่งให้บุพการีของผมดู) โดยระบุว่า เด็กชาย ช.ช.ว. มีการปรับปรุงตัวในวิชาคณิตศาสตร์ดีมาก ๆ ผลการเรียนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ (คำว่าหน้ามือเป็นหลังมือ ผมสรุปเอาเอง)
 มัธยมศึกษาปีที่สามเทอมสุดท้าย.....ผมถูกเพื่อน ๆ ให้ช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์  ผมเก่งในสายตาเพื่อนสะแล้วครับ
 มัธยมศึกษาปีที่สี่เทอมแรก.....ผมเรียนกับเพื่อนใหม่  วิชาคณิตศาสตร์อยู่ในใจของผมเป็นอันดับหนึ่งครับ ผมคิดเป็นคณิตศาสตร์สะแล้วครับ   แต่ เพื่อน ๆ ยังไม่มีใครรู้ ว่าผมเซียนวิชานี้ขนาดไหน
 มัธยมศึกษาปีที่สี่ภาคฤดูร้อน.....ผมกลายเป็นบุคคลคนหนึ่งที่อาจารย์คัดเลือกให้เป็นติวเตอร์สอนวิชาเคมี คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ในช่วงฤดูร้อนสะแล้วครับ  (แต่สอนไม่เป็นครับ  อยากจะฆ่านักเรียน ทำไมเข้าใจยากงี้หวะ)
 มัธยมศึกษาปีที่สี่ภาคฤดูร้อน.....
 ผมมีภาพอนาคต ภาพชีวิตเป็นครั้งแรกในชีวิต.......ผมจะเป็นทหารอากาศครับ  มันเท่ห์ดี ได้ขับเครื่องบิน สาว ๆ ตรึมแน่นอน  เกียรติยศจะไปไหนหละถ้าไม่มาหาผม.......สรุป...ผมบอกกับตัวเองว่าผมจะไปสอบ....ผมวิ่งเช้าเย็น เช้าเย็น อ่านหนังสือทุกวัน ..................สรุปอีกครั้งในเดือนต่อมา.....ผมไม่ได้ไปสอบครับ
 
 มัธยมศึกษาปีที่ห้า.....
 ผมต้องย้ายไปเรียนห้องหนึ่ง
 ในสายตาของเพื่อนห้องอื่น เด็กห้องหนึ่งคือห้องเด็กเรียน  แต่ละคนเรียนเก่ง ตั้งใจเรียน เรียบร้อย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ส่วนน้อยจะเป็นผู้ชาย  :)  ผมคิดในใจว่าตูมาอยู่ที่นี่ทำไมว่ะ ตูไม่อยากมาอยู่ คิดถึงเพื่อน ๆ ห้องสองจัง และเพื่อน ๆ ห้องสองก็อาลัยหาผมด้วย (ผมคิดเอาเอง) 
 มัธยมศึกษาปีที่หก.....ผมเป็นตัวเก็งหนึ่งในสามคนของห้องที่จะสามารถสอบติดวิศวะในสายตาของคุณครูและของเพื่อน ๆ ครับผม
 ภาพอนาคต ภาพชีวิตครั้งที่สองจึงปรากฎขึ้นครับ...ด้วยคำแนะนำของคุณครูและเพื่อน ๆ ........
 "สอบโควต้าก็เลือกวิศวะสิ  เพราะเธอเก่งวิชาพวกคำนวณ น่าจะมีโอกาส ลองดู''  นี่คือคำพูดของอาจารย์ฟิสิกส์ และอาจารย์คณิตศาสตร์
 เชื่อไหมครับ ผมอยู่มัธยมหก แต่ตอนที่อาจารย์แนะนำ  ผมยังไม่รู้จักดีพอสำหรับคำว่าวิศวะ  แต่...ผมก็เลือกคณะนี้เป็นอันดับหนึ่ง  และแล้ว.....ผมก็ติด
 โคตรเท่ห์เชียวแหละ....ดังไปทั้งโรงเรียน รุ่นของผม มีผมสอบติดวิศวะคนเดียวส่วนเพื่อนอีกสองคนสอบติดเภสัชกับพยาบาล
 โอเค...ตกลงตูจะเป็นวิศวกรที่ดี.....และรวยยยยยยยยย มีบ้าน มีรถสวย ๆ ขับ  ...จบไปก็ขยันทำงานหน่อยเว้ย

 กลับมาในเวลาปัจจุบันทันด่วน......

 ผมกำลังทำงานในสายงานที่ผมจบมา....พยายามเก็บเงิน  แต่ยังไม่รวย แต่ปรากฏว่าผมไม่เคยคิดว่าความรวยจะทำให้ชีวิตมีความสุข     
 ภาพอนาคต ภาพชีวิตครั้งที่สามของผม...มันปรากฏขึ้นครับ...ในช่วงอายุในวัยกลางคน
 ภาพครั้งนี้ไม่สามารถแตกต่างจากภาพครั้งที่แล้วได้ครับ เพราะคำว่าครอบครัวและความรับผิดชอบเป็นตัวกำหนดแนวทางชีวิตของผม    แต่ภาพครั้งนี้มีรายละเอียดและความคิดถึงสังคม เพื่อนมนุษย์  ความสุขจริง ๆ ของชีวิตขึ้นมาในใจครับ  ภาพอนาคตภาพชีวิตครั้งนี้ของผมสรุปได้เป็นคำสองคำคือ..........พอเพียงและแบ่งปัน 

อยากพอเพียงและแบ่งปัน ผมภาวนาขอให้ผมทำได้ทีเถอะ :) จอ บอ ….จบ