ปัญหาขาวดำกับการศึกษาในการยกระดับจิตใจ

                          มนุษย์มีดีที่ใจสูง

                          เปรียบนกยูงมีดีที่แววขน

                          ถ้าใจต่ำเป็นได้แค่เพียงคน

                          ไม่สมควรที่ตนได้เกิดมา

คนเราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ  ปัญหาทุกปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำเสมอไป  ในทางตรงข้ามหากเราลองมองต่างมุมจะพบว่าหนทางที่จะนำมาใช้แก้ปัญหามีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ  การยืดหยุ่นพลิกแพลงตามสถานการณ์  การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  การเอาใจเขามาใส่ใจเรา  การไม่เอาแต่ใจตนฝ่ายเดียวนั้น เป็นวิธีการที่สามารถครองใจคนได้  ในบางครั้งการแก้ปัญหาต่างๆเราต้องสร้างเครื่องมือขึ้นมาใหม่   เราต้องมีความสุภาพต่อผู้อื่น แต่ไม่ใช้เพราะมารยาทเท่านั้น  หากแต่เพราะเรานั้นมีคุณค่าพอที่จะทำสิ่งดีๆในชีวิตเหมือนคนเราที่เกี่ยวข้องกับสิ่งสกปรก  ใจสกปรก  ไม่มีวันที่จะผละจากไปโดยที่ตัวเองสะอาดได้   หากเราคิดดีทำดีปัญหาขาวกับดำที่เกิดก็สามารถแก้ได้  โลกเรานั้นนิยมตัดสินปัญหาที่เปลือกนอก  เราไม่สามารถแยกแยะได้   คนบางคนมีอำนาจวาสนา  ก็ยิ่งอยากได้อำนาจวาสนา  และเกิดการเยินยอสรรเสริญจอมปลอมที่บริวารรอบตัวมาปะทับแล้วกลับคืนเป็นคนที่ลำบากยากต่อการแก้ไข   บางครั้งคำพูดหวานๆมิได้ช่วยให้ท้องอิ่ม   และบางครั้งคำพูดหวานๆจะไม่ทำให้หม้อเดือดได้ แต่คำพูดหวานๆสามารถทำให้คนตายได้    การศึกษาไม่ใช้ในโรงเรียน   ในตำรา   ในมหาวิทยาลัย    หรือประกาศนียบัตรเท่านั้น   หากคือความสามารถที่จะยกระดับของปัญญา  และปัญญานั้นไม่ใช้เพียงความคิดเท่านั้น  หากคือความมีเมตตาด้วย   ดังนั้นการศึกษาจึงไม่ใช้การพัฒนาสมองเพียงส่วนเดียว   แต่เป็นการยกระดับจิตใจ  และวิถีชีวิตด้วย