
ศ. ดร. วิรุฬห์ สายคณิต
ศ. ดร. วิรุฬห์ สายคณิต อายุ 67 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการเป็น ศ.11 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ จบปริญญาตรีฟิสิกส์เกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาฯ ปริญญาเอกด้านฟิสิกส์จากสวีเดน และฝึกอบรมหลังปริญญาเอกที่ University College, Cardift UK.
ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของสมาคมส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเป็นคนแรกในปี 2525 เป็นเมธีวิจัยอาวุโสรุ่นแรกของ สกว. ได้รับรางวัลและปริญญากิตติมศักดิ์มากมายจากผลงานวิจัยด้านฟิสิกส์ทฤษฎีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเขียนความเห็นในการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ท่าน ดังนี้
"ตลอดระยะเวลารับราชการ 36 ปีในภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร. วิรุฬห์ สายคณิต เป็นปรมาจารย์ผู้อุทิศแรงกาย แรงใจในการประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์อย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้บุกเบิกศาสตร์ด้านฟิสิกส์สารกึ่งตัวนำ (semiconductor Physics) จนเป็นที่ยอมรับและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ประสานงานระหว่าง 5 สถาบันในโครงการวิจัยสารตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิสูง เป็นผู้ดำเนินการก่อตั้งและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงชินโครตรอนแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฟอรัมวิทยาศาสตร์ทฤษฎี มีผลงานวิจัยและตำราเผยแพร่ทั้งในระดับชาติและนานาชาติมากกว่า 100 ฉบับ ซึ่งมีส่วนผลักดันให้วงการฟิสิกส์ในประเทศไทยพัฒนาก้าวไกลทัดเทียมนานาประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร. วิรุฬห์ สายคณิต เป็นผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับภาควิชาและระดับคณะ โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยวิจัยและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านฟอรัมวิทยาศาสตร์ทฤษฎี และคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ในระหว่างการดำรงตำแหน่งได้ริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา ยุโรปและเอเชีย ทำให้คณาจารย์ของคณะฯ ได้มีโอกาสไปเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในต่างประเทศ เกิดความหลากหลายของการพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยทั้งด้านวิจัย ด้านวิชาการและด้านการบริการสังคม ตลอดจนสามารถส่งเสริมให้คณาจารย์มีจริยธรรม จรรยาบรรณในอาชีพ นอกจากนี้ยังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและพลังงานสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย จึงได้มีส่วนอย่างยิ่งในการเสริมสร้างการศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยรวมของประเทศให้เจริญก้าวหน้า เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการนำศาสตร์ด้านฟิสิกส์ผนวกเข้ากับศาสตร์ด้านชีวเคมีในการอธิบายกลไกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระดับเซลลและได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟิสิกส์ไทย 3 สมัยต่างวาระ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟิสิกส์อาเซียน และกรรมการสภาวิทยาลัยเซนต์เทเรซาอินติ
ด้วยผลงานที่ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพ จึงได้รับพระราชทานรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งประเทศไทยของสมาคมวิทยาศาสตร์แหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับเลือกเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติของสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ ได้รัรบรางวัลรัชดาภิเษกสมโภชประเภทงานวิจัยดีเด่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภาวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกเป็นเมธีวิจัยอาวุโสรุ่นที่ 1 และ 4 จาก สกว. และได้รับรางวัลผลงานวิจัยเกียรติยศ สกว. นับเป็นนักวิชาการที่มีคุณค่าต่อวงวิชาการและวิชาชีพ จึงสมควรได้รับการพิจารณาเสอนชื่อให้ได้ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
วิจารณ์ พานิช
29 มี.ค.50
ขอบคุณอาจารย์วิจารณ์มากครับสำหรับบันทึกนี้
ผมรีบเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยทันที เนื่องจากท่านอาจารย์วิรุฬห์ มีส่วนสำคัญในการทำให้ผมตัดสินใจเลือกเรียนฟิสิกส์ แม้ในขณะที่ตัดสินใจนั้น ผมเองจะยังไม่เคยพบหรือสนทนากับท่านก็ตามที
ตอนเรียนอยู่ราว ม.5 (ประมาณปี 2525) ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของอาจารย์วิรุฬห์ ในวารสารวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ทางการศึกษา จัดทำโดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีอาจารย์ถิรพัฒน์ วิลัยทอง เป็นผู้สัมภาษณ์ - ปกหนังสือเล่มนั้นสีเหลือง มีรูปภูเขาไฟกำล้งระเบิด ผมเก็บไว้เป็นอย่างดี
จำได้แม่นว่า ตัวเองไม่เข้าใจในประเด็นทางวิชาการ (เกี่ยวกับสถานะของอิเล็กตรอนในระบบที่ไร้ระเบียบ) แต่รู้สึก "มันส์" ที่ได้รับทราบความคิดและวิถีการดำเนินชีวิตของนักฟิสิกส์ แล้วรู้สึกได้เลยว่า นี่แหละที่เราอยากเรียน
จึงขอบันทึกนี้ไว้เพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาต่อท่านอาจารย์วิรุฬห์ผู้มีส่วนสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กคนหนึ่งตัดสินใจเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ และเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ ครับ :-)
ขอเขียนบันทึกนี้ตามรอย ดร.บัญชา ครับ ในฐานะที่ผมก็จบทางด้านฟิสิกส์เหมือนกัน แต่ไม่ได้มีโอกาสเรียนกับ อ.วิรุฬห์ แต่ถึงกระนั้นก็ได้อ่านงานเขียนทางวิชาการของท่านบ้าง จำได้ตอนนั้นผมอยู่ประมาณปี 2 งานวิจัยเรื่อง Superconductor โด่งดังมาก เป็นที่ฮือฮาในวงวิชาการทางด้านฟิสิกส์ ถ้าผมจำไม่ผิดมีการจัดประชุมวิชาการด้านฟิสิกส์ของประเทศที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในช่วงซัมเมอร์ผมถือโอกาสเบี้ยวไม่กลับบ้านที่กรุงเทพ ตามประสาเด็กที่อยากใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง เลยไปอาสาเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยงาน และได้มีโอกาสเดินอ่านบอร์ดนิทรรศการของหลายนักวิจัย
ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว และเลือกเรียนวิชาทางช่างมาตลอด จำได้ว่าท่องรหัสสีบนตัวต้านทานได้อย่างแม่นยำตอน ม.3 จนบัดนี้ยังไม่ลืม เพราะครูวิทยาศาสตร์ใช้วิธีเอามือล้วงลงไปในกล่องที่มีตัวต้านทาน แล้วหยิบขึ้นมาแล้วให้เราบอกว่ามีค่าเท่าไร ทำแบบนี้ซ้ำกัน 10 ครั้ง ผลที่เกิดขึ้นคือผมได้คะแนน 10 เต็ม เพราะสามารถตอบได้ภายในเวลาที่กำหนด
ตั้งแต่นั้นมาทำให้ผมหลงไหลในเซมิคอนดักเตอร์มาก ถึงขนาดตอนเรียนปริญญาตรีก็เน้นทางด้านฟิสิกส์ของสารกึ่งตัวนำ และในช่วงปี 3 ขึ้นปี 4 ก็ไปฝึกงานที่ศูนย์วิจัยอิเล็กทรอนิกส์ ของพระจอมเกล้า ลาดกระบังทำให้มีประสบการณ์ในขึ้นตอนที่เรียกว่า Wafer Fabrication และที่ศูนย์วิจัยนี้ยังได้ช่วยรุ่นพี่ปริญญาโท ทำสารกึ่งตัวนำขึ้นมา จำได้ว่าตำๆบดๆในครกยก แล้วก็ปั๊มขึ้นรูปเหมือนเม็ดยา แล้วเอามาหล่อด้วยไนโตรเจนเหลวเพราะให้แสดงอิทธิฤทธิออกมา ที่ต้องใช้คำๆนี้เพราะว่าสารกึ่งตัวนำมันลอยได้กลางอากาศ และด้วยรูปร่างลักษณะที่เป็นทรงกลมของมันทำให้เกิดแรงผลักให้มันลอยตัวหมุนไปมา ทำให้คนทั่วไปทึ่งนึกว่าเล่นมายากล
เมื่อจบมาแล้วก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานในสาขานี้ และได้มีโอกาสไปดูกระบวนการผลิตสารกึ่งตัวนำของจริงที่ บริษัท Sanyo Semiconductor ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผมไปฝึกงานที่นั่นนานกว่า 5 เดือน เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดสำหรับคนที่ไม่เคยไปเรียนหนังสือเมืองนอกอย่างผม
จะมีสิ่งเดียวที่ค่อนข้างน้อยใจก็คือ นักวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์ในบ้านเราน้อยเหลือเกิน ยิ่งในระดับศาสตราจารย์ เรียกว่านับนิ้วได้ ผมยังเชื่อว่าฟิสิกส์เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศชาติของเราพัฒนาก้าวไกล
และขอชื่นชมในตัว ศ. ดร. วิรุฬห์ สายคณิต ด้วยคนครับ
เก่งจัง