ขอเขียนบันทึกนี้ตามรอย ดร.บัญชา ครับ ในฐานะที่ผมก็จบทางด้านฟิสิกส์เหมือนกัน แต่ไม่ได้มีโอกาสเรียนกับ อ.วิรุฬห์ แต่ถึงกระนั้นก็ได้อ่านงานเขียนทางวิชาการของท่านบ้าง จำได้ตอนนั้นผมอยู่ประมาณปี 2 งานวิจัยเรื่อง Superconductor โด่งดังมาก เป็นที่ฮือฮาในวงวิชาการทางด้านฟิสิกส์ ถ้าผมจำไม่ผิดมีการจัดประชุมวิชาการด้านฟิสิกส์ของประเทศที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในช่วงซัมเมอร์ผมถือโอกาสเบี้ยวไม่กลับบ้านที่กรุงเทพ ตามประสาเด็กที่อยากใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง เลยไปอาสาเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยงาน และได้มีโอกาสเดินอ่านบอร์ดนิทรรศการของหลายนักวิจัย

ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว และเลือกเรียนวิชาทางช่างมาตลอด จำได้ว่าท่องรหัสสีบนตัวต้านทานได้อย่างแม่นยำตอน ม.3 จนบัดนี้ยังไม่ลืม เพราะครูวิทยาศาสตร์ใช้วิธีเอามือล้วงลงไปในกล่องที่มีตัวต้านทาน แล้วหยิบขึ้นมาแล้วให้เราบอกว่ามีค่าเท่าไร ทำแบบนี้ซ้ำกัน 10 ครั้ง ผลที่เกิดขึ้นคือผมได้คะแนน 10 เต็ม เพราะสามารถตอบได้ภายในเวลาที่กำหนด

ตั้งแต่นั้นมาทำให้ผมหลงไหลในเซมิคอนดักเตอร์มาก ถึงขนาดตอนเรียนปริญญาตรีก็เน้นทางด้านฟิสิกส์ของสารกึ่งตัวนำ และในช่วงปี 3 ขึ้นปี 4 ก็ไปฝึกงานที่ศูนย์วิจัยอิเล็กทรอนิกส์ ของพระจอมเกล้า ลาดกระบังทำให้มีประสบการณ์ในขึ้นตอนที่เรียกว่า Wafer Fabrication และที่ศูนย์วิจัยนี้ยังได้ช่วยรุ่นพี่ปริญญาโท ทำสารกึ่งตัวนำขึ้นมา จำได้ว่าตำๆบดๆในครกยก แล้วก็ปั๊มขึ้นรูปเหมือนเม็ดยา แล้วเอามาหล่อด้วยไนโตรเจนเหลวเพราะให้แสดงอิทธิฤทธิออกมา ที่ต้องใช้คำๆนี้เพราะว่าสารกึ่งตัวนำมันลอยได้กลางอากาศ และด้วยรูปร่างลักษณะที่เป็นทรงกลมของมันทำให้เกิดแรงผลักให้มันลอยตัวหมุนไปมา ทำให้คนทั่วไปทึ่งนึกว่าเล่นมายากล

เมื่อจบมาแล้วก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานในสาขานี้ และได้มีโอกาสไปดูกระบวนการผลิตสารกึ่งตัวนำของจริงที่ บริษัท Sanyo Semiconductor ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผมไปฝึกงานที่นั่นนานกว่า 5 เดือน เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดสำหรับคนที่ไม่เคยไปเรียนหนังสือเมืองนอกอย่างผม

จะมีสิ่งเดียวที่ค่อนข้างน้อยใจก็คือ นักวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์ในบ้านเราน้อยเหลือเกิน ยิ่งในระดับศาสตราจารย์ เรียกว่านับนิ้วได้ ผมยังเชื่อว่าฟิสิกส์เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศชาติของเราพัฒนาก้าวไกล

และขอชื่นชมในตัว ศ. ดร. วิรุฬห์  สายคณิต ด้วยคนครับ