เมื่อคืนเราชวนสมาชิกลำพังชูคุยกันจนดึกดื่นเลยเที่ยงคืน เอาปัญหาคาใจมาคลี่ดูเหตุแห่งความยากจนถาวร ว่าเป็นยังไงนะใส่อะไรลงไปมันถึงหายต๋อม ทฤษฎีกี่ตำหรับ พระเอกกี่คนตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว เซียนมืออาชีพทางด้านการพัฒนา อาจารย์ที่สอนภาควิชาสังคมและพัฒนา อาจจะต้องทบทวนตำราเสียแล้ว หรือไม่ก็หันมาดูชุดความรู้ในภาควิชาตนเอง ว่ามันล้าหลังตกเขาไปแล้วหรือยัง ถ้ายอมรับความจริงก็อาจจะตื่นขึ้นมาควานดูความเป็นจริงในสังคม ว่าทำไมผลของการพัฒนามันถึงชักกะตุกเก้ๆกังๆไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
- โจทย์ชีวิต
- โจทย์สังคม
- โจทย์ประชาคมโลก
เปลี่ยนไปในอัตราที่เร็วยิ่งกว่าลมสลาตัน เรื่องนี้อย่าว่าแต่กามนิตหนุ่มเลย ร้อยกามนิตก็ตามไม่ทันสถานการณ์ ถ้าเอาแต่ตั้งรับและงึมงำอยู่กับเนื้อหาสาระเดิมๆ ขออนุญาตหารือว่า ทำอย่างไรเราถึงจะพัฒนาชนบทให้มีพลัง พอที่จะเตาะแตะไต่เต้าเข้าสู่เส้นสตาทส์ของคำว่าพัฒนา เราจะเอาวิชาอะไรไปอบรมคนที่ไม่พร้อมและไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เราจะใช้กุศโลบายอะไรไปแกะกล่องความเฉื่อยเฉยของความเคยชิน ที่เอาแต่ความสะดวกสบายโดยไม่คิดที่จะช่วยตนเอง สิ่งต่างๆเหล่านี้มีที่ไปที่มาอย่างไร อะไรเป็นแรงต้านงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศนี้
ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้มีพิธีปิด แม่ใหญ่คำพองได้ออกมาร้องเพลงอวยพร แถมด้วยเพลงอำลาเสียงเจี้ยวแจ้วสะกดคนฟังนั่งเงียบกริบ หลังจากนั้นเราเชิญพ่อใหญ่ดามาเป็นประธานมอบวุฒิบัตร แล้วกล่าวปิด ก่อนกลับทุกคนขอก้อนเชื้อเห็ดเอาไปทำการเพาะต่อที่บ้าน รถสต๊าทส์เครื่องนานแล้ว ก็ยังยกมือไหว้ร่ำลากันหลายรอบ เห็นชัดว่าตอนลงรถมามีอาการงวยงงสงสัย ไม่อยากจะนอนอบรมในป่าหลายคืน แต่ตอนกลับชื่นหมื่นดีใจ
- ได้ความคิด
- ได้ความรู้
- ได้วุฒิบัตร
- ได้ก้อนเชื้อเห็ด ไปต่อเชื้อความรู้ ไปทดลองทำ
- ได้ทัศนคติที่ดีต่อการเข้ารับการอบรม
- ได้มิตรไมตรีระหว่างกัน
การจัดอบรมภายใต้วัฒนธรรมราชการ
ที่เอาระเบียบคำสั่งเป็นตัวตั้ง ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกำหนดการ จะปรับเปลี่ยนอะไรก็เกรงว่าจะโดนหาทางซิกแซกไม่โปร่งใส ทั้งที่รู้ว่าบางทีมันไม่เป็นไปอย่างที่เกษตรกรต้องการ ก็ดันทุรังทำๆไปให้มันจบๆตามใบสั่ง เคร่งครัด 1-2-3 จนเกิดเคร่งเครียด แต่ก็ถูไถแก้ไขอะไรไม่ได้ เอาเบี้ยเลี้ยง เอาของแจก ปิดปากผู้เป็นเหยื่อการอบรม ก็ทำกันมาอย่างนี้จนเกิดสภาวะเซ็งแห่งชาติขึ้น จะอบรมแต่ละทีวิ่งหาคนมาอบรมจนขาขวิด เพราะไม่มีใครเขาอยากไปเสียเวลา ที่ซ้ำร้ายก็คือเรื่องที่อบรมไม่ทราบว่าเนรมิตมาจากที่ไหน มันตรงกับความต้องการของชาวบ้านรึเปล่า ประเด็นนี้ก็ไม่ยอมแหกเนตรดูให้ดี
การจัดอบรมภายใต้วัฒนธรรมชุมชน
เราจะเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้ง เขาคิดยังไง เขาเป็นยังไง เขาเข้าใจยังไง เขาต้องการยังไง ที่สำคัญเขารู้สึกยังไง การออกแบบตรงนี้สำคัญ และต้องยืดหยุ่นตามความที่น่าจะเป็นแบบวันต่อวัน ควรให้ผู้เข้าอบรมได้สะท้อนคิดมากที่สุด ได้แสดงออกมากที่สุด ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันมากที่สุด ลงมือปฏิบัติ เมื่อเกิดความคุ้นเคยกันมากขึ้นๆ ชาวบ้านที่เป็นนักปฏิบัติเขาไม่มีรอที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้
บางคนตื่นแต่เช้ามืดไปเดินวนเวียนบ้านที่ครูพี่เลี้ยงนอน ทำไมรึครับ ผมถามแล้ว เขาบอกว่า..เขานอนคิดทั้งคืน ตื่นขึ้นมามันร้อนวิชา อยากจะแลกหมัดกับวิทยากร จึงเดินวนเวียนเหมือนเสือติดจั่น กะว่าตื่นขึ้นมาก็จะลากแขนมาถาม ถามทันที! ไม่ยอมให้ล้างขี้ตาแปรงฟันกันนี่แหละ
ครูพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม (ภาษาราชการ)เรียกว่าวิทยากร แต่ละคนมาเล่าว่า ตนเองก็เจอลักษณะนี้ นั่นแสดงว่าถ้าเราจูนใจให้เขาเป็นผู้เรียนแล้ว ผู้เรียนก็จะมีอาการวิ่งเข้าหาความรู้ สอบถาม ค้นคว้า วิเคราะห์สิ่งที่สงสัยอย่างจริงใจ พ่อใหญ่ดา ถือสมุดเดินจดป้ายต่างๆทุกป้าย แล้วก็ตีความว่ามันหมายถึงอะไร แม่หนูพวน เดินพรวดเข้ามายกมือไหว้ยิ้มแต้ ถามว่า เจ้านกกระจอกเทศมันออกไข่เดือนไหน ออกยังไง คราวละกี่ฟอง ผมก็สงสัยกลับ
ผมถามว่า..
“แม่หนูพรวนอยากรู้ไปทำไม”
แกตอบว่า
“มันเป็นเรื่องใหม่ ถ้าเกิดไปพูดว่าที่อบรมมีนกกระจอกเทศ แล้วลูกหลานซักไซ้ไล่เรียงถึงรายละเอียด ฉันเกรงว่าจะตอบคนอื่นไม่ได้”
คำตอบนี้เล่นเอาไอ้ครูบาหน้าโง่แทบตกเก้าอี้!!
นี่ยังไงละ..วิชาป้องกันการตกม้าตาย
แม่หนูพวนได้มาสอนผมถึงที่บ้าน งานนี้เลยไม่รู้ว่าใครอบรมใคร ผมจึงไม่แปลกใจว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงเกษตรฯมายืนน้ำตาปริ่มต่อหน้าชาวบ้านที่นี่ ทำไมผู้ที่สังเกตการณ์จากกระทรวงฯ ยกมือกราบไหว้ทุกคนอย่างสนิทใจก่อนกลับ เพราะเขารู้เห็นว่า สิ่งที่ดำเนินการอยู่นี้เกิดขึ้นด้วยใจ และรับผิดชอบด้วยหัวใจ
..ใครจิตใจผิดปกติ หัวใจคลอนแคลน หาแฟนยังไม่ได้ ที่นี่ยินดีรับซ่อมแซมและพัฒนา..อ้าฮ้า!!
ไม่ต้อง ฮ้า! ! ..รีบเลย คนอกหักลด5%
เรียนท่านครูบา..
อิอิ..ขำขำ..
โอ้โฮ! ครูเรา สวยพริ้งน่ารักอะไรขนาดนี้
ผมรักๆๆๆๆครูครับ
ครูยิ้มหน่อยสิครับ ชมด้วยความจริงใจ ไม่ได้เอาใจสักกะนิด!!
ประทับใจแม่หนูพวนมากเลย แบบนี้หรือเปล่าคะท่านครูบา ที่เรียกว่า ศักยภาพของรากหญ้า
บันทึกนี้โดนใจมากค่ะ ในเรื่องการจัดอบรมภายใต้วัฒนธรรมชุมชน โดยเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้ง เพราะเท่าที่เห็นบ่อยๆ เป็นการจัดอบรมภายใต้วัฒนธรรมราชการ ตามที่ท่านครูบาพูดจริงๆ แหละค่ะ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าจะเอาวุฒิบัตรไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
อ้อ ลืมไป สวัสดีตอนเช้าค่ะ ท่านครูบา ^__^
สวัดดีค่ะครูบา...สมัครเป็นผู้ติดตามบันทึกครูบานะคะ...อ่านบันทึกนี้แล้วยิ้มได้ ใช่เลย...ได้เรียนรู้ในสิ่งที่อยากรู้ ในวิถีปกติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้..ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็คงเหมือนกัน(โดยเฉพาะตัวเอง) ถ้าไม่ถูกบังคับ ความคิดมันเกิด ความอยากรู้ก็มา คำถามก็มี ความสุขก็ได้ ดีจังค่ะ... เห็นด้วย100% ขอสมัครเข้าอบรมด้วยนะคะ จะอบรมแบบใช้ใจแลกใจ -:)
ผมได้ยินกิตติศัพท์ท่านครูบา มานาน เพิ่งได้สัมผัสวันนี้เอง….ยอดเยี่ยมครับ…จะคอยติดตามต่อไปครับ
พ่อครูฯ ขา
วันหยุดนี้ มีภาระด้านการเรียนค่ะ
ฝากเพลงมาให้พ่อครูฯ นะคะ
ใกล้ถึงวันเดินทางแล้วหนายอดดวงใจ
หวั่นไม่หาย น้องหวั่นไม่หายพ่อเอย
เจ้าจะหวั่นไปใย ไม่เห็นจะหน้ากลัวเลย
ก็ไม่เอย เจอพ่อครูฯ ตัวเป็น ๆ สักที
ด้วยความเคารพค่ะ ตอนนี้ใจไปถึงที่นั่นนานแล้วค่ะ เหลือเพียงนั่งนับวันรอ จัดกระเป๋าเดินทาง หอบหิ้วเอาหัวใจของสาวชาวใต้ ไปพบปะเจอะเจอสิงห์เหนือ อีสาน
แล้วจะไปแอบเรียนเคล็ดลับ อบรมอย่างไรให้หัวใจหวานชื่น จากพ่อครูฯ นะคะ
ไม่ต้อง ฮ้า! ! ..รีบเลย คนอกหักลด5%
เรื่องวุฒิบัตร ส่วนมากคนแจกก็แจกไปตามระเบียบ หรือไม่ก็ทำๆตามๆกันไป ..
แต่วุฒิบัตรแบบชาวบ้าน ศักดิ์สิทธิและมีความหมาย จะเห็นว่าแม้แต่ประธานมอบก็เป็นผู้อาวุโส พ่อใหญ่ดา เจ้าเก่าถูกเชิญมาเป็นมาแจกวุฒิบัตรแบบไม่รู้ตัว แถมยังให้กล่าวปิดค่ายอีกด้วย นั่นก็แสดงว่า เราไม่ได้พูดเฉยๆว่าเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้ง แต่เราปฏิบัติจริงๆ ทำให้เป็นจริง
เพื่อไม่ให้ราชการน้อยใจ เราก็ให้นายอำเภอบ้าง เกษตรจังหวัดบ้าง ผู้ว่าบ้าง เซ็นชื่อในวุฒิบัตร เป็นการพบกันครึ่งทาง ก็ดูเขาพอใจดี แต่ประธานเปิด-ปิด เราขอสงวนให้ผู้อาวุโสชาวบ้านเป็นพพระเอกครับ
ชาวบ้านภูมิใจมากที่เขาได้เป็นเป็นศิษย์สำนักแห่งนี้ เพราะผมบอกว่า ใครก็ตามถ้าจะมาต่อยอดเรื่องที่อบรมไป ถ้าไม่ใช่สมาชิกมาก่อน เราจะให้ไปต่อท้ายขบวน เราจะให้เกียรติให้ความสำคัญกับศิษย์เก่าก่อน ทุกคนยิ้มปลื้ม อบรมจบไปแล้วก็ยังโทรมาขอ มาชวนให้ไปเยี่ยมที่บ้าน มีรายหนึ่งเมื่อเช้านี้บึ่งรถจักรยานยนต์มาหา มาขอร้องให้ไปเยี่ยมบ้าน ผมเห็นความพยามยามและความตั้งใจของเขา เห็นว่ามีเวลาก็เลยแว๊บไป เพิ่งกลับมาตะกี้นี้ ..
ไม่ไปเฉยๆผมหนีบนักศึกษาโข่งไปเรียนวิชาลงชุมชนด้วย ไปพบเรื่องดีๆ เรื่องน่าสนใจมากมาย เอาไว้เขียนถึงวันหลังดีไหมครับ
ครูตู่เก็บเสื้อผ้า มารับบัตรคิว วันไหนละครับ อิอิๆ
ทราบข่าวจากหนิงว่ามีหวานท้ายรถ สงสัยจะเป็นบรรณาการจากดงหลวงแน่นๆเลย ขอคาระอีกครั้ง เป็นหนี้น้ำใจจนไม่รู้จะจ่ายคืนอย่างไรได้หมด
ดีใจที่ท่านชอบอ่าน
คิดถึงทุกท่าน รอวันที่จะมาละลายความคิด ให้เป็นความจริง ได้นั่งคุย นั่งชิมอาหาร นั่งหัวเราะอิงอ๊อบคุย ให้แข่งกันยิ้ม
ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ปิดค่ายการฝึกอบรมที่ทำให้ผู้เข้าอบรมเป็นจุดศูนย์กลางได้โดยธรรมชาติ…ต่อมการเรียนรู้ ถูกกระตุ้นทำให้นอนไม่หลับ กระวนกระอยากรู้…แถมยังอยากเตรียมตัวตอบคำถามเมื่อกลับไปบ้าน… ภาคราชการควรให้การอบรมนี้เป็นต้นแบบการอบรม กระตุ้นต่อมเรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดความอยากพัฒนา อยากเรียนรู้ด้วยตนเอง…
กราบสวัสดีครับท่านครู
ก. 1 ฟอง
ข. 2 ฟอง
ค. 3 ฟอง
ง. 4 ฟอง
ตั้งแต่คืนนี้ คืนที่พระจันทร์ดวงโต เราจะเปิดค่าย
"คุณอำนวย" ของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด
ระหว่าง วันที่2-5เมษายน 2550
ค่ายนี้สนุกครับ ชาวปูน 40 ชีวิต จะมาช่วยกันทำหน้าที่คุณอำนวยภาคสนาม ลองติดตามอ่านดูนะครับ ช่วยเสนอแนะ สะท้อนความเห็นด้วย ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ถ้าระดมพลังชาวบล็อกเหมือนรายการภมิปัญญาของหนิง จะเยี่ยมมาก เราได้ข้อเสนอแนะดีๆที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อย่าลืมนะครับ มาช่วยประคองไม่ให้ผมตกม้า ก็ยังดี!
ขอคาระวะท่านครูบาครับ..
พ่อครูขา หวายจากดงหลวงเจ้าเดิมจริงๆค่ะ อิอิ ขนาดพี่บางทรายไม่อยู่ ติดภารกิจที่พระนคร ยังมอบหมายให้เลขาฯนำมาส่งถึงมหาสารคามเลยค่ะ
หนิงเองก็ติดภารกิจกับคุณแม่ เลยอดเจอเลยว่า เลขาฯพี่บางทรายจะสวยน่ารักขนาดไหนน๊อ...อดถ่ายภาพเป็นที่ระทึกเลยค่ะ
นอนดึกเกินไป ทำงานมาก รีบหาจุดพอเพียงให้เจอ
ไม่งั้นจะไม่สบายขาดโรงเรียนบ่อยๆ