สิ่งดีคนดีทำได้ง่ายแต่คนไม่ดีทำได้ยาก

สิ่งไม่ดีคนไม่ดีทำได้ง่าย แต่ผู้ประเสริฐทำได้ยากอย่างยิ่ง

            แนวคิดเรื่อง สิทธิมนุษยชน ดูเหมือนพยายามจะบอกให้โลกได้ทราบว่า คนมีความเสมอภาคกัน เรามิควรที่จะแบ่งแยกสีผิว วรรณะ ชนชั้น เพศ ไม่ควรที่จะมองมนุษย์ด้วยกันเป็นเพียงชิ้นส่วนไร้จิตวิญญาณ

              นักปราชญ์ในอดีต ให้ความสำคัญกับ คน เสมอ ในฐานะที่มีความเป็น คน เหมือนกัน แต่ถ้าผู้ใดสามารถยกระดับความคิด การกระทำ และคำที่พูดได้ในระดับที่สูงขึ้น เราอาจยกระดับให้เป็น มนุษย์เป็น เทวดา เป็น พรหม แล้วแต่จะเรียก ซึ่งทั้งหมดอยู่ในฐานะ ผู้มีตนอันฝึกฝนมาแล้ว ความแตกต่างของคนเหนือคนจึงวัดกันที่ความดีความงาม

             ผู้รู้ผู้ตัดความทะยานอยากทั้งมวลออกไปได้ ผู้ได้ฝึกฝนอบรมตนมาอย่างบริสุทธิ์หมดจดแล้ว ยกย่อง สรรเสริญ ผู้มีตนอันฝึกฝนมาดีแล้ว ขณะเดียวกัน จะติเตียนผู้ที่ยังฝึกอบรมตนให้สมบูรณ์ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า โอกาสจะไม่มีสำหรับเขา โอกาสเปิดให้ผู้มีความต้องการฝึกอบรมตนได้เรียนรู้เสมอ โอกาสเหล่านี้จะเป็นเรื่องง่ายหากผู้เข้าฝึกอบรมตนเป็นคนดี ทั้งที่โดยสายเลือดและต้องการให้อยู่ในสายเลือด แต่โอกาสแห่งการฝึกตนให้ดีจะไม่มีสำหรับผู้ไม่ใฝ่ดีจริงๆ ดังนั้น สิ่งดีคนดีทำได้ง่าย สิ่งดีคนไม่ดีทำได้ยาก สิ่งไม่ดีคนไม่ดีทำได้ง่าย สิ่งไม่ดีผู้มีตนอันฝึกดีแล้วทำได้ยากยิ่งถ้อยคำชุดนี้เป็นความจริง คนที่ทำความดีมาตลอด มักไม่เคอะเขินที่จะทำความดีทั้งเล็กน้อยและใหญ่หลวง ขณะที่สิ่งดีเป็นเรื่องยากเย็นมากๆกับการที่คนไม่ดีจะคิดกระทำ ด้วยเหตุที่เคยประกอบกรรมไม่ดีอยู่เป็นอาจินต์ ความเคยชินจึงเข้าใจว่า สิ่งไม่ดีนั้นแหละคือสิ่งดี แม้นใครจะบอกว่ามันไม่ดี เขาก็จะแย้งว่ามันเป็นเรื่องดีเพราะใครๆเขาก็ทำกัน เช่น การขอส่วนแบ่งในงบโครงการ การทำเอกสารเท็จเพื่อให้ได้งบประมาณมาก การแสดงเล่ห์เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจคลาดเคลื่อน สิ่งดังกล่าวนี้ คนดีที่ฝึกฝนอบรมตนมาดีแล้วทำได้ยากยิ่ง ทั้งมวลจะมีใครสัมผัสได้เท่ากับตนเล่า