การที่เราสามารถเลือกใช้เครื่องมือ/วิธีการให้เหมาะสมกับ เวลา สถานที่ และทักษะของเรา จะช่วยให้การทำงานประสบผลสำเร็จมากขึ้น

                 ผมรู้จักกับ Mind Map จากการเข้าอบรมข้าราชการใหม่  (เดือนสิงหาคม 2548 หลังจากบรรจุเข้ารับราชการเมื่อเดือนกรกฏาคม โดยมีอ.ธัญญา ผลอนันต์ เป็นวิทยากร )  หลังจากการอบรม ก็นำมาใช้บ้างแต่ยังไม่บ่อยนัก จนกระทั่งในช่วงที่เรียนทางไกล หลักสูตร “สมรรถนะกับการพัฒนาบุคลากรกรมส่งเสริมการเกษตรฯ”
ซึ่งต้องมีการทำรายงานส่ง ผมได้ใช้การทำ Mind Map เพื่อสรุปเนื้อหาที่เรียน ( ค่อนข้างเยอะและต้องทำความเข้าใจพอสมควร เพราสมรรถนะเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม ) การใช้ Mind Map ในครั้งนี้ก่อผลกระทบ ที่อยากจะเรียกว่าเป็น Butterfly Effect กับตัวผมมากพอสมควร

                 ...และจากวันนั้นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้ Mind Map ในการทำงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีภารกิจในการออกไปทำแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชนนำร่องของจังหวัด ก็ได้ใช้ Mind Map ในกระบวนการทำแผน ซึ่งก็ได้ผลที่น่าพอใจในระดับ 1 โดยสังเกตจากมีส่วนร่วมของวิสาหกิจชุมชนที่ค่อนข้างดี และสามารถสรุปข้อมูลได้ดี ในส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการใช้ Mind Map มีส่วนทำให้ผมพัฒนาตัวเองได้มากทั้ง

  • กระบวนการคิด ที่เป็นองค์รวมมากขึ้น และต่อยอดความคิดได้กว้างและหลากหลายขึ้น
  • การทำงานที่สนุกขึ้น

             และในการประชุม DW เดือนมีนาคม ก็ได้มีโอกาสบรรยาย เรื่อง การใช้ Mind Map ให้นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด แต่น่าเสียดายว่าการบรรยายมีเวลาจำกัด ทำให้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนแนวคิดในเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ 

             กับ KM นั้น การใช้ Mind Map น่าจะเป็นเครื่องมือที่สามารถตอบสนองกระบวนการได้ แต่ก็คงขึ้นอยู่กับ เวลา สถานที่ สถานการณ์ ในขณะนั้น และรวมถึงทักษะของผู้ใช้ด้วย ..สำหรับผมเอง ยังต้องพัฒนาการใช้เครื่องมือนี้ต่อไป

            บันทึกไว้ ลปรร. ครับ