ไม่ได้เขียนเรื่องวิทยาศาสตร์กับอิสลามมานาน วันนี้เลยขอนำเรื่องเกี่ยวกับฝนที่ได้กล่าวในอัลกุรอานซึ่งเป็นความรู้หลักที่ทำให้เราเข้าใจในปรากฏการณ์ในธรรมชาติ
            
เมื่อก่อน 1400 กว่าปี ไม่มีใครบันทึกเกี่ยวกับการเกิดฝน ไม่มีใครเข้าใจ ปรากฏการณ์นี้ว่าเกิดขึ้นอย่างไร จนกระทั่งอัลกุรอานได้ประทานลงมาผ่าน ศาสดา(ซึ่งไม่ได้แปลว่าผู้สร้างศาสนา) สั่งสอนมนุษย์การใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง ในเข้าใจปรากฏการณ์ที่มนุษย์เคยเข้าใจผิด และมนุษย์บางกลุ่มก็เข้าใจการเกิดฝน แต่ความรู้ลักษณะนี้ถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครนำอธิบายขยายต่อ ให้เข้าใจง่าย ตามหลักวิทยาศาสตร์  
             และเมื่อนักวิทยาศาสตร์ที่ได้เกิดขึ้น
100 กว่าปีนี้เอง ได้บันทึกสังเกตการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ ได้พิสูจน์ ทดลองและสรุปเป็นทฤษฎีและกฎเกณฑ์ ทำให้เราเข้าใจการบังเกิดของปรากฎการณ์ต่างได้อย่างกระจ่าง จนบางครั้งทำให้เราลืมว่า จริงๆ ความรู้ลักษณะนี้เคยมีบันทึกมาแล้วเมื่อ 1400 กว่าปีก่อนหน้านี้
               
ผมขอยกอายัตอัลกุรอาน เกี่ยวกับฝน ที่เป็นอายัตหลัก ๆ ดังนี้

 أَلَمْ تَرَ أَنَّ اللَّهَ يُزْجِي سَحَاباً ثُمَّ يُؤَلِّفُ بَيْنَهُ ثُمَّ يَجْعَلُهُ رُكَاماً فَتَرَى الْوَدْقَ يَخْرُجُ مِنْ خِلَالِهِ وَيُنَزِّلُ مِنَ السَّمَاءِ مِن جِبَالٍ فِيهَا مِن بَرَدٍ فَيُصِيبُ بِهِ مَن يَشَاءُ وَيَصْرِفُهُ عَن مَّن يَشَاءُ يَكَادُ سَنَا بَرْقِهِ يَذْهَبُ بِالْأَبْصَارِ [النور : 43] 

ความว่า :เจ้ามิได้เห็นดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงให้เมฆลอยแล้วทรงทำให้ประสานตัวกันแล้วทรงทำให้รวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วเจ้าก็จะเห็นฝนโปรยลงมาจากกลุ่มเมฆนั้น และพระองค์ทรงให้มันตกลงมาจากฟากฟ้ามีขนาดเท่าภูเขา ในนั้นมีลูกเห็บแล้วพระองค์จะทรงให้มันหล่นลงมาโดนผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์จะทรงให้มันผ่านพ้นไปจากผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์แสงประกายของสายฟ้าแลบเกือบจะเฉี่ยวสายตาผู้มอง[1] 

  اللَّهُ الَّذِي يُرْسِلُ الرِّيَاحَ فَتُثِيرُ سَحَاباً فَيَبْسُطُهُ فِي السَّمَاء كَيْفَ يَشَاءُ وَيَجْعَلُهُ كِسَفاً فَتَرَى الْوَدْقَ يَخْرُجُ مِنْ خِلَالِهِ فَإِذَا أَصَابَ بِهِ مَن يَشَاءُ مِنْ عِبَادِهِ إِذَا هُمْ يَسْتَبْشِرُونَ [الروم : 48] 

ความว่า :อัลลอฮฺทรงเป็นผู้ส่งลมทั้งหลาย แล้วมันทำให้เมฆเคลื่อนทีแล้วพระองค์ทรงให้มันแผ่กระจายไปตามท้องฟ้า เท่าที่พระองค์ทรงประสงค์และพระองค์ทรงทำให้มันเป็นกลุ่มก้อน แล้วเจ้าจะเห็นฝนตกลงมาจากท่ามกลางมันเมื่อมันได้ตกลงมายังผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์เมื่อนั้นพวกเขาก็ดีใจ[2] 

 وَأَرْسَلْنَا الرِّيَاحَ لَوَاقِحَ فَأَنزَلْنَا مِنَ السَّمَاءِ مَاءً فَأَسْقَيْنَاكُمُوهُ وَمَا أَنتُمْ لَهُ بِخَازِنِينَ [الحجر : 22] 

ความว่า : และเราได้ส่งลมผสมกัน แล้วเราได้ให้น้ำลงมาจากฟ้าแล้วเราได้ให้พวกเจ้าดื่มมัน และพวกเจ้าก็มิได้แป็นผู้สะสมมันไว้[3]

وَجَعَلْنَا فِيهَا رَوَاسِيَ شَامِخَاتٍ وَأَسْقَيْنَاكُم مَّاء فُرَاتاً [المرسلات : 27] 

ความว่า :และในแผ่นดินเราได้ตั้งภูเขาไว้สูงตะหง่าน และเราได้ให้พวกเจ้าดื่มน้ำจืดสนิท[4] 

              อายัตเหล่านี้ประจักชัดว่า การก่อนเกิดฝนจนเป็นน้ำที่จืดสนิทที่หล่อเลี้ยงชีวิตทุกชนิด เริ่มต้นจากไอน้ำที่ก่อตัวเป็นเมฆ และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำที่มีน้ำหนักพอที่ตกลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงเป็นหยดน้ำฝนสร้างความชุ่มฉ่ำแก่สิ่งมีชีวิต วัฏจักรอันนี้ทุกคนสามารถสังเกตเห็นในทุกที่และทุกเวลาที่เกิดฝน   



[1]อัลกุรอาน สูเราะห์ อัน-นูรฺ 24/43

[2]อัลกุรอาน สูเราะห์ อัร-รูม 30/48

[3]อัลกุรอาน สูเราะห์ อัล-ฮะญะรฺ 24/22
[4]อัลกุรอาน สูเราะห์ อัล-มุรซาลาต 77/27