เมื่อวันที่ 28 มี.ค.50 ในการประชุม อกพร. กระบวนทัศน์ มีการนำเสนอมาตรการรองรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมของระบบราชการ (พ.ศ.2551 - 2555) ซึ่งเป็นช่วง 5 ปีระยะที่ 2
โดยที่แผนยุทธศาสตร์ ระยะที่ 1 (พ.ศ.2546 - 2550) กำหนดยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม ไว้ดังนี้
"การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมของข้าราชการให้เอื้อต่อการพัฒนาระบบราชการ ไม่สามารถทำได้โดยวิธีการใช้อำนาจสั่งการ การถ่ายทอดความรู้ในลักษณะให้การศึกษา ฝึกอบรม หรือการรณรงค์แต่เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องบริหารให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะของการสร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้วยตนเอง ด้วยความเต็มใจ การเรียนรู้เป็นเรื่องของผู้เรียนโดยแท้"
เป็นข้อเขียนเชิงทฤษฎีที่น่าฟังนะครับ แม้ว่าคำว่า "ผู้เรียน" จะดูแปร่ง ๆ อยู่บ้าง
ตอนปฏิบัติได้แจกแจงยุทธศาสตร์ออกเป็น 3 ข้อ คือ (1) สร้างรูปแบบการเรียนรู้ของผู้บริหารระดับสูง (2) จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อ (3) เปิดโอกาสให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วม
ที่ผมแปลกใจคือ กพร. เสนอยุทธศาสตร์ช่วง 5 ปีที่ 2 โดยไม่ได้ประเมินผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์ช่วง 5 ปีแรก
ผมให้ความเห็นว่า ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่น้อยมาก แต่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นบางหน่วยงาน โดยที่มองไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่เปลี่ยนแปลงกับยุทธศาสตร์ & มาตรการของ กพร. คือหน่วยงานเขาคิดดำเนินการเอง
ผมตั้งข้อสังเกตว่า กพร. ดำเนินการเปลี่ยนระบบราชการจากระบบในยุคอุตสาหกรรม (150 - 50 ปีก่อน) สู่ยุคหลัง IT หรือยุคความรู้ ซึ่งหมายความว่าราชการจะต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากองค์กรแบบกลไก (mechanical) สู่องค์กรแบบอินทรีย์ (organic) แต่ กพร. เองกลับใช้กระบวนการทัศน์ในการทำงานแบบกลไกและแยกส่วน
ที่ประชุมเห็นด้วยกับผมแฮะ แปลกจัง
วิจารณ์ พานิช
28 มี.ค.50
เห็นด้วยกับอาจารย์วิจารณ์ครับ ที่ไม่มีการประเิมินผลการปฎิบัติงานตามยุทธศาสตร์ช่วงแรก เพราะปัญหาจุดใหญ่ที่เห็นเหมือนกันก็คือ การไม่เชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน หรือไม่มีการทำ “แผนที่ยุทธศาสตร์” นั่นเอง ทั้งๆ ที่ กพร. เน้นให้กลุ่มจังหวัดต่างๆ ทำตัวนี้ แต่ตัวหน่วยงานแม่เอง กลับไม่มีผู้รู้ และผู้ปฎิบัติด้านนี้อย่างจริงจัง แล้วที่ปรึกษาท่านอื่นๆ ไปทำอะไรกันอยู่ครับ