ถ้อยคำที่ประเมินความหมางเมินเหล่านี้เป็นเครื่องมือวัดแบบมาตรฐานไทย จริงๆแล้วสำนึกต่อหน้าที่และสังคมอยู่ระดับไหนหรือมีความเป็นไปอย่างไรยังกล้อมแกล้ม ..แต่มันไปโผล่ในความรู้สึกของแต่ละคน ว่าขณะนี้บรรยากาศในองค์กรสดชื่นหรือเหม็นบูด..

 

 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์มาเยี่ยม

เมื่อเช้านี้หนูกิ่งเอาดอกเห็ดขอนขาวมาอวด เก็บมาใหม่ๆสดๆ1ตะกร้า ถามว่าจะให้ทำอะไรดี  บังเอิญกำลังนั่งนึกเรื่องที่คุยกับชาวบ้านเมื่อวานนี้ว่า ปัญหาในชุมชนมันสับสนเหมือนเตะเห็ด หมายความว่าเห็ดมันบอบบาง ถ้าโดยเหยียบย่ำมันก็จะแหลกเละจมดิน ไม่สามารถที่จะหยิบมาปะติดปะต่อเอาต้มแกงได้ อย่างมากก็ถอดถอนใจเสียดาย ทำอะไรนอกเหนือกว่านี้ไม่ได้แล้ว  

   

รายการปฐมนิเทศ  มาถึงมีกระเป๋าเหมือนลาวอพยพ  เห็ดตีนแรดเอามาฝาก 

ผมบอกหนูกิ่งลองเอาเห็ดอ่อนๆประมาณ2ขีด ใส่น้ำนิดหน่อย ใส่เกลือหน่อย ใส่น้ำตาลกรวดนิดหน่อย ไปอบในตู้ไมโครเว็ป5นาที ..ชั่วครูหนูกิ่งก็ยกชามเห็ดมา ผมเด็ดใบสระแหน่ใส่ลงไป5-6ใบ กลิ่นหอมฉุย..ตักน้ำเห็ดชิมช้อนแรก รู้เลยว่าเราได้เครื่องดื่มสมุนไพรแบบง่ายๆไว้ต้อนรับญาติชาวก๊วนที่จะมาค่ายเฮฮาศาสตร์แล้ว หลังจากนั้นเห็ดก็จะพาเรดเข้ามามีส่วนร่วมกับเราในมิติต่างๆ ทุกเช้าเราจะแจกตะกร้า กลุ่มแม่ช้อยไปเก็บเห็ด กลุ่มคุณนายสายเดี่ยวไปเก็บผัก กลุ่มหนูตื่นเช้าไปเก็บไข่ไก่ จากนั้นก็นัดมาเจอกันที่โรงครัว เด็กๆจะได้เรียนวิธีทำเห็ดชุบแป้งทอด เทียบเคียงกับเอากุ้งชุบแป้งทอด แล้วชิมร้อนๆดูสิว่าอย่างไหนจะอร่อยกว่ากัน ถ้าเด็กๆอร่อยชอบใจก็คงจะเฮออกมา..กลิ่นอายของคำว่าฮาฮาศาสตร์ก็จะค่อยๆเผยโฉมหน้าแล้วใช่ไหมละครับ   

ทีมหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ อ.เสือ อ.ย่ามแดง อ.ขจิต ก๊วนนี้ก็อาจจะลองเอาเห็ดมายำรสแซบใส่ไข่มดแดง อาจารย์แป๋วอาจารย์องุ่นอาจจะทำแกงเห็ดใส่ยอดหวาย ผัดเห็ดใส่ต้นหอม เห็ดนึ่งร้อนๆจิ้มน้ำพริก เห็ดตุ๋นไก่ดำ แค่นี้การเรียนอยู่เรียนกินที่อิ่มและอร่อยก็จะเปิดฝาชีโชว์ได้แล้วละครับ  ที่ผมนั่งเศร้าเป็นเต่าเผาเมื่อวานนี้เพราะอยากให้ลูกหลานได้มาร่วมวง จึงสุดแสนเสียดายแทนคนที่ไม่ได้มาอย่างสุดซึ้ง แต่ตอนนี้ทำใจได้แล้ว หักใจเลี้ยวขาวสี่แยกไฟแดงแว๊ปมาเต้นต๊อกเต๊กตามเดิม..   

  

กิจกรรมเสียบยอดพันธุ์ไม้ สัมโอเสียบกิ่งต้นกระสัง ผลออกเป็นลูกส้มโอ  

วันนี้เป็นวันแรกของการฝึกอบรมเกษตรกรรุ่นที่2เป็นกลุ่มจากจังหวัดเพื่อนบ้าน ที่ท่านเม็กดำ1 กรุณาประสานงาน อยากให้ผู้นำที่มีบทบาทในการพัฒนาชุมชนได้มาเติมวิธีการคิดเรื่องการจัดการความรู้ การสร้างเสริมประสบการณ์วิถีชีวิต และการออกแบบการพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะกระบวนการคิดแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นตนเอง กลุ่มนี้เท่าที่อ่านจากทะเบียนประวัติ พบว่าเป็นผู้นำรุ่นเดอะเสียส่วนใหญ่ เป็นสมาชิกอบต.ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน ผู้นำกลุ่มสตรี และเกษตรกรหัวไวใจสู้ แต่สมาชิกก็ยังมาไม่ครบจำนวน ตกหล่นเพราะมีภารกิจกะทันหัน คาดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะมาเต็มลูกสูบ  

หลังจากลงรถเข้าแถวมาลงทะเบียนแล้ว ทีมพี่เลี้ยงชวนให้ไปรับประทานอาหารเช้า เมื่อบริหารจัดการกระเพาะแล้วก็เข้าห้องทำพิธีเปิด ท่านณรงค์ ฤทธิ์อ่อนช้อย ท่านเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์รุ่นนี้โชคดีที่ และคณะได้มาเยี่ยมคณะที่เข้าอบรม เราจึงได้โอกาสเรียนเชิญท่านเป็นประธานพิธีเปิดการอบรม ท่านประธานให้แง่คิดดีๆเป็นการจูนใจจูนพื้นฐานแนวคิดเกี่ยวกับการฝึกอบรม หลังจากนั้นเจ้าสำนักและครูพี่เลี้ยง ได้แบ่งกลุ่มชาวคณะเป็น4กลุ่ม

อาจารย์อุทัย อันพิมพ์และคณะ ได้ออกมาซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะช่วงที่อยู่กินนอนที่นี่   ช่วงบ่ายแต่ละกลุ่มไปฝึกอาชีพเรื่องการเพาะเห็ด บังเอิญนางหนูพวน ศรีสวัสดิ์  พบว่ามีเห็ดตีนแรดเกิดขึ้นในแปลงผักของตนเองเป็นประจำ และได้นำกอเห็ดตีนแรดมาอวดเพื่อนๆด้วย เรื่องเห็ดจึงถูกนำมาเปิดประเด็นตรงที่ว่า..ชาวบ้านชื่นชอบการเก็บเห็ดอยู่แล้ว แต่เห็ดในธรรมชาติมีน้อยและมีข้อจำกัดมากมาย ถ้าได้รับวิชาความรู้เรื่องเห็ดกลับไป ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นการจัดการความรู้ที่เหมาะสม เพราะการเพาะเห็ดใช้ทุนน้อย วัสดุส่วนใหญ่หาได้ในท้องถิ่น ประหยัดน้ำ ที่สำคัญมันไม่มีปากร้องกินหัวอาหารเหมือนการเลี้ยงไก่หมูปูปลา ช่วงบ่ายสมาชิกออกเดินชมกิจรรม แล้วลงมือไปเรียนภาคปฏิบัติเรื่องเห็ดครบวงจร

ในการพัฒนาบุคลากรระดับล่างครั้งนี้  มีอุปสรรคมากมายพอสมควร ซึ่งก็เป็นตัวชี้วัดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบการเรียนรู้และพัฒนาประชาชน ซึ่งตัวแม่ข่ายหรือสถานีรับผิดชอบการอบรม จะต้องเตรียมตัวและสร้างบทเรียนที่เข้มแข็งเชิงประจักษ์ให้ได้เสียก่อน มิฉะนั้นแล้วการฝึกอบรมคงจะประสบผลสำเร็จได้ยาก เพราะชาวบ้านทุกวันนี้แกถูกเกณฑ์เข้าไปอบรมจนเอือมระอามาแล้ว หลักสูตร เนื้อหา กระบวนการ หลายแห่งทำกันเล่นๆ อบรมนิดๆหน่อยๆพอเป็นพิธีให้มีผลปรากฏในรายงาน จ่ายเบี้ยเลี้ยงแล้วก็กลับ   

แต่การอบรมครั้งนี้ ไม่มีเบี้ยเลี้ยง ไม่มีของแจกของแถม ไม่มีปัจจัยจูงใจสนับสนุนใดๆ จึงเป็นเรื่องยากที่ฝ่ายประสานงานจะไปอธิบายให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจได้ว่า มันดีอย่างไร คุ้มค่าไหมที่จะทิ้งบ้านมานอนในป่าแห่งนี้4วัน3คืน ถ้าอธิบายไม่ได้ก็จะมีปัญหาเรื่องคุณภาพและจำนวนของคนที่จะมาอบรม ชาวบ้านจะอ้างเรื่องภารกิจเฉพาะหน้า และไม่เห็นว่าการอบรมจะให้ประโยชน์อะไรเขา เรื่องนี้อย่านึกว่าง่ายนะครับ โดยเฉพาะสาระที่จะอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

หัวข้อนี้ถูกยำเละมาแล้วจากหลายหน่วยงาน ถูกเกณฑ์ไปนั่งฟังเรื่องความพอเพียง-พอประมาณ-มีเหตุมีผล-มีภูมิคุ้มกัน ชาวบ้านก็ฟังไปงั้นๆแหละ ผลประโยชน์ที่จะเกิดโดยตรงให้จับต้องได้มันยาก จะเข้าใจเฉพาะตอนที่ไปลงชื่อรับเบี้ยเลี้ยงเท่านั้น อย่างอื่นมันซึมลงไปไม่ได้แม้แต่อณูเดียว นี่คือวิกฤตของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศนี้ ผลของการอบรมแบบอีลุ่ยฉุยแฉกมันสร้างวิกฤตศรัทธาขึ้นมาอย่างน่ากลัว ในเมื่อคนไม่อยากรู้ ไม่อยากพัฒนา ไม่เสียสละเวลามาเรียนรู้ และกระบวนการที่จะสร้างเสริมความรู้ก็อยู่ในระดับเด็กเล่นขายของ มันก็เลยพอๆกันระหว่างขนมผสมน้ำยา    

เมื่อคืนนี้โชคดีที่ผมไปกวาดดูความรู้ดีๆที่น่าสนใจในบล็อก ไปเจอเรื่องที่ท่านไร้กรอบเปิดประเดินเรื่องการพัฒนา ใจความมีอย่างนี้ครับ ..พระอนุมานราชธน บอกว่า  การพัฒนา  มี สามแบบ

  • แบบ แรก  เอาชนะธรรมชาติ   คือ  เทคโนโลยี
  • แบบสอง คือ เอาชนะคน  คือ  management
  • แบบสาม คือ เอาชนะใจตนเอง  คือ  ศาสนา

ถ้าเป็นแนวคิดสมัยก่อนก็ฟันธงได้เลยว่าใช่แล้ว แต่เมื่อทุกอย่างเสื่อมล้าหลังทำไม่ความคิดแต่ละยุคสมัยจะตกรุ่นตกขอบไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าความรู้ความคิดก็ไม่ต่างกับโทรศัพท์มือถือ เพียงแต่อะไรที่เป็นหลักคิดระดับหลักการอาจจะตกขบวนช้าหน่อย

ถามว่า งานพัฒนาสังคมในปัจจุบันเป็นยังไง ก็คงจะดูก่อนว่า ตอนนี้สังคมเราเป็นยังไงละ Key word ที่อธิบายได้ดีที่สุดคือคำว่าเกียร์ว่าง:เป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายแทนความหมายได้มากกว่าคำว่า ชะลอหลังยาวเช้าชาม เย็นชามเดินไปเดินมารับห้าพัน”“พวกอีแอบ ถ้อยคำที่ประเมินความหมางเมินเหล่านี้เป็นเครื่องมือวัดแบบมาตรฐานไทย จริงๆแล้วสำนึกต่อหน้าที่และสังคมอยู่ระดับไหนหรือมีความเป็นไปอย่างไรยังกล้อมแกล้ม ..แต่มันไปโผล่ในความรู้สึกของแต่ละคน ว่าขณะนี้บรรยากาศในองค์กรสดชื่นหรือเหม็นบูด..