โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เริ่มต้นนำ “การจัดการความรู้” มาไว้ในแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2545 โดยไม่รู้เลยว่าการจัดการความรู้คืออะไร แต่ก็มีความพยายามที่จะศึกษาเรียนรู้ ลองผิด ลองถูกมาโดยตลอด ผ่าน “ศูนย์เชี่ยวชาญเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ซึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อศึกษาแนวทางการทำการจัดการความรู้ในรูปแบบต่างๆ มาใช้ในองค์กร โดยที่ผ่านมามีการให้ความสำคัญกับการดึงความรู้ออกมาจากตัวคนมาเก็บไว้ในserver เท่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> กระทั่ง ปี 2547 โรงไฟฟ้าแม่เมาะนำโดย ศูนย์เชี่ยวชาญเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหิน เริ่มเข้าใจหลักการจัดการความรู้ที่เหมาะสมกับคนโรงไฟฟ้ามากขึ้น ก็ทำให้ทราบว่าที่ผ่านมาตนเดินไม่ถูกทางนัก ทีมผู้เชี่ยวชาญฯ จึงร่วมกันศึกษาแนวทาง การจัดการความรู้ผ่านหนังสือ idiot guide knowledge management มีการแบ่งไปตีความหนังสือกันคนละ 1-2 บท แล้วมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้พวกเขามีหนทางใหม่ในการนำการจัดการความรู้มาใช้ในองค์กร</p> ประกอบกับในปี 2549 ผู้บริหารคนปัจจุบันคือ “นายศุรศักดิ์ ศุภวิฑิตพัฒนา” (คุณเอื้อ) จึงประกาศนโยบาย ด้านการจัดการความรู้อย่างชัดเจน ให้สายงานการผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ต้องดำเนินการจัดการความรู้อย่างทั่วถึงพร้อมกับยกเลิกศูนย์เชี่ยวชาญเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปลี่ยนเป็น “คณะทำงานจัดการองค์ความรู้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ (คุณอำนวย) ขึ้นมาทำหน้าที่ในการกำหนดแนวทางการดำเนินการ และอำนวยการติดตามการดำเนินการจัดการความรู้ในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ภารกิจที่คณะทำงานการจัดการความรู้โรงไฟฟ้าแม่เมาะต้องคิดต่อก็คือ จะนำหลักการเรื่องการจัดการความรู้ที่ได้ศึกษามาตลอดระยะมาใช้จริงในองค์กรได้อย่างไร นั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายๆ องค์กรกำลังประสบปัญหา อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่พวกเขาค้นพบก็คือ การจัดการความรู้นั้นน่าจะเน้นไปที่การให้ความสำคัญพัฒนาทรัพยากรบุคคล มากกว่าตัวความรู้ ดังนั้นพวกเขาจึงค้นหาแนวทางปฏิบัติจากอินเตอร์เน็ต จึงได้พบกับ เว็บไซด์ของ“สถาบันส่งเสริมการจัดการรู้เพื่อสังคม (สคส.)” และ Blog ของ GotoKnow.org มีการพยายามติดตามทำความเข้าใจแนวทางการจัดการความรู้จากเว็บไซด์ดังกล่าว ติดตามการอบรมด้านการจัดการความรู้ กับ สคส.หลายครั้ง และพบว่าแนวทางของสคส.น่าจะเป็นแนวทางเดียวกับที่พวกเขาคิดไว้แต่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> กลางปี 2549 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ นำโดยคณะทำงานการจัดการความรู้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ มีความเห็นร่วมกันว่า Strategic Knowlegeg ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้แก่ ความรู้ด้านการเดินเครื่อง และบำรุงรักษา ซึ่งเป็นความรู้หลักที่จะตอบสนองวิสัยทัศน์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ อีกทั้ง งานด้านการผลิตและบำรุงรักษา ยังมีหน่วยงานต่างๆ ที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กัน แต่แบ่งการบริหารเป็นแผนกต่างๆ อยู่ภายใต้กองซึ่งแบ่งงานกันตามโรงไฟฟ้าซึ่งมี 10 โรงไฟฟ้า เช่น แผนกบำรุงรักษาหม้อน้ำ มีจำนวน 4-5 แผนก ปฏิบัติงานด้านการบำรุงรักษาหม้อน้ำเหมือนกันแต่กระจายงานกันไปตามโรงไฟฟ้าต่างๆ หรือกรณีกองบำรุงรักษา ซึ่งมี 5 แผนก แต่อาชีพซ่อมเหมือนกัน ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวไม่ค่อยได้คุยกัน คณะทำงานจัดการองค์กรความรู้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จึงได้จัดตั้งกลุ่มตามแนวทาง “ชุมชนนักปฏิบัติ” เพื่อเป็นเวทีสำหรับบุคลากรจากแผนกต่างๆ ที่รับผิดชอบงานคล้ายๆ กัน และบุคลากรที่มีประสบการณ์ในงานนั้นๆ ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน โดยเรียกชื่อกลุ่มว่า “คณะทำงานวิชาชีพ” (Cross-Functional Team:CFT ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “คุณอำนวย” ปัจจุบัน มีจำนวน 7 คณะ ได้แก่ คณะทำงานวิชาชีพไฟฟ้า คณะทำงานวิชาชีพระบบควบคุมอุปกรณ์และเครื่องมือวัด คณะทำงานวิชาชีพหม้อน้ำ คณะทำงานวิชาชีพกังหัน คณะทำงานวิชาชีพบำรุงรักษา FGD. คณะทำงานวิชาชีพเดินเครื่องโรงไฟฟ้า และคณะทำงานวิชาชีพเดินเครื่อง FGD. แต่ละคณะจะมีผู้ปฏิบัติงานระดับ 10 เป็นหัวหน้าคณะทำงานในแต่ละคณะ) จากนั้นจึงตัดสินใจเริ่มจัด Workshop ครั้งแรกให้กับสมาชิกคณะทำงานวิชาชีพระบบควบคุมอุปกรณ์และเครื่องมือวัด(Control & Instrument) พร้อมทั้งจัดให้ แกนนำ CFT จากทุกคณะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย </p><p> วิธีการในครั้งแรก เริ่มจากการทำ Team Building เพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกันในหมู่พนักงาน จากนั้นจึงบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิด และแนวทางการจัดการความรู้ของโรงไฟฟ้า, เครื่องมือการจัดการความรู้ต่างๆ เช่น เรื่องเล่าเร้าพลัง, การเรียนรู้หลังการปฏิบัติ และการใช้งานเว็บไซด์ “ภูมิปัญญาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ” เพื่อจัดเก็บและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากนั้นในวันรุ่งขึ้น จะแบ่งกลุ่มกลุ่มละประมาณ 9-10 คน มีการคัดเลือก “คุณบันทึก” กันเองในกลุ่ม มีหัวหน้าคณะCFT ทำหน้าที่เป็น “คุณอำนวย”ในแต่ละกลุ่ม เพื่อฝึกให้สมาชิกฝึกเล่าเรื่อง โดยตั้งหัวปลาจำลองเอาไว้ว่าเป็นเรื่อง “ความสำเร็จในการปรับปรุงพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาของตน” ในการเล่าเรื่องจะมีการจดบันทึกประเด็นที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งถ่ายเป็น VDO Cilp เอาไว้ ทั้งหมด เพื่อไปใส่ไว้ในคลังความรู้ เมื่อจบกระบวนการเล่าเรื่องแล้ว ในช่วงบ่ายจะให้สมาชิกร่วมกิจกรรมเรียนรู้หลังการปฏิบัติ นับเป็นการเริ่มต้น เรียนรู้เรื่องการนำการจัดการความรู้มาปฏิบัติจริงในองค์กรครั้งแรก ซึ่งจากการจากการจัด Workshop ครั้งแรก นี้คณะทำงานการจัดการองค์ความรู้การไฟฟ้าแม่เมาะ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในฐานะคุณอำนวยหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเรื่องเล่า การสร้างบรรยากาศ การEmpowerment ณ จุดปฏิบัติ การต่อยอดความรู้ขยายผล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ทั้งนี้คุณชรินทร์ หัวหน้าคณะทำงานจัดการองค์ความรู้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ กล่าวว่า หลังจากจัดกิจกรรมครั้งแรก คณะทำงานก็ได้เรียนรู้ว่าการเตรียมเรื่องเล่าจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อให้เขาเตรียมตัวก่อนมาเล่า อีกทั้งเรื่องการจัดโต๊ะที่ต้องสร้างบรรยากาศในการเล่าให้มาก โดยคิดว่าครั้งต่อๆ ไปจะมีการทำป้ายเตือนผู้ว่าว่าผู้ฟังที่ดีจะต้องฟังอย่างไร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ด้านคุณสุนทร์ กล่าวว่า สิ่งที่คณะทำงานได้เรียนรู้มากที่สุดจากการลงมือปฏิบัติจริงในครั้งแรกนั้น คือพลังแห่งเรื่องเล่า พวกตนไม่คิดว่าเรื่องเล่าที่สคส.ยืนยันว่ามีพลังยิ่งนักนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นจริง ก่อนที่จะจัดครั้งแรกตนคิดว่าบางคนอาจจะไม่กล้าเล่า อาจจะมีการหวงความรู้บ้าง แต่พอจัดจริงๆ แล้วแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า การที่จัดให้คนทำจริงมานั่งจับกลุ่ม 10 คนผลัดกันเล่าเรื่องงานที่ตนเองทำสำเร็จจะสามารถสร้างพลังให้กับกลุ่มได้มากขนาดนี้ ทำให้หลายๆ อยากมาอีก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">คุณพินิจ กล่าวว่า พลังที่ผู้เล่าปลดปล่อยออกมาทำให้ตนรู้สึกว่าพวกผู้ปฏิบัติงานนั่นแหละคือพระเอกตัวจริง ที่ผ่านมาไม่เคยมีเวทีให้เขาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์อันทรงคุณค่าแก่กัน กิจกรรมนี้ทำให้ผู้เล่าหรือผู้ปฏิบัติงานรู้สึกว่าเขามีความหมาย ทุกคนฟังกันและกัน มีการถามการช่วยกันเสริมเติมเต็มให้กัน เป็นการทำให้ผู้เล่าเกิดความแหลมคมขึ้นจากการให้โดยการเล่านั่นเอง นอกจากนี้จากการพูดคุยกับหัวหน้างานก็พบว่าหลายคนบอกว่ากิจกรรมนี้ทำให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะว่าการจัดการความรู้เป็นการจัดการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนผ่านการถ่ายทอดความรู้ ปัจจุบันใครติดขัดปัญหาเรื่องอะไรก็ยกหูโทรศัพท์คุยกัน ข้ามโรงไฟฟ้าข้ามแผนกอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ขอเปิดเผยแค่นี้ก่อนค่ะ ใครสนใจว่าตอนต่อไปเป็นอย่างไร และกระบวนการการจัดการความรู้ เทคนิคอันแยบยลแบบทำไปเรียนรู้ไป จากมวยวัดเป็นมวยสมัครเล่นได้อย่างไร ติดตามได้ในงานมหกรรมปลายปี.....ค่ะ</p>+++++++++++++++++++++++++++++