เพิ่งกลับจากเวียงจันทร์ ด้วยผิวอันแห้งเกรียมจากการกรำแดดตลอดสองวันที่ผ่านมา...เอามาเล่าเผื่อใครอยากไปตะลุยเดี่ยวเที่ยวเวียงจันทร์บ้าง
หลังผ่านแดนจากอุดรเข้าสู่ลาว ก็เริ่มเปิดคลื่น FM ลาว ปรับบรรยากาศให้เข้ากับสถานที่ ฟังไปฟังมา เพลงลูกกรุงลาวแทบไม่ต่างจากไทยเลย...สงสัยซาวลาวจะฟังเพลงไทยมากไปเด้อ...
ระหว่างทางเข้าเมืองเวียงจันทร์ช่วงนี้ มีการทำถนนทำให้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ถามจากซาวลาว เปิ้นว่า เมื่อเดือนก่อนมีการขุดเจอลูกนิมิตรปิดทอง และของมีค่าสมัยก่อนตามหน้าวัด ทางรัฐบาลจึงสั่งให้ขุดหาตลอดทาง และถือโอกาสทำถนนใหม่ไปด้วย...ข่าวว่าได้มาหลายอยู่
จะเที่ยวเวียงจันทร์ให้ทั่ว ท่ามกลางสภาพอากาศอันร้อนระอุ ถ้าไม่ไปกับทัวร์ ก็ต้องเหมารถตุ๊ก ตุ๊ก จัมโบ้เที่ยว แต่อย่างเราต้องนี่เลย...รถถีบ.. หลังจากเดินจนเริ่มเมื่อย ก็เหลือบไปเห็นป้าย rent bike เล็กๆ ที่หน้าร้านขายรถถีบ..โชคช่วยจริงๆ ที่ตาดี เช่าอัตราเงินไทย 50 บาท/วัน ยืมตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงของอีกวัน..สบายใจหายห่วง น่าจะดีกว่าเช่ารถจักรแหละน่า...ทำตัวเป็นซาวลาวซะเลย
ขอแนะนำว่าใครจะไปเที่ยวเวียงจันทร์ ลงรถที่บขส. ข้ามฝั่งเดินทะลุตลาดเซ้า และข้ามถนนอีกรอบ ร้านเช่ารถถีบ อยู่ตรงหน้านั่นเอง
วันเดียวเที่ยวทั่วเวียงจันทร์จริงๆ ไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเซ้า หอพระแก้ว วัดสีสะเกด ประตูไซ พระธาตุหลวง ริมฝั่งโขง ฯลฯ ตามแต่จะมีกำลังปั่นไหว ที่แน่ๆ มีแต่คนไทย จนนึกว่าเดินอยู่เมืองไทยซะแล้ว...คนไทย คนลาว คือพี่น้องกันโดยแท้ คนลาวทุกคนพูดไทยซัดถ้อยมาก เพราะอ่านหนังสือ ดูทีวีไทยมาตั้งแต่เล็กจนโต
ตกค่ำห้ามพลาด ต้องไปดูน้ำพุเต้นระบำที่หน้าประตูไซ มีให้ซมตั้งสองแห่ง งามกว่าน้ำพุที่กัวลาลัมเปอร์เป็นไหนๆ แล้วก็ต่อด้วยไปหาของกินที่ตลาดค่ำ เลยโรงแรมลาวพาเลซไปสักพัก ผ่านทางอันมืดมิดจนไม่นึกว่าจะมีของขายมากมายขนาดนั้น...ถ้าไม่ใจกล้าเสี่ยงไปดู ก็คงไม่ได้เจอแน่ๆ
เดินทางในลาว ไม่ว่าจะยามวันหรือยามคืน ปลอดภัยมากๆ สบายใจหายห่วง แม้จะเดินทางคนเดียวก็ตาม ซาวบ้านเปิ้นบอกว่า คนลาวตกใจง่าย แค่ได้ยินเสียงคนเอิ้น หมาเห่า หรือรถซน ก็ออกมาเบิ่งกันทุกบ้านแล้ว เว้นแต่ยามเที่ยง บางทีหลับไม่ตื่นก็มี
ไปเที่ยวทุกที่ก็มักจะได้เพื่อนใหม่กลับมา คราวนี้ได้เด็กๆ แถวบขส. ยกขบวนตามเป็นพรวน จะไปไหน กินอะไร ก็มีคนนำทาง จัดสรรให้ได้อัตราซาวลาวมาเสร็จสรรพ เปิ้นว่าพี่สาวคนงามใจดี จะคอยดูแลให้จนกลับเลย...อิ่ อิ่..ปลื้ม
และก็ได้เพื่อนใหม่ พร้อมกับเรื่องราวซาวลาวมาอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว เป็นนักศึกษาแพทย์ปีสาม ว่าที่กุมารแพทย์ ที่มีพ่อและพี่ชายอีกสองคนเป็นแพทย์ ส่วนพี่ชายอีกคนที่เหลือจบวิศวะจากลาดกระบัง น้องแกเล่าว่าเป็นหมอเด็กดี ตีก้นเด็กสองทีก็ได้เงินแล้ว ไม่อยากเป็นหมอประสูติ (สูตินารีแพทย์) หรือหมอยา (เภสัชฯ) เพราะต้องเรียนยาก
การศึกษาลาวต่างจากไทย ตรงที่เรียนประถม 5 ปี มัธยม 6 ปี อุดมศึกษาอีก 5 ปี ถ้าเรียนแพทย์ต้องถึง 7 ปีทีเดียว นักเรียนหญิงทุกคนต้องนุ่งซิ่นไปเรียน แยกสถาบันกันตรงลายที่ชายซิ่น มีโรงเรียนจีนที่เดียวเท่านั้นที่ยอมให้ใส่กระโปรงได้ เค้ารักษาวัฒนธรรมกันเยี่ยงนี้ คนลาวถึงงดงามทั้งกายและใจ ส่วนนักเรียนซายใส่เสื้อขาวแขนสั้นหรือยาวก็ได้ แต่ต้องใส่กางเกงขายาวตั้งแต่ประถม โรงเรียนนอกระบบก็จะมีผูกเนคไท แยกกันตรงสีไทเช่นกัน เสียดายไปช่วงปิดเทอม เลยไม่ได้เก็บภาพมาฝาก คงจะดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว
ที่ลาวสนับสนุนเรื่องการศึกษามาก แต่ไม่ได้เข้มงวดเหมือนไทย หลักสูตรการศึกษาคล้ายไทย มี 8-9 วิชา แต่ไม่มีสาระการงานพื้นฐานอาชีพ ส่วนมหาวิทยาลัยสบายมาก เรียนวันละ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น นักศึกษาแพทย์บางวันเรียนแค่ 1 ชั่วโมง เพราะให้เอาเวลาไปศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองที่ห้องสมุด
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติของลาว หรือมหาวิทยาลัยดงโดก ไม่ต่างจากไทยตรงที่ให้เลือกคณะก่อนสอบ แต่ของลาวเมื่อเข้าไปเรียนแล้ว หากเกรดไม่ดีสามารถโอนย้ายไปคณะรองได้ คนที่ไม่ได้เรียนต่อทันทีก็สามารถกลับมาสอบเข้าสายพิเศษได้เช่นกัน โดยอาจารย์จะพิจารณาดูความสามารถในการเรียน และอนุมัติให้ศึกษาต่อ ข้อดีของสายพิเศษคือ หากสอบไม่ผ่านก็สามารถเลื่อนชั้นได้ แล้วค่อยกลับมาสอบซ่อมทีหลัง เพียงแค่จ่ายค่าเรียนมากกว่าสายธรรมดาเท่านั้น ก็แค่ จาก 1000 บาท/ปี เป็น 2000 บาท/ปี โดยประมาณ
เพิ่งจะรู้ว่ารายได้ซาวลาวต่ำมาก ขนาดเป็นหัวหน้าหมอผ่าตัด เพิ่งจะได้เงินเดือนแค่สี่พันกว่าบาทเท่านั้น คนธรรมดาส่วนใหญ่รายได้เฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งพันบาทต่อเดือน แต่ค่าครองชีพไม่ได้ต่างจากไทยมากมายเลย หนำซ้ำสินค้าทุกอย่างมาจากเมืองไทย และต้องเสียภาษีทำให้แพงกว่ามาก
พวกที่เป็นนาย ซาวบ้านบอกว่าก็ไม่ได้ตั้งใจไปเลือกตั้งเท่าไหร่หรอก เพราะไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ได้กลับมาทำประโยชน์ให้ซาวบ้านเลย มีแต่หาสวัสดิการให้คนของรัฐเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการซื้อรถใหญ่ราคาถูก เพียงแค่ใช้ป้ายรัฐวิสาหกิจ (ทะเบียนรถสีขาวตัวหนังสือดำ) โดยอาศัยชื่อรัฐเป็นเจ้าของ ก็ได้ราคาถูกกว่าชาวบ้านแล้ว หรือถ้าเป็นนาย รัฐก็มีรถให้ใช้ รถเก่าก็เปลี่ยนให้ ในขณะที่ซาวบ้านจะซื้อรถกระบะสักคัน ราคาก็ปาเข้าไปตั้งแปดแสน
แต่ข้อดีของซาวลาวก็คือความมีน้ำใจและไม่นิยมทำงานไกลบ้าน หลังจากเอากันแล้ว (แต่งงาน) ก็อยู่ด้วยกันตลอด เด็กลาวจึงไม่ค่อยมีปัญหาครอบครัว ไม่ค่อยใจแตกและไม่เอายาเสพติด ครูจะให้หมอเข้าไปบรรยายเกี่ยวกับโทษของบุหรี่ ยาเสพติด และเซ็กส์ในโรงเรียน ทำให้ไม่ค่อยมีคนอยากลอง เหล้าก็ไม่ดื่มเพราะแพง จะมีก็แต่เบียร์ลาวที่รสจืดกว่าเบียร์ไทยหลายเท่า...เป็นเมืองสงบจริงๆ
ถ้าไม่ได้เล่าถึงเรื่องอาหารลาวคงไม่ครบรส ที่ขาดไม่ได้น่าจะเป็นกาแฟที่รสเข้มข้น หอมหวนชวนดื่ม นอกจากกาแฟแล้วคนลาวนิยมน้ำเต้าหู้และต้องผสมเฉาก๊วยด้วยนะ ถึงจะครบสูตร ของว่างก็จะเป็นปันกวน คล้ายๆ ข้าวเกรียบปากหม้อบ้านเรานั่นแหละ เค้าว่าเลียนแบบมาจากเวียดนาม เลยใช้ชื่อเหมือนที่เวียดนาม ส่วนของว่างหนักหน่อยก็คือ ข้าวจี่ปาเต้ เลียนมาจากแฮมเบอเกอร์เมืองฝรั่ง เพียงแต่ใช้ขนมปังฝรั่งเศสที่แทบกัดไม่เข้าแทน แล้วก็เปลี่ยนไส้ให้ตรงใจซาวลาวหน่อย เค้าว่าขนมปังฝรั่งมันนิ่มไป ไม่อร่อย สู้ขนมปังแข็งไม่ได้...แต่เรากัดแทบไม่เข้าเลย
เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คงต้องไปพักก่อน คราวหน้าจะมาเล่าเก็บตกจากลาวต่อ รวมถึงทริปอุดรด้วย...เผื่อใครอยากไปบ้าง
ค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง
ค่ารถตู้จากสนามบินไปบขส.อุดร 60 บาท
ค่ารถ Internation Bus อุดรฯ-เวียงจันทร์ 85 บาท
ค่าธรรมเนียมผ่านด่าน 20 บาท หรือ 5000 กีบ
(แลกเงินที่ด่าน อัตราไม่ต่างจากที่เวียงจันทร์มากนัก ตอนจ่ายค่าธรรมเนียมจะถูกกว่าใช้เงินไทย)
ค่าเช่ารถถีบ หน้าตลาดเซ้า 50 บาท (คืนก่อนกลับ)
ค่าแสตมป์ส่งโปสการ์ดมาไทย 6000 กีบ/ใบ (ส่งไปเวียดนาม 6000 อินโด 7000 กีบ)
ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว 5000 กีบ/ที่
(วัดสีสะเกด, หอพระแก้ว, พระธาตุหลวง)
ไม่รวมเงินทำบุญ ค่ากิน ค่าของฝาก และที่พักซึ่งตามแต่กำลังในการจ่าย ถ้า Guest house เสาร์-อาทิตย์ ราคา 1 แสนกีบ ขึ้นไป
(อัตราแลกเงินทั่วไป 1 บาท = 276 กีบ แลกร้านค้าในตลาดเซ้า 1 บาท = 277 กีบ : 24-25/3/07)
แวะมาจ้า....ไปเที่ยว เวียงจันทร์....ดีจัง....
พี่หน่อยเคยไปเหมือนกัน ได้ไปปั่นจักรยานเที่ยว
ตามวัด วัดเยอะนะ
บ้านเดิมอยู่ศรีสะเกษจากบ้านไปนาน ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ไม่เคยได้ไปลาวเลย เป็นความฝันลึกๆ อยากได้สูดละอองท้องถิ่น มีอะไรดีเมล์ไปส่งข่าวกันบ้างเด้อ
ข้อย คนไกลบ้าน ผู้น่ารัก
ค่าโรงแรมแพงมั้ย ถ้าไปคนเดียวจะใช้เงินประมานเท่าไร่
เวียงจันทน์ครับไม่ใช่เวียงจันทร์
ไปมาแล้วสุดยอด
พอดีจะไปเที่ยวเวียงจันทร์เลยแวะมาศึกาข้อมูลจ้า
สวัสดีครับ
ตามมาเที่ยวเวียงจันทร์ แล้วก็มาชวนไปล่องเรือที่ ริเวียร่า ครับ
...
http://gotoknow.org/blog/provence/225298
มีโอกาสได้ไปลาวหลายครั้ง ทั้งที่เป็นแขกสำคัญของรัฐบาลลาว และไปเที่ยวเอง โดยเฉพาะระยะหลังจะไปเที่ยวคนเดียว ต้องยอมรับว่า ลาวในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิม บ้านเมืองมีการพัฒนาขึ้น คนลาวโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นบางส่วนก็เริ่มเอาอย่างไทย แต่ก็น่าจะเป็นส่วนน้อย ยังไงก็ตามลาวยังคงเสน่ห์ความเป็นประเทศที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ การเป็นอยู่ที่สงบเงียบได้อย่างดี
ถ้ามีโอกาสไปเที่ยว อย่ารอช้ากันเลย รีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปเหอะ ก่อนที่ความเจริญจะเข้าไปทำลายจนหมด โดยเฉพาะจากคนไทยเรานี่ล่ะ
สำหรับค่าที่พักมีตั้งแต่ถูกมากๆ ไปจนแพงสุดเช่นกัน ในเวียงจันทร์ 200 บาทก็หาได้จากเกรสเฮ้าส์ริมแม่น้ำโขง ส่วนหลวงพระบางต้องแพงขึ้นอีกนิด ค่ารถก็ไม่กี่บาท ตอนนี้อัตราแลกเปลี่ยน 243 กีบต่อ 1 บาท ค่ารถเมล์จากสะพานมิตรภาพไทยลาวเข้าเวียงจันทร์ ก็ 5000 กีบ พยายามไปกันเช้าๆ หน่อย อย่างน้อยก็ได้เที่ยวเวียงจันทร์จนทั่วนั่นล่ะ
ไปเวียงจันทร์มาแล้วค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูกจากบางแสนไปเวียงจันทร์ไปกลุ่มละ 7 คนกำลังดีแชร์ค่าใช้จ่ายกันตั้งแต่ค่าเดินทางค่ารถค่ากินแถมเที่ยวไนท์คลับลาวด้วยค่าที่พัก 2คืนตกคนละ 2,060 บาท(ไป-กลับบางแสนเวียงจันทร์)คิดเงินหลักง่ายๆ5,000กีบเท่ากับ 20 บาท บรรยากาศดีเงียบๆเหมือนชนบทไทยแค่หนองคายกับเวียงจันทร์ก็แตกต่างกันมากในเรื่องของความเจริญ(เช่ารถตู้ที่ฝั่งลาวเที่ยวเลยคนขับรถเป็นไกด์ได้ทุกคน)ไม่สนุกหรอกนะคะแต่จะได้ความสุขมากกว่าแค่เห็นวัดก็คุ้มแล้ว
เคยไปลาวมาแล้ว 3 รอบค่ะ ไปกับชมรมบ้านไอซีทีเลย ค่ะ ไปช่วยงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวค่ะ ที่คณะศึกษาศาสตร์ กระซิบนิดนึงแสงสีและเสียงชีวิตกลางคืนที่ลาวก็สนุกนะคะ
เคยไปลาวมาแล้ว 3 รอบค่ะ ไปกับชมรมบ้านไอซีทีเลย ค่ะ ไปช่วยงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวค่ะ ที่คณะศึกษาศาสตร์ กระซิบนิดนึงแสงสีและเสียงชีวิตกลางคืนที่ลาวก็สนุกนะคะ
เคยไปลาวมาแล้ว 3 รอบค่ะ ไปกับชมรมบ้านไอซีทีเลย ค่ะ ไปช่วยงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวค่ะ ที่คณะศึกษาศาสตร์ กระซิบนิดนึงแสงสีและเสียงชีวิตกลางคืนที่ลาวก็สนุกนะคะ
up date ตอนนี้ที่เวียงจันทร์เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะทางด้านบันเทิงตอนนี้รับวัฒนธรรมต่างชาติไปเต็มๆ แต่วํฒนอื่น อาทิ
การเรียน การแต่งต้ว การใช้ชิวิตประจำวันสำหรับประชาชนธรรมดา ยังมีให้เห็นอยู่พอควร