วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๐
ผู้เข้าประชุมครั้งนี้เป็นพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่มีประสบการณ์การดูแลแผลกดทับจาก ๒๕ หอผู้ป่วย/หน่วยงาน จำนวนเกือบ ๕๐ คน เริ่มเปิดการประชุมตั้งแต่ ๐๘.๐๐ น. โดยคุณอารีย์ บุญบวรรัตนกุลกล่าวรายงานและรองหัวหน้าภาควิชาพยาบาลศาสตร์ฝ่ายบริการกล่าวเปิดการประชุม ต่อจากนั้นเป็นการทำกิจกรรมเพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้ทำความรู้จักกันและมีความรู้สึกผ่อนคลาย นำโดยคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศินและอาจารย์พจนี รอดจินดา ทั้ง ๒ คนนี้แม้จะไม่ได้คุยกันมาก่อน แต่ก็เตรียมกิจกรรมและเกมส์มาสอดคล้องกัน เราให้เวลาสำหรับทำกิจกรรมช่วงนี้ ๔๕ นาที เรียกเสียงหัวเราะและความสนุกสนานได้ดีทีเดียว หลังจากนั้นก็พัก รับประทานอาหารว่าง
ปฏิบัติการลงโทษให้เต้นโชว์ |
จับกลุ่มตามบัตรคำ |
๐๙.๔๕ น.ดิฉันแนะนำผู้เข้าประชุมให้รู้จักกับ KM บอกให้รู้ว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มย่อยจะเน้นที่ความรู้ปฏิบัติ คนที่เกี่ยวข้องคือคุณอำนวย คุณกิจ คุณลิขิต แต่ละคนมีบทบาทอย่างไรบ้าง แนะนำวิธีการเล่าเรื่องความสำเร็จ การฟังอย่างลึก การตีความสกัดขุมความรู้ นำตัวอย่างเรื่องเล่าสั้นๆ มาให้ผู้เข้าประชุมได้ลองตีความ และไม่ลืมขอให้ทุกคนปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิทั้งของผู้เล่าและผู้ฟัง ก่อนจะให้แยกย้ายกันเข้ากลุ่มย่อย ๕ กลุ่มตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ดิฉันพบว่ากลุ่มย่อยทุกกลุ่ม active มาก สมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมกันอย่างทั่วหน้า จนได้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน
| |
กลุ่มนี้มีคุณอรุณีเป็นคุณอำนวย |
|
สมาชิกกำลังเล่าวิธีปกป้องใบหู |
๑๓.๐๐ น. แต่ละกลุ่มได้ส่ง “คุณลิขิต” มานำเสนอว่าในกลุ่มของตัวมีเรื่องเล่าและสกัดได้ขุมความรู้อะไรบ้าง มีเรื่องใดที่น่าประทับใจ การฟังเรื่องเล่าของแต่ละกลุ่ม ทำให้รู้ว่าการป้องกันและดูแลแผลกดทับนั้น เป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามสูง ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการกระทำอย่างนุ่มนวล เช่น การจัดท่าก็ต้องระวังใบหูจะถูกกดทับ พลิกตัวไปทางไหนก็ต้องจัดถุงรองปัสสาวะให้ไปทางเดียวกัน ต้องมีระบบเตือนให้มีการพลิกตัวผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น
มองเห็นได้ว่าผู้ช่วยพยาบาล (PN) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และน้องๆ เหล่านี้ได้คิดเทคนิควิธีการดูแลผู้ป่วยที่น่าประทับใจหลายเรื่อง บางเรื่องแม้แต่คนที่ทำงานอยู่ ward เดียวกันก็ยังไม่รู้เลย ดิฉันจดบันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้ เพื่อจะนำไปจัดกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อในวันรุ่งขึ้น
หลังจากนั้นดิฉันให้ทีมคุณอำนวยและคุณลิขิต ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นคณะกรรมการติดตามประเมินตัวชี้วัดแผลกดทับทำหน้าที่คัดแยก จัดหมวดหมู่ สังเคราะห์ขุมความรู้เป็นแก่นความรู้ ขณะที่ทำงานนี้ต้องคอยเตือนว่าให้นึกย้อนถึงเรื่องเล่าด้วยว่าเขาบอกอะไร card ขุมความรู้มีเยอะมาก เราต้องลงไปนั่งกับพื้นแล้วช่วยกันดู ในเบื้องต้นสามารถจัดกลุ่มได้ ๑๒ แก่นความรู้
ขณะที่เราจัดหมวดหมู่ขุมความรู้อยู่นอกห้องประชุมนั้น ผู้เข้าประชุมในห้องก็ชม VCD คุณค่าและมูลค่าของปัญญาปฏิบัติ บทเรียนจาก รพ.บ้านตาก จบในเวลาที่พักรับประทานอาหารว่างพอดี
ชั่วโมงสุดท้ายของการประชุมในวันนี้ ดิฉันนำเสนอว่าเราได้แก่นความรู้อะไรมาบ้าง ต่อไปให้กลุ่มย่อยแต่ละกลุ่มช่วยกันสร้างเกณฑ์ระดับความสำเร็จ ๑ ถึง ๕ ให้ทำเพียงกลุ่มละ ๑ แก่นความรู้ เป็นแบบฝึกหัดคือเรื่องการประเมินความเสี่ยง การพลิกตัวและเปลี่ยนท่า การลดแรงกด การจัดการกับการขับถ่าย การดูแลปกป้องผิวหนัง เรื่องเหล่านี้มีขุมความรู้อยู่จำนวนมาก ถึงเวลานี้ก็ได้ตารางแห่งอิสรภาพที่จะให้ทีมจาก ward ต่างๆ ได้ทดลองประเมินตนเองในวันพรุ่งนี้ คุณสุภาพรรณพิมพ์เกณฑ์และทำแบบประเมินให้คุณอารีย์นำไปถ่ายสำเนาต่อ
นอกจากนี้คุณสุภาพรรณยังได้ถอดสูตรในไฟล์ excel ที่ใช้บันทึกคะแนนการประเมินตนเองให้สามารถรับข้อมูลได้ถึง ๒๕ กลุ่ม เพิ่มจากเดิมที่รับได้เต็มที่ ๑๘ กลุ่มเท่านั้น
เสร็จการประชุมวันแรกเวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. หลังจากนั้นทีมวิทยากรและทีมจัดงาน AAR กันต่อ และวางแผนงานสำหรับวันรุ่งขึ้น กว่าจะแล้วเสร็จก็เลยเวลา ๑๗ น.ไปแล้ว
วัลลา ตันตโยทัย
ดีจังเลยนะครับ อยากร่วมกิจกรรมอย่างนี้บ้างจังเลย แต่ผมทำงานในโรงพยาบาลชุมชน ไม่ค่อยมีโอกาสเลย สู้ๆครับผม
เรียนคุณ Dukdik
อยู่ รพ.ชุมชนก็ทำกิจกรรมแบบนี้ได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายใน รพ. หรือระหว่าง รพ.ข้างเคียงก็ได้ ถ้าสนใจทดลองทำส่ง e-mail address มานะคะ ดิฉันจะส่งเอกสารแนะแนวทางการจัดกิจกรรมไปให้ค่ะ (ถ้าส่งผ่านระบบ e-mail ของ gotoknow ไม่รู้จะแนบไฟล์อย่างไรค่ะ)
สนใจการทำกิจกรรมแบบที่อาจารย์ทำค่ะ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ต้องเรียนปรึกาและขอคำแนะนำด้วยค่ะ ทำงานในชุมชนของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กทม.ค่ะ อยากลองนำมาประยุกต์ใช้และเชื่อมต่อระหว่างชุมชนกับงานรักษา
ดิฉันดีใจมากที่คุณกนกวรรณสนใจที่จะนำกิจกรรม knowledge sharing ไปใช้ มีโอกาสทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนทำงานในศูนย์บริการสาธารณสุขต่างๆ ซึ่งมีอยู่จำนวนหลายศูนย์ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่และชุมชน
เริ่มแรกจะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะทำกิจกรรมนี้ไปเพื่ออะไร แล้วจึงคัดเลือกคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมวง อย่างเรื่องในบันทึกข้างต้น เขามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการป้องกันและดูแลแผลกดทับ เป็นต้น
หากสนใจลองอ่านจากบันทึกหลายๆ บันทึกได้ โดยใช้คำค้น KM workshop, ตลาดนัดความรู้ แต่การทำงานอย่างนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบหลักและมีการวางแผนระยะยาว ไม่ใช่จัด workshop ครั้งเดียวแล้วเสร็จ
สวัสดีครับอาจารย์ ผมห่างเหิน gotoknow ไปนานเลย ต้องไปทำธุระต่างจังหวัด ตอนนี้กลับมาแล้ว เมลล์ของผมนะครับ [email protected] สนใจมากๆเลยครับ รบกวนเรื่องเอกสารด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับผม