สืบเนื่องจาก บันทึกของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์เรื่อง KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ : 279. เขียน บล็อก เพื่ออะไร ทำให้ผมลองมาคิดดูว่าผมเขียนบันทึกลงบล็อกเพื่ออะไร...โดยเอาบล็อก beemanNUKM เป็นตัวตั้งหรือเป็นโจทย์ครับ ส่วนบล็อกอื่นๆ เอาไว้ค่อยมาวิเคราะห์กันในวันข้างหน้าก็แล้วกัน
เขียนบันทึกเพื่ออะไร
- อยากมีบันทึก...ครบ 100 บันทึก...แรกเริ่มที่เปิดบล็อกนี้เพราะเห็นท่านอาจารย์วิบูลย์ เขียนบันทึกต่อเนื่อง 80 บันทึก แล้วได้รางวัล "สุดคะนึง" 2 ครั้ง...เลยอยากเอาอย่างบ้าง...คอยกระตุ้นซึ่งกันและกันเลยอยากมีบันทึกที่เป็นสถิติ 100 บันทึก
- ตอนเปิดบล็อกใหม่นั้นคิดอยู่ว่าจะใช้นามแฝงอะไรดี...มาคิดถึงตัวเอง..ท่านอาจารย์สมบัติ นพรัก ชอบเรียกว่า "พ่อผึ้ง" อย่ากระนั้นเลย...เอาชื่อนี้ดีกว่า "beeman" หรือ "มนุษย์ผึ้ง" บ่งบอกถึงความเป็นตัวเองดี...แต่ว่าเขาให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับ KM เลยต้องมี KM ต่อท้าย...แต่ว่าเราอยู่นในมน. ก็เลยต้องมี NU ด้วย
- ทีนี้เขียนเรื่องอะไรดีล่ะ..ก็เขียนเรื่องความเป็นตัวตนของ beeman ดีกว่า...ก็ไม่พ้น (1) เรื่องงาน (2) เรื่องที่อยากเขียนและเรื่องสบายๆ (3) เรื่องผึ้ง (4) เรื่องคนเลี้ยงผึ้ง (5) ชื่นชมคนอื่นบ้าง (6) แลกเปลี่ยน/ถ่ายทอดประสบการณ์ ทางด้าน KM (7) บางครั้งก็ทำบทเรียนแบบ E-learning
- เนื่องจากเป็นคนยุคเก่า Low tech..การมาเขียนบันทึก..ฝึกใช้ไปเรื่อยๆ ความสามารถทางคอมพิวเตอร์ก็เพิ่มมากขึ้น..อย่างน้อยเทคนิคต่างๆ ใน GotoKnow ก็เรียนรู้เพิ่มขึ้น..นอกจากนั้นยังได้เทคนิคใหม่ จากการ "กล้า" ที่จะไปลองผิดลองถูก
- การใช้ภาษาดีขึ้น...เพราะเราต้องเขียนถ่ายทอดให้คนอื่นอ่าน..ต้องระวังเรื่องการใช้ภาษาและคำผิดต่างๆ
- อยากแบ่งปันประสบการณ์..ให้คนอื่นได้ทราบเพื่อเป็นบทเรียนของเขา..บางครั้งก็เป็นเรื่องความสำเร็จ..บางครั้งก็เป็นเรื่องของความผิดพลาด...แต่ก็จะบอกถึง Fact หรือ "วิธีการ" แก้ปัญหาเอาไว้ด้วย..เพื่อการนำไป "ปรับใช้"
- ใช้เป็นบันทึกช่วยจำ บางครั้งไปทำอะไรมาบ้าง จำได้ไม่หมด ก็ใช้เป็นบันทึกช่วยจำ..สมองจะได้จำน้อยลง เอาไปคิดเรื่องอื่นๆ มากขึ้น
- ใช้ในการฝึก "คิดวิเคราะห์" สิ่งต่างๆ ทำให้สมองมีความว่องไวขึ้น..ไม่แก่ไปตามอายุ
- ใช้เป็นเครื่องมือ ในการ"แลกเปลี่ยนเรียนรู้" กับผู้อื่น
- เป็นคนที่ชอบฟังเพลงเก่าๆ เลยใช้เป็นสถานที่สำหรับ "Link" เพลงต่างๆ เอามาฟัง..ขณะเขียนบันทึกคนเดียว แล้วยังพบว่าได้แบ่งปันให้ผู้อื่นฟัง..อีกด้วย
- ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้...เพราะการเขียนบันทึก..บางครั้งต้องไปหาข้อมูลจากที่อื่นๆ หรือคนอื่น..นอกจากนั้น GotoKnow ก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา..ทำให้เราต้องเรียนรู้ตามไปด้วย..กลายเป็น "บุคคลเรียนรู้" ไปในที่สุด
- ใช้เป็นสื่อ "โฆษณาประชาสัมพันธ์" แม้ว่า GotoKnow จะไม่มีนโยบายทางด้านนี้...แต่ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องนี้..อย่างน้อยก็มีคนรู้จักเราเพราะ..การเขียนบันทึก....เป็นประจำและสม่ำเสมอนี่เอง....อยากบอกว่า..รางวัล "ครูภูมิปัญญาไทย" รุ่น ๕ หรือ อื่นๆ นอกจากความเป็นตัวของตัวเองแล้ว สื่อ GotoKnow ช่วยได้มากทีเดียว...แล้วพลอยให้ได้ไปออกสื่ออื่นๆ ตามไปด้วย
- เป็นการ "ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อคนอื่น" (ความจริงตอนเขียนก็คิดถึงประโยชน์ตน แต่พอผลงานออกมาก็เกิดประโยชน์ท่านอีกด้วย) ดีกว่าเอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่น (ที่ไม่ดี)..
- ใช้เป็น "แฟ้มสะสมงาน" หรือ "Portfolio" ได้ (โดยมีข้อแม้ว่า ถ้าเจ้านายยอม)
- ใช้เป็นช่องทางในการ "สื่อสาร" แบบไม่เป็นทางการ...หรือนัดหมายต่างๆ ที่ไม่เร่งด่วนได้...แต่พบว่าการสื่อสารไม่เป็นทางการนี้ มีประสิทธิภาพดีกว่าแบบเป็นทางการเป็นส่วนใหญ๋ เพราะว่าไม่ถูกบังคับให้ทำ...
- เป็นพื้นที่ในการ "ใช้เล่านิทาน" แบบ "เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า" ใช้เป็นเทคนิคสอนผู้อื่น (รวมทั้งตัวเราด้วย) โดยที่เขาไม่รู้สึกตัว (เพราะไม่ได้เจาะจง)
- สื่อสารในด้านการ "เตือน warning" ในภัยธรรมชาติ สภาวะแวดล้อม หรือ ภัยทางด้านสังคม
- ใช้เก็บสถิติ ต่างๆ ใน GotoKnow เพราะต่อไปจะกลายเป็นประวัติศาสตร์
เขียนบันทึกแล้วได้อะไร
- ได้ความรู้ ยื่งให้ ก็ยิ่งได้
- มีคนรู้จักเรามากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเกิดความร่วมมือ หรือชุมชน ในอนาคต
- ได้กัลยาณมิตร (ทางบล็อก) ทาง B2B ทาง F2F
- ได้ฝึกตน (เอาชนะความขี้เกียจ) ได้พัฒนาตัวเอง ได้ฝึกสมองซีกขวา...รวมทั้งได้ชลอความแก่
- ถูกฝึกให้คิดและมีจินตนาการเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
- เวลาใครมาขอเอกสารหลักฐานการทำงาน...ผมก็จะ "โบ้ย" ไปทาง GotoKnow ให้ไป "ค้นหา" เอา
- เวลาไปสอน เดี๋ยวนี้จะสอนเรื่อง "ชีวิต : ครองตน ครองฅน ครองงาน" เสียมากกว่า...ส่วนวิชาการ หาอ่านได้จาก GotoKnow หรือ Learnners ครับ และส่วนที่อยู่ใน GotoKnow ก็ใช้ brief ที่ไม่ต้องลงในรายละเอียดมากนัก
หมายเหตุ..บางท่านอาจสงสัยว่า...เขียนบันทึกแล้วชลอ..ความแก่ได้อย่างไร...ในความหมายของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ การฝึกใช้สมองซีกขวาก็เพื่อทำให้เป็นคนไม่หลงลืม..ถ้าไม่หลงลืมก็จะไม่แก่ครับ แต่ในความหมายของผม...การที่เขียนบันทึกแล้วมีคนมาอ่านบันทึกของเราพร้อมทั้งให้ข้อคิดเห็นไปด้วย...เราจะเกิด "ปิดิ" ครับ...สมองและประสาทของเรา จะหลั่งสาร "endorphin" ออกมา..ซึ่งสารนี้จะเป็นสารแห่งความสุข ทำให้สมองและประสาทของเราเสื่อมช้า...เราจึงแก่ช้าหรือหน้าอ่อนกว่าอายุครับ
|
|
BeeMan |
PenGuin |

สวัสดีค่ะ เขียนเพราะอยากเล่า อยากมีเพื่อน อยาก ลปรร. อยาก……
ขอบพระคุณมากครับ ทำให้ผมได้ความรู้เพิ่มขึ้นครับ (เหตุผลที่ทำให้เป็นหนุ่มเสมอของอาจารย์beeman)
ขอยกมือตอบค่ะ ....
หนูเขียนเพราะอยากแบ่งปันการเรียนรู้
และเป็นการรดน้ำต้นไม้แห่งความรู้ของหนูเองค่ะ